พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ยืนยันต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติในเดือนกรกฎาคม 2559 นี้
ถ้าไม่ผ่านขึ้นมาจริงๆ มีแผนสำรองไว้แล้ว ยังไงๆ เดือนกรกฎาคม 2560 ต้องมีเลือกตั้ง
“ผมยืนยันมาทุกวันว่าเดือนกรกฎาคม ปี 2560 เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ทำให้ไม่ผ่าน ก็ต้องไปพูดกับคนคนนั้น และที่ตั้งใจให้ผ่านก็เพื่อประเทศไทยและทุกๆ คน”
“เขาทำประชามติกันเมื่อไหร่ เดือนกรกฎาคม 2559 ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ผ่าน ผมจะทำให้มันเลือกตั้งได้ก็แล้วกัน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แต่ถ้าเลือกตั้งไม่ได้อีก ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้ และไม่ว่าจะอย่างไรในปี 2560 ก็ต้องมีการเลือกตั้ง”
“ผมยืนยันกรกฎาคม 2560 ต้องเลือกตั้ง แต่ถ้าไปยิงกันอีก เลือกตั้งก็ไปสู้กันเอาเอง”
นักข่าวขอให้นายกฯ อธิบายให้ชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ยังจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 นั้นจะทำอย่างไร
คำตอบจากนายกฯคือ “เราก็ต้องหารัฐธรรมนูญมาให้เลือกตั้งจนได้นั่นแหละ อาจจะมีมาตราเดียวหรือ 2-3 มาตราก็พอแล้ว คือ 1.ให้มีการเลือกตั้ง 2.เรื่องสิทธิมนุษยชน 3.เรื่องประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ ไร้ขีดจำกัด พอแล้ว 3 มาตรา คงไม่แตกต่างอะไรไปมากกว่านี้”
“อันไหนมีอยู่แล้วใช้ได้ก็ใช้ไป อันไหนไม่ได้ก็เติมเข้าไป เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูป อะไรที่พิเศษในการปฏิรูปก็ต้องใส่เข้าไป”
สรุปว่า “แผนสำรอง” ของนายกฯก็คือ ถ้าร่างของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.ไม่ผ่านประชามติ จะหารัฐธรรมนูญมาให้ประชาชนได้เลือกตั้งให้ได้
ฟังดูเร้าใจพอสมควรว่า การเมืองไทยจะเดินทางไปถึงจุดที่ต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับของ พล.อ.ประยุทธ์กันหรือไม่
ถ้าต้องใช้จริง ก็แสดงว่าจะเกิดการ “แท้ง” ของร่างรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับติดต่อกัน
จะถึงขนาดนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ กรธ. และผลการลงประชามติในเดือน ก.ค.นี้ เป็นสำคัญ
ในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน คณะกรรมการยกร่างฯ
คงไม่เปลี่ยนแปลงเนื้อหาอะไรมาก เพราะถือว่าเป็นฉบับปฏิรูป-ปราบโกง และเป็นไปตามกรอบมาตรา 35 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ขณะที่การลงประชามติที่นายกฯมั่นใจว่าจะ “ผ่าน” นั้น สังคมบางส่วนไม่คิดเช่นนั้น
อาจจะด้วยเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ ขณะที่หลักเกณฑ์และวิธีการบางอย่างยังไม่เคลียร์
อย่างเช่น “เสียงข้างมาก” จะเป็นข้างมากของจำนวนไหน พูดกันแต่ว่าอยากให้ออกมาลงคะแนนกันเยอะๆ หลายๆ สิบล้าน ฯลฯ
เป็นสภาพที่เดินหน้ากันไปแบบต้องลุ้นวันต่อวัน
ทีนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงหันไปอุ้มตุ๊กตาลูกเทพกันจนดังไปทั้งโลก

