ถึงตอนนี้ ปัญหาขยะพลาสติกดูเหมือนหนักหนาสาหัสมากขึ้น และใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวโด่งดังหลังสุดคือการเจอ “ไมโครพลาสติก” ในท้องปลาทูที่จังหวัดตรัง กับการพบปนเปื้อนอยู่ในตัวอย่างอุจจาระของคนไทย
แค่ “ดูเหมือน” เท่านั้นนะครับ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นปัญหาคู่กับมนุษย์ทุกคนมานานแล้ว รวมทั้งคนไทยทุกคน
ใครที่เคยผ่านตาคอลัมน์นี้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คงจำได้ว่าผมหยิบงานวิจัยมาพูดถึงไว้ 2 เรื่อง
เรื่องแรกคืองานวิจัยของ สถาบันอัลเฟรด เวเกเนอร์ ของเยอรมนี อีกเรื่องเป็นงานวิจัยของทางการสหรัฐอเมริกา ที่รัฐโคโลราโด ทั้งสองเรื่องเกี่ยวพันกับไมโครพลาสติกเหมือนกัน
เรื่องแรกคือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไมโครพลาสติกมีอยู่เต็มไปหมด แม้แต่ในหิมะ ที่หมู่เกาะไร้ผู้คนของนอร์เวย์ หรือบนเทือกเขาแอลป์ ในสวิส เรื่องที่สอง คืองานวิจัยน้ำฝนที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ที่พบว่าปนเปื้อนไมโครพลาสติก
ไมโครพลาสติก คือเม็ดพลาสติกเล็กจิ๋วที่เกิดจากการย่อยสลายของพลาสติก ตามนิยามแล้วขนาดของมันจะมีตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรลงไปจนกระทั่งถึงขนาดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
พูดง่ายๆ คือตั้งแต่ขนาดเท่าเม็ดข้าวสารเรื่อยไปจนถึงเท่ากับเชื้อโรค เช่น ไวรัส ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นครับ
นักวิจัยอเมริกันบอกเอาไว้ในงานวิจัยเมื่อปีกลายว่า แต่ละสัปดาห์ เรากินเจ้าไมโครพลาสติกที่ว่านี้เข้าไปในปริมาณที่เทียบเท่ากับบัตรเครดิต 1 ใบ
1 คน กิน 1 ใบในทุกๆ สัปดาห์ นั่นแสดงให้เห็นว่า ไมโครพลาสติกนี้ปนเปื้อนอยู่ทั่วไปมากมายขนาดไหน
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยชี้ชัดว่ามันเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราอย่างไร แต่การกินพลาสติกเข้าไปสะสมไว้ในร่างกายมากๆ ไม่ดีแน่นอนครับ
นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมการรณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติกชนิดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ก่อขยะมหาศาล ถึงมีคุณค่าแม้แต่กับตัวเราเอง รวมไปถึงคนอื่นๆ ทุกๆ คนบนโลกใบนี้
ไมโครพลาสติกเล็กจิ๋วขนาดนั้น ลมหอบเอาไปไหนมาไหนได้ทั่วโลก แทรกซึมเข้าไปได้ในทุกที่ รวมทั้งในอาหาร อากาศ น้ำดื่มของเรา
การลดใช้พลาสติกลงให้มากที่สุดคือการแสดงความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและต่อคนอื่นๆ ต่อสังคม ต่อโลก
ความรับผิดชอบนี้ไม่จำกัดเฉพาะผู้ใช้ ผู้บริโภคเท่านั้น ผู้ประกอบการทั้งหลายก็ต้องร่วมรับผิดชอบ
ข่าวดีก็คือ มีผู้ประกอบการที่แสดงความรับผิดชอบนี้ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในไทยแล้วก็ในต่างประเทศ
ล่าสุด เนสท์เล่ ยักษ์ใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลกจากสวิส พาผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมชมสถาบันใหม่เอี่ยมของบริษัทที่เรียกว่าสถาบันวิทยาการบรรจุภัณฑ์ของบริษัทที่โลซานน์ ซึ่งกำลังค้นคว้าหาวิธีการสร้างสรรค์วัสดุสำหรับใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ของบริษัทที่ย่อยสลายได้ รีไซเคิลได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติกหรือวัสดุชีวภาพก็ตาม แต่ต้องทำหน้าที่ถนอมอาหารได้ดีไปในตัวด้วย
เป้าหมายก็คือการแก้ปัญหาขยะพลาสติกนั่นแหละครับ
นี่คือการริเริ่มที่ทุกบริษัทธุรกิจทั้งหลายควรเอาอย่าง ควรดำเนินการตาม รวมทั้งผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายออกจำหน่าย
ทำกันอย่างนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นแรงกดดันให้ทุกๆ กิจการหันมาคำนึงถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะถูกผู้บริโภคปฏิเสธไงครับ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ จะแก้ปัญหานี้ให้ได้ก็ต้องเป็นมนุษย์ทุกคนนี่แหละครับเป็นคนแก้ ไม่เช่นนั้นไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทางออกที่ยั่งยืนย่อมมาถึงเข้าสักวัน
เริ่มตั้งแต่วันนี้ดีไหมครับ ก่อนที่จะสายเกินไป

