โครงการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์รุดหน้าไปอีกขั้น คลินิกกัญชาเปิดให้บริการและมีผู้ป่วยเข้าไปขอรับการรักษาแล้ว นอกจากนี้ องค์การเภสัชกรรมได้จัดส่งยากัญชาตำรับยาศุขไสยาศน์ที่ผลิตโดยโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร รอบแรก ให้แก่โรงพยาบาลแพทย์แผนไทย 13 แห่ง ครอบคลุม 13 เขตสุขภาพ และ รพ.ระยอง จ.ระยอง อีก 1 แห่ง เพื่อแจกจ่ายโรงพยาบาลละ 150 ซอง และจะทยอยจัดส่งยาศุขไสยาศน์จนครบราว 5,000 ซอง สำหรับยาดังกล่าวมีสรรพคุณรักษาผู้ป่วยอ่อนเพลีย ช่วยให้นอนหลับและฟื้นฟูกำลังของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง แพทย์จะดูจากอาการผู้ป่วยเป็นหลัก โดยต้องเป็นผู้ป่วยที่รักษาด้วยทางเลือกอื่นของแพทย์แผนไทยไม่ได้ผล ก่อนจะพูดคุยกับแพทย์ ซักประวัติ ซึ่งหากเห็นสมควรได้รับยา ทางโรงพยาบาลจะจ่ายยาให้กินทันที
สำหรับเกณฑ์ในการเข้ารับบริการในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย จะต้องผ่านการคัดกรองตามระบบของโรงพยาบาล เช่น ผู้รับบริการต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสัญญาณชีพและอาการทางคลินิกคงที่ มีการรับรู้และสติสัมปชัญญะดี สามารถสื่อความหมายได้เข้าใจ และได้รับการรักษาด้วยยาขนานแรกและวิธีการมาตรฐานทางการแพทย์แล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยผู้ป่วยจะต้องผ่านการคัดครองด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งจะต้องไม่มีค่าตับ ค่าไตเกินมาตรฐาน ไม่มีประวัติการใช้สารเสพติดและไม่เป็นผู้ป่วยโรคจิตเวช จากนั้นแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ จะพิจารณาเห็นควรได้รับการรักษาด้วยตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชา
นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาแอพพลิเคชั่น ชื่อ “Ganja in TTM” เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้สนใจดาวน์โหลด โดยภายในแอพพ์จะให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการ รวมถึงบ่งบอกผู้มีสิทธิจ่ายยาที่ผ่านการอบรมกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ ข้อมูลผู้เพาะปลูก ผู้ผลิตและความรู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้เปิดให้ดาวน์โหลดได้แล้วผ่านระบบแอนดรอยด์ ในภาพรวม จะเห็นว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้พยายามจัดระบบรองรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาจากกัญชาพอสมควร เท่ากับส่งสัญญาณเตือนไปพร้อมกันว่า การใช้ยาจากกัญชาต้องเป็นไปภายใต้คำแนะนำแพทย์ ไม่ควรใช้ยากันเอง ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ง่ายมาก

