จับชีพจรเลือกตั้งซ่อม โดย ศุกร์ มังกร

แน่นอน ส.ส.พรรครัฐบาลได้เพิ่มอีก 1 เก้าอี้ จากผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

เผดิมชัย สะสมทรัพย์ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา “แก้มือ” ได้สำเร็จ กวาดชัยชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นทิ้งห่างคู่แข่งขาดลอย

รัฐบาลได้ที “ตีปี๊บ” ชัยชนะครั้งนี้เป็นเพราะประชาชนชื่นชอบผลงานของรัฐบาล ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

อุปโลกน์เลยเถิดเกินจริงหรือไม่?!

อย่าลืมว่าชัยชนะครั้งนี้ หนึ่ง ตระกูล “สะสมทรัพย์” เป็นตระกูลใหญ่เก่าแก่ผูกขาดการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น มายาวนาน รู้สายสนกลในเครือข่ายแน่นหนาครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ในจังหวัดนครปฐม

หนึ่ง เลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา อาจประมาทหรือประเมินคู่แข่งต่ำ ประกอบกับครั้งนั้นพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถือเป็นตัวแทน “คสช.” ที่มีอำนาจ-กระสุน เต็มพิกัด ทำให้บรรดาหัวคะแนนคู่แข่งไม่กล้า “ขยับ” หรือ “ออกอาวุธ”

หนึ่ง เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พลังประชารัฐ “หลีกทาง” ทั้งๆ ที่เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาคะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจาก “อนาคตใหม่” จึงเป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น?

จะว่าเป็นการ “ฮั้ว” กันก็คงไม่ได้!?

เพราะพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “ประชาธิปัตย์” ก็ส่งผู้สมัคร พร้อมระดมสรรพกำลังจากส่วนกลางลงไปช่วยหาเสียงกันเต็มที่

ทว่าเป็นช่วง “ขาลง” ทำได้แค่เพียง “ไม้ประดับ”!

ส่งผลให้ “เผดิมชัย” ใช้ความเก๋าทวงคืนเก้าอี้ได้สำเร็จ

ผนวกกับกระแสฟีเวอร์อนาคตใหม่ ที่ไม่ใช้วิถีกระสุนนำทางต้องวูบลงชั่วขณะ

หนึ่ง กติกาที่ “ดีไซน์” มาเพื่อพวกเรา จัดให้มีการเลือกตั้งวันพุธกลางสัปดาห์ แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม แต่ก็ไม่เคยมีการจัดเลือกตั้งแบบนี้มาก่อน

ส่วนใหญ่แนวทางปฏิบัติจะเป็นวันอาทิตย์!?

นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่!?

กระนั้นยังมีอีกสองสามสนามเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้

หนึ่ง “ขอนแก่น” ที่ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต และศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

หนึ่ง “สมุทรปราการ” ที่ กกต.มีมติให้ “ใบเหลือง” อดีตพระเอกดัง แห่งพลังประชารัฐ ซึ่งรอตั้งแท่นสรุปสำนวนส่งศาล มีคำวินิจฉัยอีกครั้ง

หนึ่ง “กำแพงเพชร” ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งศาลจังหวัดพัทยานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดี “ล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน” ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552

โดยคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท แยกเป็นสองส่วน

หนึ่ง บรรดาแกนนำที่ตกเป็นจำเลย ทั้ง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกษ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน และ นายจักรภพ เพ็ญแข ฐานร่วมกันโฆษณา หรือประกาศให้ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เป็นต้น

แต่ “แรมโบ้อีสาน” รอดคดีระหว่างย้ายมาสวามิภักดิ์พลังประชารัฐ เนื่องจากนำตัวมาส่งฟ้องไม่ทัน

จนคดีขาดอายุความ โดยผู้ร่วมชะตากรรมโดนหมด ยกเว้น “จักรภพ” ที่หนีตั้งแต่ต้น ศาลออกหมายจับไว้แล้ว

หนึ่ง คดีที่นำมวลชนไปล้มประชุมถึงพัทยา มีจำเลยทั้งหมด 15 คน อาทิ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายนิสิต สินธุไพร นายวันชนะ เกิดดี เป็นต้น

โดยศาลสั่งพักคดีไว้ 2 คน เนื่องจากหลบหนี

10 คนอ่านคำพิพากษาฎีกาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี และยกฟ้องไป 1 คน

เหลืออีก 3 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ นายสำเริง ประจำเรือ และ นายวรชัย เหมะ ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมายังไม่ได้รับหมายเรียกให้มาฟังคำตัดสิน

ดังนั้น วันที่ 31 ตุลาคมนี้ คงต้องลุ้นระทึกอีกครั้งว่า “พ.ต.ท.ไวพจน์” ดีกรี ส.ส.พลังประชารัฐ จะมาฟังคำพิพากษาหรือไม่?!

และผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร!?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ก้าวสู่ปีที่ 8 สคช. พร้อมรุกหน้าตรา “มอช.” ต่อยอดแอปฯ “ปักหมุดมืออาชีพ
บทความถัดไปบทนำมติชน : ทำศึกการค้า