สถานการณ์ในฮ่องกงหลังม็อบป่วนเมืองหลายเดือนที่ผ่านมานั้น รัฐบาลจีนยังคงปล่อยให้รัฐบาลฮ่องกงดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างระมัดระวัง ทำให้หลายฝ่ายเริ่มพากันเห็นใจรัฐบาลฮ่องกงและในที่สุดม็อบก็ก่อเกิดความเสียหายใหญ่ให้กับฮ่องกงจนถึงทุกวันนี้
ช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดปัญหาม็อบป่วนเมืองนั้น ทางคณะรัฐมนตรีจีนมีความตั้งใจเดิมที่จะเร่งพัฒนา เซินเจิ้น กว่างโจว ตงก่วน มาเก๊า เพื่อเตรียมรองรับการเชื่อมประสานเข้ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกงและขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ Greater Bay Area โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ได้ประกาศชัดเจนว่าจะรวมฮ่องกงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตซุปเปอร์เศรษฐกิจใหม่ทางตอนใต้ของจีน คือ เซินเจิ้น มาเก๊า และฮ่องกง ทำนองเดียวกันกับสามเหลี่ยมเศรษฐกิจใหญ่ เซี่ยงไฮ้ ซูโจว หางโจว ซึ่งขณะนี้ได้มีการ
เตรียมโครงสร้างพื้นฐานไว้พร้อมหมดแล้ว
การออกคำสั่งของคณะรัฐมนตรีนี้ไม่ต้องการสับเปลี่ยนความสำคัญระหว่างฮ่องกงกับเซินเจิ้น แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเซินเจิ้นจะมีบทบาทแทนที่ฮ่องกงในบางด้าน
ในทางกลับกัน ฮ่องกงมีความเสี่ยงที่จะตามเสิ่นเจิ้นไม่ทัน หากฮ่องกงยังไม่พร้อมที่ใช้โอกาสนี้เข้าร่วมแผนการพัฒนาของประเทศ การพัฒนาของฮ่องกงก็จะถูกจำกัดในอนาคต ทางรัฐบาลจีนต้องการให้เซินเจิ้นเป็นตัวอย่างให้กับคนฮ่องกงและเมืองอื่นในภูมิภาค ว่าจะประสานนโยบายท้องถิ่นกับกลไกการสนับสนุนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาของชาติได้อย่างไร
อนาคตของหลักการบริหารงานในเซินเจิ้นจะล้ำหน้าฮ่องกง รวมทั้งกฎหมายสากลและแนวปฏิบัติทางธุรกิจ เพื่อที่จะดึงดูดมืออาชีพจากเมืองใกล้เคียง และจากทั่วโลกเพื่อสร้างศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก
สําหรับการรวมเซินเจิ้นเข้ากับฮ่องกงและมาเก๊า คำสั่งของคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ว่า ภายในปี 2035 Greater Bay Area ต้องมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยรวม บทบาทของฮ่องกงซึ่งเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และจะผงาดขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปและเปลี่ยนโฉมที่จีนประกาศไว้เมื่อ 40 ปีก่อน ประชาชนฮ่องกงและมาเก๊าที่เข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ในเซินเจิ้นจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ (citizen treatment) เป็นผู้มีถิ่นฐานใน เซินเจิ้น ซึ่งแนวทางนี้จะเสริมสร้างระบบการเข้าออกที่เปิดกว้างและสะดวกมากขึ้นตรงบริเวณพรมแดน รวมทั้งต่างชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นที่อยู่ในเซินเจิ้นได้จะได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งกิจการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อฮ่องกง เพราะเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจต่างประเทศใช้เป็นฐานจัดตั้งกิจการได้ง่ายและฮ่องกงจะได้รับประโยชน์จากการที่
เซินเจิ้นผงาดขึ้นมาเป็นเมืองชั้นนำระดับโลก เพราะมืออาชีพที่เข้ามาทำงานในเซินเจิ้นยังสามารถ
ติดต่อทางธุรกิจกับฮ่องกงได้
จีนนั้นมุ่งมั่นที่จะรวมเมืองเศรษฐกิจทั้ง 3 เมืองเข้าด้วยกันเพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติของนโยบายหนึ่งประเทศ สองระบบ และตอกย้ำเอกลักษณ์กับการทำงานแบบฮ่องกงและความเป็นเพื่อนร่วมชาติของมาเก๊า ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมข้ามแดน
นอกจากนี้ แนวทางในคำสั่งยังสั่งให้ปรับปรุงประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมอย่างเบ็ดเสร็จ รวมทั้งขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมืองอย่างเป็นระเบียบภายใต้การนำ
ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และให้สามารถประยุกต์ใช้กฎหมายและกฎระเบียบอย่างยืดหยุ่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปและการปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์

