เขตหลักสี่ คลองเปรมประชากร : โดย บัณฑิต จุลาสัย – รัชดา โชติพานิช

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ขณะทรงตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทุกวันนี้ ผู้คนในกรุงเทพฯ ที่เดินทางติดต่อทางถนน หรือทางรถไฟ อาจจะเคยสงสัยว่า หลักสี่ ที่เป็นชื่อ เขตหลักสี่ นั้น นอกจากจะเป็นชื่อของสถานีรถไฟหลักสี่แล้ว หลักสี่นี้ น่าจะเป็นหลักกิโลเมตร ของถนนหรือทางหลวงแผ่นดิน โดยเฉพาะถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานเขตหลักสี่ วัดและโรงเรียนวัดหลักสี่ ที่น่าจะมีระยะทางสี่กิโลเมตร จากจุดเริ่มต้นถนนตรงดินแดง หรือจะเป็นหลักกิโลเมตรบอกระยะของสถานีรถไฟ เพราะจากสถานีหลักสี่เลยสถานีดอนเมืองไป จะเป็นสถานีรถไฟหลักหก

เช่นเดียวกับ ผู้คนใน ตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี จะเกิดความสงสัย เพราะตำบลนี้ ไม่ได้อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต และอยู่ห่างจากหลักสี่ มากกว่าสองกิโลเมตร

ความเข้าใจผิด และความสงสัยเกี่ยวกับ หลักสี่ หลักสอง ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่ามาจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ เรื่องราวในอดีต ของคนรุ่นปัจจุบัน

เพราะคำว่า หลักสี่ นี้ เป็นคำโบราณ มีมาก่อนการสัญจรทางถนนจะเกิดขึ้น จึงไม่ใช่หลักบอกระยะของถนน หากเป็นเป็นหลักบอกระยะของคลอง ที่เคยเป็นทางสัญจรหลักในอดีต

รวมทั้งการปักหลักเสาเพื่อบอกระยะ ที่ไม่ใช่ระยะ หนึ่งกิโลเมตร เหมือนทางหลวงทั่วไป หากเป็นระยะ หนึ่งร้อยเส้น หรือ ประมาณ 4 กิโลเมตร

เสาหลักบอกระยะในคลองภาษีเจริญ-ดำเนินสะดวก หลักศูนย์ อยู่ที่บริเวณปากคลองบางยาง และสิ้นสุดหลักสุดท้ายที่หลักแปด หลักศูนย์ ถึงหลักห้า อยู่ในเขตบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร หลักหกและหลักเจ็ด อยู่ในเขตอำเภอดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และหลักแปดอยู่ที่อำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม : ที่มา – หนังสืองานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคมนานาชาติ และงานวิจัยของ ดร.ตรงใจ หุตางกูร และ นัทกฤษ ยอดราช
หลักสามคลองภาษีเจริญ ซึ่ง เอนก นาวิกมูล สำรวจและเผยแพร่ข้อมูลในหนังสือหลัก-ฐาน-บ้าน-เมือง : ที่มา – ตรงใจ หุตางกูร, นัทกฤษ ยอดราช, 2560. ตามหาจารึกเสาหลักเส้นที่ 0, 100, 200 และ 300 ของคลองภาษีเจริญ. อินเตอร์เน็ต: เว็บไซต์ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน): www.sac.or.th/th/article

ดังนั้น หลักสี่ จึงไม่ใช่หลักบอกระยะของถนนหรือสถานีรถไฟ แต่เป็นหลักบอกระยะของคลองเปรมประชากร และคำว่าหลักสี่ จึงเริ่มมาจากการเรียกขาน ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ว่า บ้านหลักสี่ และ ตำบลหลักสี่ ในเวลาต่อมา

ตำบลหลักสี่ ในกรุงเทพฯ และตำบลหลักหก ในปทุมธานี จึงอยู่ต่อเนื่องกัน อยู่ริมคลองเปรมประชากร และอยู่ห่างกันแปดกิโลเมตรพอดี

เช่นเดียวกับหลักสอง เป็นหลักบอกระยะคลองภาษีเจริญ ที่อยู่ทางด้านฝั่งธนบุรี

สันนิษฐานตำแหน่งหลักบอกระยะคลองเปรมประชากร ในแผนที่มณฑลกรุงเทพฯ สยาม ร.ศ.120 (พ.ศ.2443)

คลองเปรมประชากร
แม้ว่าความเป็นมาของคลองเปรมประชากร จะมีเอกสารระบุว่า ขุดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2413 แต่ เอนก นาวิกมูล พบหลักฐาน ในหนังสือจดหมายเหตุ The Bangkok Recorder เล่ม 1 เมื่อ ค.ศ.1865 ตรงกับ พ.ศ.2408 ที่กล่าวถึงเรื่องการขุดคลองแห่งหนึ่ง ไว้ดังนี้

คลองเปรมประชากร : ที่มา – มติชน

ข้าพเจ้าเจ้าของหนังสือบางกอกริคอเดอ ได้ยินว่า, พระเจ้าแผ่นดินกรุงสยามทรงพระกรุณา, จะให้ขุดคลอง ตั้งแต่วัดเจ้าพระนางเชิง, ตัดท้องทุ่งดอนเมือง, ตรงตลอดมาโดยลำดับมาออกตรงวัดโสมนัศวิหาร, ข้าพเจ้ามีความยินดีด้วยนักหนา ข้าพเจ้าพิจารณาเหนว่า ถ้าขุดคลองตลอดไปได้แล้ว, ก็จักเปนคุณเปนประโยชน์แก่บ้านเมืองเปนอันมาก เพราะพวกราษฎรจะได้อาไศรยทำนา ครั้นเนื้อนาเกิดทวีมากขึ้นแล้ว, ก็จะเปนประโยชน์สองฝ่าย…

ข้าพเจ้า ในหนังสือดังกล่าว หมายถึงหมอบรัดเลย์ ผู้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนการขุดคลอง ส่วนคลองนั้น คือ คลองเปรมประชากร เพียงแค่ว่า ไม่ได้เริ่มจากวัดพระนางเชิง หรือวัดพนัญเชิง หากเริ่มที่เกาะใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างลงมาทางตอนใต้

จึงเป็นไปได้ว่า คลองเปรมประชากร นั้น มาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงปลายรัชสมัย แต่มาเริ่มขุดในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2412 ต้องใช้เวลาขุดนานถึง 18 เดือน จึงมาแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2413

มีหลักฐานว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้อำนวยการขุด เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้เป็นบุตรชาย เป็นแม่กอง พระชลธารวินิจจัย (ฉุน) เป็นผู้ปักหมายกรุย และจ้างชาวจีนขุด เหมือนคลองอื่นที่ขุดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างคลองดำเนินสะดวก และคลองภาษีเจริญ

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

การขุดคลองเปรมประชากร เริ่มต้นทางเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ตำบลเกาะใหญ่ แขวงกรุงเก่า (ปัจจุบัน คือ ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขุดลงมาทางใต้ ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ลงมาจนถึงคลองผดุงกรุงเกษม ตรงบริเวณวัดโสมนัสราชวรวิหาร มีความยาวรวม 51.1 กิโลเมตร

โดยทั่วไป ในการขุดคลอง จะต้องมีการปักหลักบอกระยะ เช่น ที่คลองดำเนินสะดวก

เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
พระชลธารวินิจฉัย (ฉุน) : ที่มา – เพจฉายานิทรรศน์

ซึ่งพระครูสิริวรรณวิวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหลักหก ออกสำรวจหลักบอกระยะริมคลองดำเนินสะดวก ยังพบว่า มีหลักเหลืออยู่หลายแห่ง และบันทึกอยู่ในเรื่องประวัติตลาดน้ำดำเนินสะดวก ในหนังสืองานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคมนานาชาติ 1-7 มีนาคม พ.ศ.2536 หลักบอกระยะที่คลองดำเนินสะดวกนี้ ทำ ด้วยหินแกรนิตรูปสี่เหลี่ยม ด้านบนแกะสลักเป็นรูปพระปฐมเจดีย์ ถัดลงมา แกะตัวเลข 3 ภาษา ได้แก่ เลขไทย โรมัน และจีน และคลองภาษีเจริญที่ยังมีเหลือหลักบอกระยะสามร้อยเส้น อยู่ที่บริเวณหน้าวัดหลักสาม เขตหนองแขม อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร มีลักษณะเป็นหินแกรนิตสี่เหลี่ยมหัวตัด แกะสลัก 4 บรรทัดด้วยกัน บรรทัดแรกแกะเป็นภาษาไทย เขียนว่า สามร้อยเส้น ถัดมาเป็นอักษรภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และบรรทัดที่สี่ เป็นเลขไทย แต่สำหรับหลักของคลองเปรมประชากรนั้น ไม่ปรากฏแล้วในปัจจุบัน

แต่ก็มีหลักฐานที่ระบุว่า เคยมีหลักบอกระยะ ดังเช่น เพลงยาวนายตาบ บุตรสุนทรภู่ แต่งเมื่อคราวตามเสด็จรัชกาลที่ 5 ไปกรุงเก่า เมื่อปี พ.ศ.2414 โดยนายตาบลงเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าคลองผดุงกรุงเกษม แล้วเลี้ยวเข้าคลองเปรมประชากร ผ่านคลองสามเสน บางซื่อ บางซ่อน บางเขน และถึงนนทบุรี ได้กล่าวถึงหลักบอกระยะว่า “ตามแถวคลองร้อยเส้นเห็นหลักมี บอกวิถีทุกระยะที่จะไป”

หรือในนิราศสุโขทัย ของคุณหญิงส้มจีน เขื่อนเพ็ชรเสนา ประพันธ์ไว้เมื่อ พ.ศ.2473 กล่าวถึงหลักสี่ ดังนี้

…อันหลักสี่นี้นามยังงามอยู่
หลักหนึ่งสองสามไม่รู้ไปอยู่ไหน
รัชกาลที่สี่มีพระทัย
บำรุงไพร่พลเมืองให้เฟื่องฟู
ให้ขุดคลองแยกจากคลองผดุง
ผ่าท้องทุ่งป่าละเมาะถึงเกาะคู่
ตำบลบางปะอินถิ่นควรรู้
ปักหลักไว้ให้ดูตลอดคลอง…
ราวร้อยเส้นเป็นมีศาลาพัก
ตัวไม้สักมุงกระเบื้องเขื่องอยู่หนา
เมื่อยังเยาว์เราได้เห็นเด่นในตา
แต่เวลานี้ไม่เห็นดังเช่นเคย..

เมื่อวิเคราะห์ บนแผนที่ประวัติศาสตร์ และแผนที่กรุงเทพฯ และวัดระยะทุก 100 เส้น หรือ 4 กิโลเมตร สันนิษฐานได้ว่า หลักหนึ่ง น่าจะอยู่ประมาณคลองบางซื่อในอดีต หรือประมาณสโมสรนายทหารสื่อสาร ถนนพระรามที่ 5 ในปัจจุบัน หลักสอง น่าจะอยู่ประมาณคลองบางซ่อนในอดีต หรือประมาณจุดข้ามคลอง ทางด่วนพิเศษศรีรัช เขตจตุจักร ในปัจจุบัน หลักสาม น่าจะอยู่ประมาณสเตชั่นบางเขนในอดีต หรือ ประมาณสะพานข้ามคลอง หลังตลาดบางเขน ในปัจจุบัน

หลักสี่ น่าจะอยู่ประมาณสเตชั่นหลักสี่ในอดีต ประมาณวัดหลักสี่ ในปัจจุบัน หลักห้า น่าจะอยู่ประมาณสเตชั่นดอนเมืองในอดีต หรือประมาณสะพานข้ามคลองตรงข้ามสถานีรถไฟดอนเมือง ในปัจจุบัน และหลักหก น่าจะอยู่ประมาณสเตชั่นหลักหกในอดีต หรือประมาณซอยผ่าบุญธรรม ตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี ในปัจจุบัน

ตำบลหลักสี่
วัดหลักสี่ ในปัจจุบัน น่าจะเป็นศูนย์กลางชุมชน บ้านหลักสี่ มาแต่ครั้งอดีต ต่อมาได้ยกระดับเป็นตำบลหลักสี่ ในอำเภอบางเขน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตบางเขน ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2532 โดยแบ่งเขตบางเขนเดิม ออกเป็น 2 เขตใหม่ คือ เขตดอนเมือง และเขตจตุจักร โดยเขตดอนเมืองมีพื้นที่การบริหาร 3 แขวง ได้แก่ แขวงตลาดบางเขน แขวงทุ่งสีกัน และแขวงทุ่งสองห้อง จนกระทั่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนแปลงเขตดอนเมือง และตั้งเขตหลักสี่ขึ้น เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2440 ตามหลักการและเหตุผลที่ระบุในประกาศว่า

…ด้วยสภาพพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบครู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับการพัฒนาด้านโครงข่ายคมนาคมขยายตัวออกกว้างไกลสู่พื้นที่ว่าง ทำให้มีการกระจายตัวของประชากรและสาธารณูปโภคเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องจัดขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรของเขตให้มีความเหมาะสมใกล้เคียงกัน…

จึงแบ่งพื้นที่ทางทิศใต้ของ เขตดอนเมือง เป็น เขตหลักสี่ ประกอบด้วย แขวงทุ่งสองห้อง และแขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ ยังมีประกาศ ให้เขตหลักสี่ ครอบคลุมพื้นที่ 25.06 ตารางกิโลเมตร และมีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ ติดกับเขตดอนเมือง จากจุดบรรจบแนวคลองประปาฝั่งตะวันตก กับคลองไผ่เขียวฝั่งเหนือ ถึงคลองเปรมประชากร และคลองวัดหลักสี่ เป็นเส้นแบ่งเขต

ทิศตะวันออก ติดกับเขตบางเขน มีคลองถนน เป็นเส้นแบ่งเขต

ทิศใต้ ติดกับเขตจตุจักร มีคลองบางเขนและคลองลาดยาว เป็นเส้นแบ่งเขต

ทิศตะวันตก ติดกับอำเภอเมืองนนทบุรี และอำเภอปากเกร็ด มีคลองประปาเป็นเส้นแบ่งเขต

ถนนวิภาวดีรังสิต
ย้อนกลับมาที่ ถนนวิภาวดีรังสิต ที่เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน เคยมีฐานะเป็นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 31 สายดินแดง-ดอนเมือง ชาวบ้านในอดีตเรียกติดปากว่า ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ด้วยก่อสร้างตามระบบทางหลวงอเมริกัน ต่อเนื่องมาจาก ถนนมิตรภาพ ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ไทยและสหรัฐอเมริกา เริ่มจากถนนดินแดง ไปบรรจบกับ ถนนพหลโยธิน ที่แยกอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมธานี มีระยะทาง รวม 23.510 กิโลเมตร มีพิธีเปิดเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2509

การก่อสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่งได้รับทุนและเทคโนโลยีสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา : ที่มา – OWL2’S BLOG
จอมพลถนอม กิตติขจร ตัดริบบิ้นเปิดทางหลวงสายกรุงเทพฯ-สระบุรี บริเวณใกล้ทางแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2509 : ที่มา – OWL2’S BLOG

ต่อมารัฐบาล ได้เปลี่ยนนามทางหลวง เฉพาะช่วงดินแดงถึงดอนเมือง ว่า ถนนวิภาวดีรังสิต ตามนามของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระนามเดิมหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี พระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายใน ที่บำเพ็ญพระกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองมากมาย และในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ขณะเสด็จไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญทหาร ที่ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุสื่อสารว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด จึงทรงให้นักบินนำเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับทหารที่บาดเจ็บ ขณะที่ร่อนลงต่ำนั้น ผู้ก่อการร้ายที่ซุ่มอยู่ ได้ระดมยิงมาที่เฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ จนสิ้นชีพิตักษัย ด้วยวีรกรรมครั้งนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

เรื่องราวความเป็นมาของนาม เขตหลักสี่ จึงมีมาด้วยประการฉะนี้ ด้วยความมุ่งหวังที่จะช่วยให้ชาวกรุงเทพฯเลิกสงสัย หรือเข้าใจถูกต้องว่า หลัก ไม่ใช่ หลักถนน หากเป็น หลักคลอง

และ สี่ ไม่ใช่ สี่กิโลเมตร หากเป็น สี่ร้อยเส้น หรือประมาณ สิบหกกิโลเมตร

บัณฑิต จุลาสัย
รัชดา โชติพานิช
หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์ฯ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บทความก่อนหน้านี้ฮือฮา! โคราชเปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่หอระฆังสไตล์โรมันใหญ่ที่สุดในโลก
บทความถัดไปสาวก ’หงส์แดง’ ร่วมวิ่ง ’ค็อปรัน’ ‘ณัฐวัฒน์-วรพรรณี’ คว้าแชมป์