หน้าแรก คอลัมนิสต์ กฎหมายจราจรให...

กฎหมายจราจรใหม่ใช้บังคับแล้ว โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

27.09.19 | 13:00 น.

กฎหมายจราจร คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งมีสาระสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้

ความเป็นมา

พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับแรกประกาศใช้เมื่อพุทธศักราช 2477 ฉบับที่สอง เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2478 ฉบับที่สามพุทธศักราช 2481 ฉบับที่สี่ พ.ศ.2508 จากนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2515 และใช้บังคับต่อมาอีก 7 ปี จึงมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่ใช้เป็นกฎหมายในปัจจุบัน

กฎหมายจราจรใหม่

คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ พ.ศ.2522 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 2 ให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 20 กันยายน 2562) ซึ่งครบกำหนดการมีผลใช้บังคับแล้ว

Advertisement

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เกิดจาก

1.การเกิดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2.สาเหตุส่วนใหญ่มาจากผู้ขับขี่ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนน และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

3.กฎหมายเดิม คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปีแล้ว

4.มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์บางประการให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ได้แก่

4.1 หลักเกณฑ์และกลไกในการออกใบสั่งผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย

4.2 การบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับขี่ และ

4.3 มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

สาระสำคัญในกฎหมายใหม่

ประมวลจากเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 มีสาระสำคัญต่อไปนี้

1.ความทั่วไป

มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 4/1 คือ

“มาตรา 4/1 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับการจราจร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกจัดให้มีข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับประวัติและการกระทำความผิดตามกฎหมายของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้มีการประสานข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอธิบดีกรมการขนส่งทางบกร่วมกันกำหนด”

อธิบายได้ว่าให้มีข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้”

อธิบายได้ว่า กฎหมายเดิมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการเปลี่ยนเป็นให้นายกรัฐมนตรีรักษาการกฎหมายนี้ ซึ่งทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 31/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522

“มาตรา 31/1 ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

เพิ่มแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่โดยเพิ่มวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งมีอยู่กับตัวในขณะขับรถในทางเดินรถ

มาตรา 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (1/1) ของมาตรา 83

(1/1) ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (1/1) ของมาตรา 83

กฎหมายเดิมไม่มีเรื่องนี้ จึงเป็นการขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น

2.หลักเกณฑ์และกลไกในการออกใบสั่ง

ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรทางบกให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกลไกในการออกใบสั่ง กล่าวคือ

มาตรา 10 ให้ยกเลิกความในมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 140 เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานจราจร ไม่ว่าพบด้วยตนเอง หรือโดยการใช้เครื่องอุปกรณ์หรือโดยวิธีการอื่นใดว่า ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง ที่เป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนและมีโทษปรับ เจ้าพนักงานจราจรจะว่ากล่าวตักเตือนหรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ผู้นั้นชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้

ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไม่พบตามผู้ขับขี่ ให้ติด ผูก หรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่สามารถเห็นได้ง่าย หากไม่สามารถติด ผูก หรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถ เพื่อให้ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบสั่งนั้น ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด

ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับกับกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง แต่ไม่อาจทราบตัวผู้ขับขี่ด้วยโดยอนุโลม

เกณฑ์การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบและแบบของใบสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด”

นอกจากนี้ มาตรา 140/1 เมื่อได้ปฏิบัติตามมาตรา 140 แล้ว ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถนั้นเป็นผู้กระทำความผิดตามที่ระบุในใบสั่ง มาตรา 140/2 หากเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่หากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ดังกล่าว หรือบันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือระงับการใช้รถเป็นการชั่วคราวเพื่อมิให้ผู้นับขับรถ มาตรา 140/3 ในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับใบอนุญาตขับขี่ ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือบันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขับขี่ผู้นั้น

มาตรา 12 ให้ยกเลิกความใบมาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 141 เมื่อผู้ขับขี่ เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งตามมาตรา 140 แล้ว ให้ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดไว้ในใบสั่ง ด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ชำระค่าปรับโดยการส่งธนาณัติหรือส่งตั๋วแลกเงินของธนาคารโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน สั่งจ่ายให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยสำเนาใบสั่งไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่ง หรือโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการ รับชำระเงิน ตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด

(2) ชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ โดยชำระตามจำนวนที่กำหนดไว้ในใบสั่งหรือตามจำนวนที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ และในกรณีนี้ ให้พนักงานสอบสวนทุกห้องที่มีเขตอำนาจในการเปรียบเทียบปรับได้ทั่วราชอาณาจักร

เมื่อผู้ได้รับใบสั่งได้ชำระค่าปรับครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้คดีเป็นอันเลิกกัน”

3.การบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับขี่

มาตรา 13 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 142/1 มาตรา 142/2 มาตรา 142/3 มาตรา 142/4 มาตรา 142/5 มาตรา 142/6 มาตรา 142/7 และมาตรา 142/8 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522

“มาตรา 142/1 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมความประพฤติของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ให้เกิดความปลอดภัยในการจราจร ในกรณีที่ผู้ขับขี่ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่

ระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยการกำหนดคะแนน การตัดคะแนน และการคืนคะแนน โดยวิธีดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอธิบดีกรมการขนส่งทางบกร่วมกันกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในการกำหนดคะแนนความประพฤติในการขับรถให้คำนึงถึงประเภทของใบอนุญาตขับขี่ และเหตุแห่งการกระทำความผิดด้วย

ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ผู้ใดถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถจนหมดคะแนนตามที่กำหนดไว้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในแต่ละท้องที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ผู้นั้นคราวละเก้าสิบวัน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด”

นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติเพิ่มเกี่ยวกับคะแนนความประพฤติ ดังนี้

มาตรา 142/3 ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ซึ่งถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถหรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรา 142/1 วรรคสาม อาจเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจรตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดได้

ให้กรมการขนส่งทางบกจัดการอบรม ความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร ตามหลักสูตรที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอธิบดีกรมการขนส่งทางบกร่วมกันกำหนด

การจัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจรตามวรรคสอง กรมการขนส่งทางบกอาจมอบหมายให้โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองดำเนินการก็ได้

ในการอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้เข้ารับการอบรม เสียค่าใช้จ่ายตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

มาตรา 142/4 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ซึ่งผ่านการอบรมตามมาตรา 142/3 มีสิทธิได้รับคืนคะแนนความประพฤติในการขับรถที่ถูกตัดไปอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยื่นคำขอต่อหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดตามมาตรา 142/1 วรรคสอง

มาตรา 142/5 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง หากการกระทำความผิดดังกล่าวมีเหตุหรือก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณะ หรือมีลักษณะเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง หรือมีพฤติการณ์หลบหนีเมื่อตนเองก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ซึ่งตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ผู้นั้นได้ไม่เกินเก้าสิบวัน

คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือ และให้แจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ทราบ พร้อมทั้งข้อหาในการกระทำความผิด กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลตามระเบียบที่กำหนดไว้ในมาตรา 4/1.
4.มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลและบังคับใช้

โดยมีการยกเลิกบทกำหนดโทษบางมาตรา และบัญญัติใหม่ ดังนี้

4.1 มาตรา 150 (5) เพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา 140/2 ในกรณีผู้ขับขี่ผู้นั้นอยู่ในสภาพที่หากข้อขับรถต่อไปอาจเป็นอันตราย หรือมาตรา 140/3 ผู้ขับขี่ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับใบอนุญาต เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ หากขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

4.2 เพิ่มมาตรา 31/1 ในมาตรา 152 คือ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัว และต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจร เมื่อขอตรวจ หากไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

4.3 กรณีเป็นนิติบุคคลให้ผู้แทนนิติบุคคลมีหน้าที่แจ้งว่าผู้ใดเป็นผู้ขับขี่ในขณะที่พบการกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในใบสั่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบสั่ง หากไม่แจ้งภายในกำหนดให้นิติบุคคลนั้นต้องระวางโทษปรับในอัตราห้าเท่าของโทษปรับสูงสุดที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น

4.4 ให้ยกเลิกมาตรา 161 (เดิม) คือการยึดใบอนุญาต การสั่งพักใบอนุญาต โดยให้ใช้มาตรการยึดใบอนุญาตหรือสั่งพักใบอนุญาตตามที่บัญญัติไว้มาในกฎหมายใหม่นี้

4.5 มีลักษณะเป็นบทเฉพาะกาลในมาตรา 18, 19, 20, 21, 22 และ 23 เช่น บรรดาใบแทนใบอนุญาตขับขี่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้และยังมีผลใช้บังคับให้ใช้ได้จนกว่าจะครบระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในใบแทนใบอนุญาตขับขี่นั้น ดังนี้เป็นต้น

ภาพรวมของกฎหมายจราจรใหม่

กฎหมายจราจรใหม่ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกใบสั่ง การบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับขี่โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ซึ่งจะทำให้กฎหมายจราจรมีความทันสมัย และมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้มากขึ้น

ประเด็นสำคัญ คือ เพิ่มประเภทใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะได้กำหนดแบบในโอกาสต่อไป อนึ่ง การยึดใบอนุญาตหรือสั่งพักใบอนุญาตยังคงกำหนดไว้เพื่อป้องปรามให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้มีสถานะเป็นพระราชบัญญัติ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาและครบระยะเวลาที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้แล้ว ทุกคนต้องรับรู้และปฏิบัติตามจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายนี้มิได้

ดังนั้น ควรศึกษารายละเอียดพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2562 เพิ่มเติมจากบทความนี้ ซึ่งเรียบเรียงไว้เฉพาะในประเด็นสำคัญเท่านั้น