หากมองผ่าน “กลยุทธ์” ต่อกรณีวัดพระธรรมกาย เหมือนกับในเบื้องต้นจะดำเนินไปตามแผน “ล่อเสือออกจากถ้ำ”
หนังสือ “36 กลยุทธ์” อัน บุญศักดิ์ แสงระวี แปลมาระบุ
อาศัยการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เช่น หนาว ร้อน ฝน แจ้ง เป็นต้น ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่เพื่อสร้างและเพิ่มความยากลำบากให้กับฝ่ายตรงข้าม
ขณะเดียวกัน ก็ใช้ภาพลวงที่จงใจสร้างขึ้นล่อให้ฝ่ายตรงข้ามออกจากแนวป้องกัน
“ไปยากก็ลวงมา” คำนี้มาจาก “คัมภีร์อี้จิง ยาก” ความว่า “ยาก” คือยากลำบาก อันตรายอยู่ ณ เบื้องหน้า เมื่อภัยก็หยุด นับได้ว่า “รู้”
“มา” มีความหมายว่าเคลื่อนย้ายฝ่ายตรงข้าม หรือให้ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนที่
1 อาศัย “หมายเรียก” เมื่อไม่มาตามหมายเรียก 1 อาศัย “หมายจับ” ขณะเดียวกัน 1 อาศัย “การประกันตัว” เป็นเสมือนเหยื่อล่อ
เหยื่อล่อให้ “เสือ” ออกมาจาก “ถ้ำ”
แต่เมื่อ “เสือ” ไม่ยอมขยับ ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า “อาพาธ” อย่างหนัก ไม่อาจเสี่ยง
ด้วยการเคลื่อนไหวเพราะอาจทำให้ทรุดหนักลงไปอีก
“แผน” ก็แปรเปลี่ยน เพิ่มความ “เข้ม” มากยิ่งขึ้น
เป้าหมายของ “แผน” ไม่ว่าในเบื้องต้นหรือในกาลต่อมา ล้วนดำรง “เข็มมุ่ง” เหมือนเดิม ไม่แปรเปลี่ยน นั่นก็คือ ต้องจัดการกับ “เสือ” ให้จงได้
แผนใหม่นี้ กลับเพิ่ม “ความหวาดเสียว” มากยิ่งขึ้น
เห็นได้จากการออกข่าวในเรื่องการบุกเข้าถ้ำ เห็นได้จากการส่งอากาศยานไร้คนขับหรือ “โดรน” ขึ้นไปสอดแนม เห็นได้จากการขอเฮลิคอปเตอร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และที่สำคัญ คือ ตระเตรียมกำลังพลมากกว่า 2,000 นาย
ที่ว่าน่าหวาดเสียวเพราะทุกกระบวนท่าอันมาจากนักวางกลยุทธ์แห่งกระทรวงยุติธรรม แห่งกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับเข้าลักษณะ
“ตีหญ้าให้งูตื่น”
เมื่อมีสิ่งใดพึงสงสัย ควรจักส่งคนสอด
แนมให้รู้ชัด กุมสภาพฝ่ายตรงกันข้ามได้แล้ว จึงเคลื่อน นี่เรียกว่า “สงสัยพึงแจ้ง สังเกตจึงเคลื่อน”
ความน่าหวาดเสียวอยู่ตรงลักษณะแห่ง “ตีหญ้าให้งูตื่น”
แม้เราจะตีหญ้าแต่งูที่ซ่อนอยู่ในหญ้าก็ตื่นตกใจ นี้เป็นกลอุบายที่ใช้การสอดแนมแจ้งชัดในสภาพฝ่ายตรงข้ามที่เราโอบล้อม
อยู่ แล้วตียังจุด 1 ซึ่งกระเทือนไปทั้งแนว หลังจากนั้นจึงทำลายฝ่ายตรงข้ามให้แหลกลาญไป
ทีละส่วน ทีละส่วน
กระนั้น ไม่ว่าตำรา “36 กลยุทธ์” อัน บุญศักดิ์ แสงระวี แปลมา ไม่ว่าตำรา “มหาพิชัยสงคราม” อัน ประดิษฐ์ พีระมาน
แปลมา
ล้วนมี “บทสรุป” ซึ่งเหมือนกับ “คำเตือน”
กลยุทธ์ “แหวก หญ้า งู ตื่น” หมายถึง การบุกรุกเข้าไปในพงรก ทำให้เกิดเสียงดัง อสรพิษตื่นตัวคอยแว้งกัด
เฉกเดียวกันกับการเคลื่อนพล บุกลึกเข้าไปในดินแดนข้าศึกที่ห่างไกล ข้าศึกจะรู้ตัวก่อน ทำให้มีเวลาระดมพลเตรียมทัพสู้รบและกำหนดยุทธภูมิ ผู้บุกรุกจะถูกโจมตีพ่ายแพ้
นี่เป็นสำนวนแปล ประดิษฐ์ พีระมาน
เมื่อสภาพของข้าศึกยังไม่ชัดแจ้งแก่เรา ฝ่ายเราไม่ควรจะปฏิบัติการอย่างลวกๆ จะต้องหาทางสืบสภาพของข้าศึกให้ถ่องแท้
ครั้งเมื่อทราบเจตนาของฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงออกโจมตี
เยี่ยงเดียวกับงูที่ซ่อนอยู่ในพงหญ้า ควรจะใช้ไม้ตีพงหญ้าไปรอบๆ เพื่อให้งูปรากฏให้เห็นแล้วจึงจับเอาในภายหลัง ไม่จำเป็นต้องบุกเข้าไปจับจนถึงรังงูให้เปลืองแรง
นี่เป็นสำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี
การตระเตรียมเฮลิคอปเตอร์ การทำหนังสือขออากาศยานไร้คนขับหรือโดรนก็เพื่อทำให้สภาพของอีกฝ่ายเกิดความชัดแจ้ง
เมื่อชัดแจ้งแล้วจึงเป็นงานของกำลังพลกว่า 2,000 นาย
ถามว่าแล้วในที่สุดแผน “ล่อเสือออกจากถ้ำ” เป็นอย่างไร แล้วในที่สุดแผน “แหวกหญ้างูตื่น” เป็นอย่างไร
คำตอบเห็นได้จากความนิ่งเงียบอันดำรงอยู่ภายใน “ธรรมกาย” คำตอบเห็นได้จากกระบวนท่าของ “ดีเอสไอ” หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ยังเป็นการร่ายรำและเสนอบทลำนำ ณ บริเวณหน้าค่าย

