หน้าแรก คอลัมนิสต์ เฟซบุ๊กกับองค...

เฟซบุ๊กกับองค์กรสื่อ โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

28.10.19 | 13:00 น.
(ภาพ-AP)

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวเอพีจากสหรัฐอเมริกาชิ้นหนึ่งซึ่ง “น่าจะ” เป็นข่าวดีสำหรับวงการสื่อสารมวลชนโดยรวม นั่นคือการเปลี่ยนท่าทีต่อองค์กรสื่อทั้งหลายของเฟซบุ๊กเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีทีเดียว

เฟซบุ๊ก ก็เริ่มปรากฏเป็นครั้งแรกเมื่อ 15 ปีก่อนเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงบัดนี้ เฟซบุ๊ก ไม่เคยง้อ ไม่เคยใส่ใจท่าทีและความคิดเห็นขององค์กรสื่อแต่อย่างใดทั้งสิ้น

เฟซบุ๊ก กับสื่อทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา กลายเป็นคู่แข่งขันกันอยู่ในที ในแง่ของการแย่งเม็ดเงินจากการโฆษณา โดยที่ฝ่ายหลังมักกล่าวหาฝ่ายแรกอยู่เนืองๆ ว่า ฉกฉวยประโยชน์จากผลงานขององค์กรสื่ออย่างไม่ชอบธรรม จะให้ความสำคัญต่อสื่อทั้งหลายก็ต่อเมื่อเล็งเห็นผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่งั้นไม่สนใจ ไม่เห็นหัวสื่อทั้งหลาย แล้วก็กลายเป็นแหล่งแพร่ข่าวบิดเบือน ข่าวปลอม เป็นต้น

ที่มาของข้อกล่าวหาที่ว่านี้ มาจากการนำเอา หัวข้อข่าวของสื่อทั้งหลายไปนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของฟังก์ชั่นการใช้งานในหน้าแฟนเพจของเฟซบุ๊กในลักษณะ “นิวส์ ฟีด” โดยที่สื่อไม่ได้อะไรตอบแทนจากเฟซบุ๊กโดยตรง และยิ่งรู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติมหนักจากยักษ์ใหญ่ในแวดวงดิจิทัลนี้ ด้วยโครงการ “วิดีโอโปรเจ็กต์” ที่ฟังดูดีเมื่อตอนหว่านล้อมทีแรก แต่พอเห็นทีท่าว่าจะไปไม่ไหว ก็ยกเลิกเสียดื้อๆ ซะงั้น

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแถลงข่าวถึง “นิวส์ แท็บ” ฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดในโมบายล์แอพพ์ของตัวเอง ซึ่งหากติดตั้งลงไปในหน้าแฟนเพจของผู้ใช้แต่ละคน จะแสดงรายการพาดหัวข่าวเด่นๆ ดังๆ ประจำวันจากสื่อหลักๆ ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายของประเทศ อาทิ วอลสตรีท เจอร์นัล,
วอชิงตันโพสต์, บัซฟีด นิวส์, บิสสิเนส อินไซเดอร์, เอ็นบีซี,ยูเอสเอทูเดย์ และลอสแองเจลิสไทม์ส เป็นต้น

Advertisement

ความแตกต่างก็คือ นอกจากเฟซบุ๊กจะลิงก์หัวข้อข่าวทั้งหมดไปยังตัวข่าวของแต่ละสำนักสื่อโดยตรงแล้ว ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เฟซบุ๊กยินยอมทำสัญญาตกลงจ่ายเงินให้กับสื่อแต่ละรายโดยตรงเป็นครั้งแรก

ว่ากันว่า สำหรับสื่อบางราย เงินรายได้ที่เกิดจากการยินยอมให้เฟซบุ๊กเข้าถึงเนื้อหาของตัวเองครั้งนี้ เป็นเงินหลายล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แม้ว่าเฟซบุ๊กเองจะปฏิเสธไม่ยอมให้ข้อมูลว่าจ่ายเงินให้ใคร เป็นเงินเท่าใดกันบ้าง

เฟซบุ๊กบอกว่า สื่อหลักๆ ระดับประเทศที่นำเสนอในครั้งนี้ถือเป็นระลอกแรก ต่อไปจะลงลึกไปในระดับท้องถิ่นของรัฐ และในระดับเมืองในที่สุด

ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องเดียวกันนี้นอกสหรัฐอเมริกา แต่ก็น่าเชื่อได้ว่ารูปแบบเดียวกันนี้คงนำไปใช้กับทั่วโลก

เพราะเฟซบุ๊กยอมรับเองในถ้อยแถลงว่านี่น่าจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับเฟซบุ๊ก “ยั่งยืนได้” ในระยะยาว

อย่างที่บอกไว้ว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟซบุ๊กคิดจะนำเสนอข่าวผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กเคยมี “เทรนดิ้ง ท็อปปิคส์” ที่ทำไปได้สักพักก็เริ่มเกิดปัญหา ถูกโจมตีว่าเลือกนำเสนอข่าวบนพื้นฐานของความลำเอียงทางการเมือง จนต้องเลิกจ้าง “บรรณาธิการ” คัดข่าวเพื่อนำเสนอที่เป็นมนุษย์ แล้วหันไปใช้ “ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)” ทำหน้าที่แทน

ปัญหาเรื่องความลำเอียงหมดไป แต่เกิดปัญหาเอไอเลือกข่าวผิดๆ ข่าวปลอม กลับมาวนนำเสนอซ้ำๆ ซากๆ จนถึงที่สุด ก็ต้องยุบเลิกไปทั้งโครงการในปี 2018 ที่ผ่านมา

แล้วก็หันมาพึ่งพาเนื้อหาจากสื่อกระแสหลักเป็นสำคัญในการเริ่มต้นใหม่ภายใต้ชื่อ “นิวส์ แท็บ” หนนี้

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อเฟซบุ๊กให้สัมภาษณ์กับเอพีว่า โปรเจ็กต์ใหม่นี้คือ “โอกาสอันดีที่จะสร้างสัมพันธ์ในระยะยาวและความสัมพันธ์ทางการเงินกับผู้พิมพ์ผู้โฆษณาทั้งหลาย” ทั้งๆ ที่ เมื่อปีที่แล้ว ความเห็นของซัคเคอร์เบิร์กในเรื่องเดียวกันนี้ก็คือ ไม่น่าจะ “เมคเซนส์” ถ้าจะมานั่งจ่ายเงินค่าคอนเทนต์ให้กับสื่อ

แน่นอน ผู้บริหารสื่อทั้งหลายในสหรัฐอเมริกาย่อมขานรับท่าทีใหม่นี้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แม้ว่าจะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนหนึ่งเป็นอิทธิพลจากกฎหมายใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านออกมาบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ที่อนุญาตให้สื่อรวมตัวกันต่อรองกับเฟซบุ๊กและแพลตฟอร์มดิจิทัลใหญ่ๆ อื่นๆ ได้ โดยได้รับการยกเว้นจากข้อห้ามไม่ให้ดำเนินการดังกล่าวตามรัฐบัญญัติต่อต้านการผูกขาด แต่เดิมก็ตามที

แต่ก็ยังมีปัญหาให้ต้องขบคิดและพิจารณากันในทางปฏิบัติอีกหลายประเด็น เช่น ความกังวลของ เดวิด เชฟเวิร์น ประธานพันธมิตรนิวส์มีเดีย องค์การตัวแทนอุตสาหกรรมสื่ออเมริกัน ที่ชี้ว่า “สิ่งพิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้รวมอยู่ในความตกลงนี้”

ในขณะที่ เอ็ดเวิร์ด วัสเซอร์แมน คณบดีประจำโครงการวารสารศาสตรมหาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เบิร์กเลย์ ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาไว้ว่า

“จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโซเชียลมีเดียทำหน้าที่บรรณาธิการข่าว?” เฟซบุ๊กจะเลือกข่าวอย่างไรไปนำเสนอ ความที่ต้องตรงกับใจผู้ใช้นั้นๆ หรือข่าวที่ต้องตรงกับความจริง นำเสนอข่าวที่คนอ่านกันเยอะๆ หรือข่าวที่มีประโยชน์

วัสเซอร์แมนบอกว่า ยิ่งดูจากประวัติการทำงานด้านข่าวที่ผ่านมาของเฟซบุ๊ก ยิ่งชวนกังวลมากขึ้นไปอีกครับ