หน้าแรก คอลัมนิสต์ ระงับจีเอสพีไ...

ระงับจีเอสพีไทย

28.10.19 | 13:00 น.

สำนักงานคณะผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) ประกาศว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือจีเอสพี กับสินค้าไทยคิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 39,650 ล้านบาท โดยระบุว่าไทยล้มเหลวในการจัดสิทธิที่เหมาะสมให้กับแรงงานตามหลักสากล สินค้าไทยที่อยู่ในรายการที่จะถูกตัดสิทธิจีเอสพีตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 มีมากถึง 573 รายการ ครอบคลุมทั้งของกินและของใช้ ตั้งแต่อาหารทะเลหลากชนิด ผักและผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักและน้ำผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ไม้อัดและไม้แปรรูป ตะกร้า ดอกไม้ประดิษฐ์ จานชาม เครื่องประดับ เหล็กแผ่น สเตนเลส ฯลฯ

ขณะที่ทางภาคเอกชน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้ว่า รอดูภาครัฐในการกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะยังพอมีเวลารับมือ แต่อย่างไรก็ตามในมุมของเอกชนกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะด้านการส่งออก แต่เชื่อว่าสินค้าไทยกลุ่มดังกล่าวยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐ เพราะเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน และไทยผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและหลากหลาย แต่ผลกระทบที่กังวลมากกว่าคือ ตัวผู้ประกอบการส่งออกของไทย ที่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในโลก เท่ากับว่าไทยโดน 2 เด้ง ดังนั้นอยากให้หน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาดูแลเรื่องเงินบาทโดยด่วน

เชื่อว่าการระงับจีเอสพีครั้งนี้ เป็นท่าทีตอบโต้ไทยที่เพิ่งสั่งแบนสารเคมีใช้ในการเกษตร 3 ชนิด และทางสหรัฐได้ทำหนังสือทักท้วง ขอให้ไทยชะลอการตัดสินใจในเรื่องของไกลโฟเซต ซึ่งหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ ประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ทางประเทศไทยจะต้องไปตรวจสอบมาตรฐานสิทธิแรงงานไทยว่า มีปัญหาจริงตามที่สหรัฐอ้างเหตุหรือไม่ ส่วนในเรื่องสารเคมี จะต้องไปเจรจากับสหรัฐเพื่อหาทางออก ทั้งหมดนี้ เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ควรจะตื่นตัวระแวดระวังรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างทันการณ์มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้