ไม่ว่ามติของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์และการปฏิรูป เชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
เป็นไปตาม “หน้าที่” ของ “กรรมาธิการ”
ไม่ว่ามติของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เป็นไปตาม “หน้าที่” ของ “กรรมาธิการ”
เริ่มต้นจากมีการร้องเรียน ตามมาด้วยการอภิปราย แลกเปลี่ยนภายในคณะกรรมาธิการและที่สุดก็คือการลงมติ
นี่จึงเป็นเรื่องของ “กรรมาธิการ” มิได้เป็นเรื่องส่วนตัว
ทุกอย่างดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรค 4 มิได้เป็นการวางอำนาจบาตรใหญ่ของประธานหรือแม้กระทั่งกรรมาธิการคนใดคนหนึ่ง
นี่คือขนบ นี่คือธรรมนิยม นี่คือกติกา
ขนบแบบนี้คนซึ่งคร่ำหวอดอยู่กับระบบรัฐสภาตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2512 อย่าง นายชวน หลีกภัย ถือเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติ
เป็นไปตามการแบ่งแยกอำนาจ
นั่นก็คือ อำนาจบริหารได้แก่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง ผบ.ทบ.อันถือเป็นข้าราชการประจำและเป็นส่วนหนึ่งในกลไกทางการบริหาร
นั่นก็คือ อำนาจนิติบัญญัติ
คณะกรรมาธิการแต่ละคณะมีพื้นฐานมาจากการแต่งตั้งบุคลากรภายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ควบคุมฝ่ายบริหาร
อาจเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งในมุมของ นายชวน หลีกภัย แต่ก็เป็นเรื่องใหม่และเรื่องแปลกหากมองจากมุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
เป็นเรื่องที่เข้าใจและเห็นใจ
น่าเห็นใจเพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีพื้นฐานมาจากการการยึดอำนาจโดยวิธีการรัฐประหาร
นั่นก็คือ มีอำนาจจากปากกระบอกปืน
เมื่อมีพื้นฐานเช่นนี้ประกอบกับเมื่อทำรัฐประหารมาแล้วก็จัดตั้ง “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” มาเป็นเครื่องมือของตน
เป็นสภา “แต่งตั้ง” มิใช่สภา “แต่งตั้ง”
เวลาจากหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็เคยชินแต่กับสภาอย่างนั้น
เมื่อมาพบกับ “สภา” อันมาจาก “การเลือกตั้ง” ก็เลยงง
งงเพราะสภาอันมาจากประชาชน อันมาจากการเลือกตั้ง เขามิได้เป็น “ลูกแหล่งตีนมือ” เขาจึงใช้อำนาจเท่าที่รัฐธรรมนูญให้มาอย่างเต็มที่
อำนาจในการตรวจสอบ อำนาจในการควบคุม
เวลาเพียงไม่กี่เดือนจากเดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม เข้าสู่พฤศจิกายน จึงเท่ากับเป็นเวลาในการปรับตัว
เป็นการปรับตัวของ “คสช.” เป็นการปรับตัวของ “ทหาร”
ในยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ท่านสามารถใช้ “มาตรา 44” เรียกใครก็ได้เข้าไปสอบถาม มาถึงตอนนี้โดยอำนาจของรัฐธรรมนูญท่านก็มีสิทธิถูกเรียกตัวไปเช่นเดียวกัน
แม้ว่าจะเป็น “รัฐธรรมนูญ” ที่เป็น DESIGN มาเพื่อสืบทอดอำนาจก็ตาม

