หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ วันศุกร์...

บทนำ วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 : คืบหน้า5จีในไทย

1.11.19 | 12:00 น.

รัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่เข้ามารับภารกิจดูแลประเทศไทยต่างมีหน้าที่ต้องสร้างชาติให้พัฒนาต่อไป รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่เป็นรัฐบาลจาก คสช. สืบต่อมาจนถึงบัดนี้ที่เป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐสภา ได้ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมสำคัญ คือ ความพยายามผลักดันให้ประเทศไทยเริ่มต้นเทคโนโลยี 5จี ภายในปี 2563 ท่ามกลางปัญหาอุปสรรคในเรื่องกฎระเบียบ แหล่งเงินทุน ผู้ใช้บริการ และอื่นๆ

กระทั่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายในงานสัมมนา Roadmap 5G ดันไทยนำ ASEAN ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานด้านโทรคมนาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ซึ่งเป็นภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้น 5จี ได้ตอกย้ำเจตนาของฝ่ายรัฐที่จะเร่งให้ไทยมีเทคโนโลยี 5จี เท่าทันโลก

นายฐากรกล่าวภายในงานสัมมนาถึงโรดแมป หรือกรอบเวลาทำงาน 5จี ประกอบด้วย วันที่ 6 พฤศจิกายน เสนอร่างประกาศต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงาน วันที่ 12 พฤศจิกายน ผ่านที่ประชุม กสทช. เพื่อนำร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 13 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม จากนั้นวันที่ 27 ธันวาคม ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา วันที่ 2 มกราคม 2563 ประกาศเชิญชวน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ประมูลคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาตปลายเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่าเปิดให้บริการภายในเดือน กรกฎาคม 2563 ได้

สำหรับราคาเริ่มต้นการประมูล นายฐากรเปิดเผยผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย 4 แห่ง พบว่าราคาเริ่มต้นประมูลคลื่นความถี่ 2600 MHz (190MHz) มูลค่า 35,370 ล้านบาท มีจำนวน 19 ใบอนุญาต หรือเฉลี่ยราคาใบละ 1,862 ล้านบาท ส่วนความถี่ 26 MHz (2700MHz) มูลค่า 8,100 ล้านบาท มีจำนวน 27 ใบอนุญาต หรือเฉลี่ยราคาใบละ 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังปรับเปลี่ยนกฎกติกาให้ผู้ร่วมประมูลไม่ต้องชำระค่าประมูลเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยปีที่ 1 ชำระค่าประมูล 10% ปีที่ 2-4 ไม่ต้องจ่าย ปีที่ 5-10 จ่าย 15% แต่มีเงื่อนไขคือต้องนำเงินที่ไม่ต้องจ่ายไปลงทุน เช่น ลงทุนในอีอีซี 50% ของพื้นที่อีอีซี ภายใน 1 ปี และลงทุนในพื้นที่สมาร์ทซิตี้ 50% ของประชากรในสมาร์ทซิตี้ ภายใน 4 ปี โดยต้องเป็นเทคโนโลยี 5จี ที่ประมูลไป ซึ่งต่อไปข้อมูลดังกล่าวจะต้องผ่านการเปิดรับฟังความคิดเห็นตามกรอบเวลาที่วางไว้ ซึ่งผลจะเป็นเช่นไรต้องรอสรุป แต่ทั้งหมดคือความคืบหน้าในการวางโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมแก่ประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทาย และมีอนาคตของชาติเป็นเดิมพัน

Advertisement