ไม่ว่ามติของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่ว่ามติของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไม่ว่ามติของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ
ดำเนินไปในแบบ “ขี่ม้าเลียบค่าย”
เป็นการหยั่งไปยัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นการหยั่งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการหยั่งไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
วัดความตื้นลึก หนาบาง
หรือแม้กระทั่งการผลักดัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าไปนั่งอยู่ในตำแหน่ง “กรรมาธิการวิสามัญ” พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
ก็เสมอเป็นเพียงการตรวจสอบ หยั่งเชิง
ผลก็คือ เห็นปฏิกิริยา เห็นการขยับอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นการขยับอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ถามว่าเป้าหมายจริงๆ ของ “ฝ่ายค้าน” อยู่ที่ไหน
ตอบได้เลยว่า การปล่อย “ตัวเลข” ที่จะตัดออกจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นจำนวนกว่า 9 หมื่นล้านบาท จากพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน 5 หมื่นล้านบาท จากพรรคเพื่อไทย
ในที่สุดแล้วก็คือ การเขย่าขวัญ
ต้องไปดูในรายละเอียดว่า เป้าหมายแท้จริงอยู่ที่ไหน แน่นอน ว่ายังอยู่ที่ด้าน “ความมั่นคง” แน่นอนว่ายังอยู่ที่ “การบริหารจัดการ”
เป็นการบริหารจัดการในความรับผิดชอบของใคร
เด่นชัดว่าเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เด่นชัดว่าเป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเด่นชัดว่าเป็นของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
และบรรดา “กระทรวง” ของพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคเสรีรวมไทย ไม่ว่าพรรคประชาชาติ ไม่ว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าพรรคเพื่อชาติ ไม่ว่าพรรคพลังปวงชนไทย
เน้นไปยัง “บิ๊ก คสช.” เน้นไปยัง “พลังประชารัฐ”
ยุทธศาสตร์ของพรรคฝ่ายค้าน “ร่วม” ถือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเอาพรรคพลังประชารัฐ เป็นเป้าหมายใหญ่ เป็นเป้าหมายหลักในทางการเมือง
แยก “พลังประชารัฐ” ออกมา
ในเมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเมื่อประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ในเมื่อกระทรวงมหาดไทยอยู่ในมือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ท่าทีของพรรคฝ่ายค้าน “ร่วม” ต่อ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา จึงค่อนข้างถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่า
มากกว่าต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากกว่าต่อ พรรคพลังประชารัฐ
ระยะนับแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน จึงเป็นระยะแห่งการหยั่งเชิง ตรวจสอบ และที่สุดก็จะสรุปออกมาอย่างเป็นรูปธรรมในเดือนธันวาคม
นั่นคือ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติ “ไม่ไว้วางใจ”
มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า หากมองในด้านตัวบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นเป้าหมายใหญ่ เป้าหมายหลัก
หากมองในด้านพรรค พลังประชารัฐ จะเป็นเป้าหมายใหญ่ เป้าหมายหลัก
พยายามแยก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา พยายามโดดเดี่ยวพรรคพลังประชารัฐออกจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
จากนั้น รวมศูนย์กำลังบดขยี้เป้าหมายใหญ่ เป้าหมายหลัก

