หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไทยพบพม่า : ก...

ไทยพบพม่า : การบ้านการเมืองว่าด้วยฟอนต์พม่า : โดย ลลิตา หาญวงษ์

4.10.19 | 13:00 น.

ในปี 2014 เครื่องมือแปลภาษา Google Translate เพิ่มภาษาพม่าเข้าไปเป็นครั้งแรก และในปีต่อมา Gmail อีกบริการหนึ่งของ Google ก็เพิ่มภาษาพม่าเข้าไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ในพม่าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี (35-40 ล้านคนในปี 2018) เท่ากับว่าประชากรพม่าถึง 80 เปอร์เซ็นต์ สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้

ก่อนพม่าจะเปิดประเทศในปี 2012 การใช้อินเตอร์เน็ตในพม่าเข้าขั้น “จำกัดจำเขี่ย” และยุ่งยากมาก ผู้เขียนจำได้ว่าเมื่อครั้งเข้าไปทำวิจัยในพม่าเมื่อปี 2008 ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังมีน้อย เพราะซิมโทรศัพท์ที่รัฐบาลผูกขาดนั้นมีราคาแพงนับแสนบาท และความเร็วอินเตอร์เน็ตในอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วไปในเมืองก็เชื่องช้าเอามากๆ การที่ปิดประเทศมายาวนานตั้งแต่ปี 1962 ทำให้เทคโนโลยีในพม่าล้าหลังกว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลก และจำกัดอยู่แต่กับคนรวยหรือคนที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาล-กองทัพเท่านั้น ด้วยความที่เป็นสังคมปิดนี้
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในพม่าจึงต้องพัฒนาระบบหลายอย่างของตนขึ้นมา โดยเฉพาะฟอนต์ (font) หรือชุดแบบอักษรสำหรับการพิมพ์ การออกแบบตัวอักษร (typeface) และการออกแบบเลย์เอาต์บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้ตั้งบนพื้นฐานของมาตรฐานสากลที่แพร่หลายทั่วโลก หรือระบบ “ยูนิโค้ด” (Unicode)

ระบบฟอนต์ในคอมพิวเตอร์ในพม่าเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปี 2004 โดยบริษัท Alpha Mandalay หนึ่งในผู้บุกเบิกด้านไอทีในพม่า ที่ได้คิดค้นระบบฟอนต์และคีย์บอร์ดในนาม “ซอจี” (Zawgyi) ขึ้น อนึ่ง คำว่า “ซอจี” เป็นชื่อที่มีมนต์ขลังยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นชื่อแม่น้ำ ชื่อกวีพม่าที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่งแล้ว ยังเป็นชื่อของนักเล่นแร่แปรธาตุในตำนานและคติชนพื้นเมืองของพม่า ผู้ประดิษฐ์ฟอนต์ซอจีน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากซอจีในเทพนิยายนี้เอง

เนื่องจากซอจีเป็นระบบฟอนต์แรกที่ถูกนำมาใช้งาน ซอจีจึงเป็นฟอนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เว็บไซต์ส่วนใหญ่เลือกใช้ฟอนต์ซอจี ว่ากันว่าผู้ใช้งานซอจีมีปริมาณมากถึงร้อยละ 90 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งประเทศเลยทีเดียว ในขณะที่ทั่วโลกใช้ฟอนต์ยูนิโค้ด ที่พัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ยูนิโค้ดคอนซอร์เทียม (Unicode Consortium) ที่สหรัฐอเมริกา ข้อจำกัดของฟอนต์ทั้งสองประเภทคือใช้ร่วมกันไม่ได้ (หรืออาจได้แต่ไม่เต็มประสิทธิภาพ) ดังนั้นคนพม่าจึงต้องมีฟอนต์ทั้งซอจีและยูนิโค้ดติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนของตนเอง

เมื่อสังคมพม่าเริ่มเปิด และบริษัทต่างชาติตบเท้าเข้าไปลงทุนในพม่ามากเป็นประวัติการณ์ ยูนิโค้ดเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่ผู้ใช้อุปกรณ์ไอที แต่ก็ยังต้องขับเคี่ยวกับซอจี ที่เป็น “เจ้าตลาด” ตัวจริงเสียงจริงมานาน ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีทั่วโลกอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าเหตุใดชาวพม่าจึงยังเลือกใช้ฟอนต์ซอจี ด้วยข้อจำกัดหลายประการของฟอนต์ซอจี ทำให้ผู้ใช้บางคนต้องผลิตฟอนต์ของตนเอง จอห์น โอเคล (Joan Okell) ปรมาจารย์ด้านภาษาพม่า ก็เป็นหนึ่งในผู้ประดิษฐ์ฟอนต์ภาษาพม่าชุดหนึ่ง ใช้ชื่อว่า Avalaser แต่ใช้ได้สำหรับคอมพิวเตอร์แมคอินทอชเท่านั้น (โอเคลในวัย 85 ปีใช้คอมพิวเตอร์แมคอินทอชมาทั้งชีวิต ตั้งแต่บริษัทแอปเปิลออกแมคอินทอชเครื่องแรกในปี 1984) และยังมีฟอนต์สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ในยุคแรกๆ นามว่า
“มยะเซดี” (Myazedi) ที่ประดิษฐ์โดย โก หง่วย ทุน (Ko Ngwe Tun) ที่จะเป็นพื้นฐานให้กับซอจีในเวลาต่อมา

Advertisement

การอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจว่าฟอนต์ซอจีและฟอนต์ยูนิโค้ดมีระบบการพิมพ์ที่แตกต่างกันอย่างไรคงเกินสติปัญญาของผู้เขียน แต่หากจะพูดสั้นๆ คือระบบการเขียนภาษาพม่ามีความซับซ้อนกว่าภาษาไทย เพราะมีสระและพยัญชนะผสม (consonant clusters) และเครื่องหมายแสดงการออกเสียงบนหรือล่างตัวอักษร (diacritics) อยู่มาก คีย์บอร์ดภาษาพม่าจึงเต็มไปด้วยตัวเปลี่ยนเสียง (marker) ยุ่บยั่บไปหมด ดังนั้นเมื่อชาวพม่าที่คุ้นเคยกับการพิมพ์ระบบของซอจีแล้ว การเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่จึงเป็นประเด็นใหญ่เรื่อยมา

ในปัจจุบัน บริษัทไอทีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล แอปเปิล และเฟซบุ๊ก หันมาใช้ยูนิโค้ดในการแสดงผลหมดแล้ว ยูนิโค้ดยังสนับสนุนตัวอักษรของภาษากลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ฉาน มอญ กะยาห์ และกะเหรี่ยงอีกด้วย แต่สำหรับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่เป็นของคนพม่า แน่นอนพวกเขายังเลือกใช้ซอจี บางสำนักเลือกใช้ทั้งซอจีและยูนิโค้ด แต่ก็มีเป็นจำนวนน้อย แม้แต่บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ ทั้งหัวเว่ยและซัมซุงเอง เมื่อเข้าไปทำตลาดในพม่าก็ยังต้องติดตั้งฟอนต์ซอจีมาให้ส่วนเป็นฟอนต์มาตรฐาน ส่วนผู้ที่อยากดาวน์โหลดยูนิโค้ดก็ต้องดาวน์โหลดเองในภายหลัง

เมื่อซอจีมีข้อจำกัดและไม่ได้เป็นระบบสากล เหตุใดคนพม่าส่วนใหญ่ยังเลือกใช้ซอจีกันอยู่? ก็ต้องตอบว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเคยชิน และความไม่คุ้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่พวกเขาคิดว่าจะเข้าไปเปลี่ยนวิถีชีวิต ในความเห็นของผู้เขียน สองปัจจัยนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้พม่าพัฒนาได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ด้านเว็บไซต์ขนาดใหญ่ทั่วไป แม้อยากเปลี่ยนไปใช้ยูนิโค้ดใจจะขาด แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่…จนกระทั่งรัฐบาลพม่าต้องลงมาแทรกแซงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป รัฐบาลและหน่วยงานด้านไอทีของพม่าได้ออกประกาศมาว่าระบบยูนิโค้ดจะเป็นระบบเอ็นโค้ดดิ้งหลัก (default encoding system) แทนระบบซอจีที่ใช้มานาน 13 ปี หน่วยงานของภาครัฐก็ปรับตัวและ “อพยพ” สู่อ้อมอกของยูนิโค้ดมาตั้งแต่เดือนเมษายน และเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงสารสนเทศพม่าออกอีเมล์ไปยังเว็บไซต์ข่าวทั่วประเทศให้ใช้ยูนิโค้ดแทนซอจี

สำนักข่าว Frontier ของพม่ารายงานว่าในอีเมล์ของกระทรวงสารสนเทศนั้นแท้จริงแล้วก็ส่งมาโดยใช้ฟอนต์ของซอจี!

การเปลี่ยนไปใช้ยูนิโค้ดนี้เป็นประเด็นใหญ่ในสังคมพม่า ขนาดที่กระทรวงสารสนเทศขอความร่วมมือให้ดาราและบรรดาเน็ตไอดอลทั้งหลายช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาใช้ยูนิโค้ด ประเด็นนี้เปรียบประหนึ่งการเปิดประตูพม่าต่อโลกและโลกไอทีอีกครั้งหนึ่ง เหมือนการปฏิรูปการเมืองอีกครั้งยังไงยังงั้น การลดบทบาทของซอจี ระบบฟอนต์ที่อยู่กับสังคมพม่ามายาวนาน และเติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง-สังคมที่สำคัญที่สุดในช่วง 2006-2012 จึงมีผลกระทบกับจิตใจของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วพม่า

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก กูเกิล และทวิตเตอร์ต้องกลับมาทบทวนคือเมื่อพม่าหันมาใช้ยูนิโค้ดอย่างเป็นทางการแล้ว แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะยอมออกจาก “คอมฟอร์ตโซน” ของตนเพื่อฝึกใช้ยูนิโค้ด แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับฐานข้อมูลเก่าๆ จำนวนมหาศาลที่ล้วนเขียนด้วยระบบซอจี? ทางเลือกในตอนนี้คือบริษัทไอทีที่กล่าวมาต้องจัดการแปลงซอจีในฐานข้อมูลเดิมให้เป็นยูนิโค้ดทั้งหมด หรือต้องอนุโลมให้ผู้ใช้อ่านจากฐานข้อมูลเก่าๆ ด้วยซอจีได้

ดีเบตว่าด้วยซอจีและยูนิโค้ดยังคงมีอยู่ต่อไป เป็นประเด็นของเก่าไปใหม่มา และการทำลายความเคยชินเดิมๆ เพื่อปรับจูนโลกไอทีของพม่าให้เข้าได้กับทั่วทั้งโลก แต่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด และสำหรับสังคมที่ผู้คนนับถือลัทธิ “คอมฟอร์ตโซน” เป็นที่ตั้ง การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ อย่างแน่นอน

หากผู้อ่านสนใจเรื่องฟอนต์พม่า เฉพาะบนคอมพิวเตอร์ ดูคู่มือที่จอห์น โอเคล ปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2017 ได้ที่ http://www.bamalearnburmese.com/img/resource/Burmese_fonts_guide_JO_2017.pdf