เดินหน้าชน : น้ำท่วม-น้ำใจ : โดย สัญญา รัตนสร้อย

สถานการณ์น้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มคลี่คลายลงแล้ว

แม้จะสร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับผู้ประสบภัย แต่อีกด้านหนึ่งก็เห็นน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ร่วมแรง ร่วมใจ ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่

แน่นอนว่าในส่วนของภาครัฐ เป็นหน้าที่โดยตรงอยู่แล้วที่จะบำบัดทุกข์ให้กับประชาชน แต่ไม่อาจทั่วถึงและรวดเร็วทันใจนัก ด้วยเงื่อนไขกฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ที่ล่าช้า ไม่ทันการณ์

จึงได้เห็นปรากฏการณ์ธารน้ำใจของคนไทย ในนามองค์กร กลุ่มบุคคล ที่มีจิตอาสา ร่วมแรงแข็งขันช่วยกัน ลงพื้นที่ไปช่วยให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็ปลอบประโลมให้ผู้ประสบภัยได้เห็นว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน

ผู้บริหารและพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัทในกลุ่ม “กฟผ.” เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่น้ำท่วมใหม่ๆ โดยระดมกำลังกระจายลงพื้นที่ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ทั้งพิษณุโลก-พิจิตร-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-ขอนแก่น และอุบลราชธานี

มอบถุงยังชีพไป 14,988 ถุง น้ำดื่ม 107,256 ขวด พร้อมเต็นท์ที่พักชั่วคราว สนับสนุนรถเครน รถบรรทุกพร้อมคนขับ หลังน้ำลดก็เข้าช่วยฟื้นฟู โดยส่งทีมงานตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ กฟผ.และบริษัทในกลุ่มยังมอบเงิน 10 ล้านบาท สมทบกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกฯผ่านรายการพิเศษ “ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม”

ส่วนของรัฐบาล นอกจากจะเปิดรับเงินบริจาคแล้ว ครม.ก็มีมติเมื่อ 24 กันยายน อนุมัติงบกลาง วงเงิน 7,642 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 29 จังหวัด โดยเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท

แต่ที่ต้องยกให้พระเอกตัวจริง นั่นคือ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” และ “เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” พี่น้องฝาแฝด ที่ลุยฝ่าน้ำท่วมออกช่วยเหลือชาวบ้าน ได้เห็นความยากลำบากของผู้ประสบภัย

“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” จึงไลฟ์ผ่านเพจ บอกเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่อุบลราชธานี ประกาศควักเงินส่วนตัว 1.7 ล้านบาท พร้อมเปิดรับบริจาคจากแฟนเพจ คนละเล็กคนละน้อย เพื่อนำเงินไปช่วยชาวบ้าน

เพียงไม่กี่ชั่วโมง ยอดเงินบริจาคพุ่งกระฉูดเป็นหลักร้อยล้านบาท กระทั่ง 2 ตุลาคมที่ผ่านมา “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ประกาศปิดบัญชี มียอดบริจาครวม 422,496,062 บาท โดยมีคนที่ไม่ประสงค์ออกนามนำเงินสดมามอบให้อีก 4,008,002 บาท

ณ วันปิดบัญชี “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5,000 บาทแล้ว รวม 13,078 ครัวเรือน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการทุพพลภาพ 1,677 ราย และวัด 51 แห่ง

ตั้งเป้าจะช่วยเหลือให้ครบทุกพื้นที่ใน จ.อุบลราชธานีก่อนวันที่ 15 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นจะไปมอบเงินช่วยเหลืออีก 5 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วม

รวมทั้งนำเงินที่เหลือไปฟื้นฟูวัดโรงเรียน และสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบทุกจังหวัด

คนที่ร่วมบริจาคกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” อาจมีบางคนที่มีฐานะดีพอจะช่วยบริจาคได้มาก แต่มีหลายคนที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ก็ร่วมบริจาคเช่นกันแม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อย

อย่างกรณีของ “น้องโดนัท-ด.ญ.พรประภา เพ็งดี” วัย 10 ขวบ ที่น้องป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดมานานกว่า 8 ปี ที่อาศัยอยู่กับย่า

เมื่อ “น้องโดนัท” รู้ข่าวว่า “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” จะมามอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงให้ย่าพามาเพื่อนำเงิน 1 พันบาทจากการเก็บออมมาร่วมบริจาคด้วย ทำให้ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” และคนที่เห็นข่าวถึงกับน้ำตาซึม

แน่นอนว่า “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” มิอาจรับเงินนั้นไว้ได้ แถมยังมอบเงินส่วนตัว 3 หมื่นบาทให้ “น้องโดนัท” เป็นทุนการศึกษาและไว้รักษาตัวของน้อง

เป็นอีกเหตุการณ์ประทับใจกับปรากฏการณ์ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” และสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่เคยทิ้งกัน แม้จะยากดีมีจนก็ต้องช่วยกัน นี่แหละ “คนจนผู้ยิ่งใหญ่” อย่างแท้จริง…“น้ำท่วม” หรือจะสู้ “น้ำใจ” คนไทย

สัญญา รัตนสร้อย

บทความก่อนหน้านี้325 ทีมโต๊ะเล็กขาสั้นร่วมดวลแข้งฟุตซอลทั่วไปกรมพลศึกษา
บทความถัดไป‘พล.อ.สุรยุทธ์’ เปิดโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 36 กำชับนำคำสอน ‘ป๋าเปรม’ เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน