รัฐสภาปิดภาคเรียนการเมืองตั้งแต่เมื่อวาน หลังการอภิปรายวันสุดท้ายที่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบข้อซักถาม เรื่องหนึ่งคือการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามข้อความที่รัฐธรรมนูญกำหนด
คอการเมืองและประชาชนผู้สงสัยไต่ถามคงทราบกระจะกระจ่างแล้วว่า ทำไมจึงเกิดเหตุเช่นนี้ได้
หรือฟังคำชี้แจงอธิบายของนายกรัฐมนตรีแล้วกลับยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น
รัฐสภาปิดเทอมคงเหมือนกับโรงเรียนคือยังมีการบ้านหรือต้องไปสภาเพื่อประชุมคณะกรรมาธิการ
วันนี้ข่าวคราวของรัฐสภาอาจเงียบไปบ้าง ขณะการจัดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลในแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดจะเกิดขึ้นไล่เรียงกันมา
การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค กระนั้นพรรคการเมืองมักส่งผู้สมัครในพรรคของตนลงสมัครเพื่อรักษาฐานเสียง หรือหยั่งคะแนนเสียงของพรรคว่าจะรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใด เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อประเมินการส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสต่อไป
เพราะวันนี้ไม่มีใครหรือพรรคการเมืองใดคาดคะเนหรือแน่ใจว่าจะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ช้าเร็วเพียงใด ด้วยเหตุที่เสียงของรัฐบาลถึงอย่างไรยังปริ่มน้ำเช่นเดิม
การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ คาดเดาว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครทั้งเก่าและใหม่จำนวนไม่น้อย เหตุหนึ่งคือผู้ดำรงตำแหน่งเดิมลาออกไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดแต่ละพรรค กับอีกพวกหนึ่งไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้กับผู้แทนราษฎร ทั้งยังไปเป็นวุฒิสมาชิกและดำรงตำแหน่งทางการเมืองของวุฒิสมาชิก
โดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่าวันนี้ผู้เรียกตัวเองว่าเป็น “คนกรุงเทพมหานคร” ด้วยการเกิดที่มีอายุตามกำหนดของกฎหมายเลือกตั้ง คือ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่มีการเลือกตั้งคงมีจำนวนไม่มากนัก
ขณะ “คนกรุงเทพฯ” อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีไม่มากเช่นกัน ด้วยเหตุจำนวนหนึ่งที่เป็น “คนกรุงเทพฯ” แต่เดิมที่เหลืออยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านมีเหตุอพยพโยกย้ายออกไปทำมาหากินในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนหนึ่งยังไปเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันต้องโยกย้ายภูมิลำเนาตามไปด้วย
ขณะที่ผู้คนจากแต่ละจังหวัดเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อย ทั้งในจำนวนนั้นยังคงภูมิลำเนาทะเบียนบ้านในที่เดิม เพื่อความสะดวกของตัวเองที่ไม่ต้องเดินทางไปมา ด้วยเหตุที่ใช้สำเนาทะเบียนบ้านเดิมได้ ไม่ต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้านใหม่
หากผู้สมัครรับเลือกตั้งจะเข้าสังกัดพรรคการเมือง แล้วนำคะแนนเสียงของแต่ละคนในแต่ละเขตเลือกตั้งมารวมกันแล้วคิดว่าคะแนนจำนวนนั้นคือคะแนนที่ผู้สมัครสังกัดพรรคนั้นจะได้รับ คงไม่น่าจะใช่ เนื่องจากคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนยังคงมีคะแนนนิยมของตัวเองบวกเข้าไปด้วย
ส่วนผู้สมัครส่วนตัวไม่สังกัดพรรคคงต้องมีคะแนนนิยมของตัวเองล้วนๆ ด้วยเหตุที่ผู้สมัครคนนั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างดีของเจ้าของคะแนนเสียงคนกรุงเทพฯ
ดังที่เคยปรากฏมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกในกรุงเทพฯ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนอกจากจะมีชื่อเสียงเฉพาะตัวโดดเด่นแล้วยังมีคะแนนเดิมของพรรคสนับสนุนด้วย คือนายธรรมนูญ เทียนเงิน และต่อมา….
อาทิ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ดร.พิจิตต รัตตกุล นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายสมัคร สุนทรเวช พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ล้วนเปลี่ยนแปลงจากอารมณ์ ความชอบพอ และความรู้สึกคนกรุงเทพฯทั้งสิ้น
ชื่อของผู้จะสมัครเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครครั้งนี้ อาจเป็นคนใหม่ เป็นคนหนุ่มสาว เป็นอดีตรัฐมนตรีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นักธุรกิจ เพียงสามสี่คน ซึ่งคงต้องสังเกตจากลักษณะความต้องการของคนกรุงเทพฯ ยุคนี้ ซึ่งมีทั้งคนหนุ่มสาว วัยกลางคน และผู้สูงวัย ว่าต้องการให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งยุคสมัย คือ “เทคโน-นวัตกรรม” เต็มตัว หรือค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาเหมือนรถไฟความเร็วสูงที่ยังไม่เริ่มต้นเสียที

