สถานีคิดเลขที่12 : ย้อนดูในกูเกิลได้เลย : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านกำลังขับเคลื่อน

ด้วยการไม่รับข้อเสนอให้เป็นธงนำในการแก้ไข ทั้งนี้เพราะไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านผลักดันดังกล่าว

แถมบอกด้วยว่า ควรต้องถามประชามติจากคนส่วนใหญ่ก่อน

อันที่จริงก็ไม่ผิดคาด ในท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเมื่อรัฐธรรมนูญนี้เขียนขึ้นในยุค คสช. วางกฎกติกาเพื่อให้ หัวหน้า คสช.อยู่ต่อไปได้บนเก้าอี้นายกฯ อย่างเช่น มี 250 ส.ว. เป็นเหมือนหวยล็อก

แล้วจะเห็นด้วยไดัอย่างไร กับการแก้ไขแบบรื้อใหญ่ เพื่อให้เปิดกว้างตามผลเลือกตั้งจริงๆ

ขณะเดียวกัน ความพยายามในการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มักจะมีการอ้างประชามติ 16 ล้านเสียงที่เห็นชอบ

ใช้ประเด็นประชามติมาสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญนี้อยู่เสมอๆ

แต่ก็ถูกโต้แย้งโดยตลอดเช่นกันว่า เป็นประชามติ มัดมือชก

บรรยากาศในช่วงทำประชามตินั้น คสช.ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นแย้ง ได้แสดงข้อมูลอีกด้านเลย

มีคนที่รณรงค์ค้านรัฐธรรมนูญ โดนจับกุมดำเนินคดีมากมาย นับร้อยคดี

ให้ประชาชนรับรู้แต่ข้อมูลสนับสนุน ไม่ให้ได้ยินเสียงค้าน

โดยเฉพาะผลดีผลเสียของการให้ 250 ส.ว. มากำหนดนายกฯ ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ฟังความรอบด้าน

ทั้งหมดนี้ไม่ได้กล่าวอย่างเลื่อนลอย เป็นข้อเท็จจริง ที่เข้าดูในกูเกิล ตามที่ผู้นำสอนได้เลย

สุดท้าย ผลประชามติ แม้จะเป็นชัยชนะของฝ่าย คสช.

แต่มีข้อโต้แย้งข้อใหญ่ๆ จนขาดความสง่างาม

ถ้าตอนนั้น ทำประชามติแบบตรงไปตรงมา เปิดกว้างด้านข้อมูล
ทุกฝ่าย

จะเป็นประชามติที่ขาวสะอาด ไม่มีใครมาโต้แย้งได้เลยในวันนี้ ฝ่ายชนะก็คุยได้เต็มปากเต็มคำกว่านี้

เชื่อได้เลยว่า หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม เมื่อได้เห็นความจริงจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นความพิสดาร ปาฏิหาริย์ มากมาย

คนที่ไปลงประชามติหนุนจำนวนไม่น้อย คงต้องตกใจ นึกไม่ถึงว่า เป็นไปได้ขนาดนี้เลยหรือ

ไม่แค่ได้นายกฯหวยล็อก แต่พูดถวายสัตย์ไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็ยังอยู่ได้ สบายๆ

ทั้งที่เป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนให้ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์แท้ๆ

แล้วฝ่ายนั้นก็ยังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้ ก็ยังอยู่ได้ไม่เป็นอะไรอีก!?

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

บทความก่อนหน้านี้เรืองชัย ทรัพย์นิรันดน์ : การเป็นนักกฎหมายคือการอธิบายคำถาม ไม่ใช่ตอบคำถาม?
บทความถัดไปไทยพบพม่า : การบ้านการเมืองว่าด้วยฟอนต์พม่า : โดย ลลิตา หาญวงษ์