การขยับจากพื้นที่ “ทหาร” อันเป็นรากฐานเดิม เข้ามาเพื่อแตะเข้าไปยังพื้นที่ “การเมือง” ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ มีความหวาดเสียว
หวาดเสียวต่อการทดสอบ
เห็นได้จากเพียงไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังก็มีประกาศจากพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะเปิดบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ”
เหมือนกับพรรคอนาคตใหม่ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะช่วงชิง “โอกาส” แต่อย่าไปโทษพรรคอนาคตใหม่ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลย
หากไม่เปิด “ช่อง” อีกฝ่ายจะเข้ามาได้ละหรือ
เท่ากับเป็นการปะทะระหว่าง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” กับ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ”
นี่คือการปะทะใน “สงครามความคิด”
หากในยุค “สงครามเย็น” พื้นที่สื่ออยู่ในลักษณะผูกขาด ตัดตอน แต่ในยุค “POST” สงครามเย็นกำแพงแห่งการผูกขาด ตัดตอน ได้พังทลายไปแล้ว
พังทลายไปพร้อมกับ “กำแพงเบอร์ลิน”
สาระนิพนธ์จาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ จึงวางแบอยู่เคียงข้างกับสาระนิพนธ์จาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล
วัดกึ๋นกันอย่างชนิดกึ๋นต่อกึ๋น
ไม่ว่าจะนิยามความหมายของคำว่า “ชาติ” รากฐานที่มาแห่ง “รัฐชาติ” ในโลกยุคสมัยใหม่เป็นอย่างไรที่ว่าเป็น “ชุมชนแห่งจินตกรรม” นั้นเนื้อแท้แล้วเป็นอย่างไร
มาถึงภาวะ “ซินโดรม” เนื่องแต่ “รัฐธรรมนูญ”
หากแฟนานุแฟนของ พล.อ.อภิรัชต์คงสมพงษ์ เป่าปี๊บตีกลองดังสนั่น แฟนานุแฟนของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
คำถามอยู่ที่ว่าจะ “เชื่อ” ใครมากกว่า
ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไม่ควรมองข้ามหรือหลงลืมอย่างเด็ดขาดก็คือ การ “ปักธงความคิด” คือ ภาระหน้าที่ใจกลางของพรรคอนาคตใหม่
เห็นได้จากคำขวัญ “อนาคตเรากำหนดเอง”
ไม่ว่าจะมองอย่างเปรียบเทียบระหว่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล มีความแตกต่างอย่างเด่นชัด
คนหนึ่งเป็น “ทหาร” คนหนึ่งเป็น “นักวิชาการ”
คนหนึ่งอยู่ในยุคแห่ง “สงครามเย็น” คนหนึ่งอยู่ในยุคสมัยใหม่ อย่างที่เรียกกันว่า POST สงครามเย็น และพื้นที่ที่ทั้ง 2 เลือกยืนคือ พื้นที่การเมืองเป็นการเมืองที่อิงอยู่กับฐานความรู้ ฐานวิชาการ
ถามว่าใครอยู่ในฐานะเจ้าของพื้นที่มาก่อน ถามว่าใครเป็นผู้เหย้า ใครเป็นผู้เยือน คำบรรยายจะให้คำตอบอย่างเที่ยงธรรมที่สุด
คะแนนจาก # ของ ทวิตเตอร์ คือ มติมหาชน
คนที่เคยชินกับพื้นที่ทางการทหาร ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พลัดเข้ามาในยุค “หลัง” สงครามเย็น
ขณะที่เติบโตมาในยุค “สงครามเย็น”
เพียงเดินขึ้นบนเวทีบรรยาย พร้อมกับ “เทคโนโลยี” ในยุคแห่งอินเตอร์เน็ตได้นำเอา “ไลฟ์” มาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด
ทุกอย่างก็ฟ้าแจ้งจางปาง ไม่เหลือริ้วรอยอะไรเลย

