คอลัมน์หน้า 3 : พลิก มาตรา 44 อภิปราย ระดับ ‘มินิ’ ไม่วางใจ รัฐบาล

4.11.19 | 11:23 น.

เหมือนกับญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

จะเป็นญัตติ “เขย่าขวัญ”

อาจใช่ เพราะว่านอกจากเป็นญัตติที่ นายสุทิน คลังแสง เป็นผู้เสนอโดยมี 215 ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อรับรองแล้ว

เป้ายังพุ่งไปยัง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

และอย่างน้อยก็มีญัตติด่วนในลักษณะเดียวกันอันเสนอมาจากพรรคประชาธิปัตย์ประสานเข้ากับพรรคชาติไทยพัฒนา

Advertisement

แต่ยังมีญัตติด่วนที่เขย่าขวัญอีกญัตติหนึ่ง

นั่นก็คือ ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44

เพราะว่าเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ

ที่นายสุทิน คลังแสง ประมวลและสรุปอย่างรวบรัดนี้มีบทบาทเท่ากับเป็นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจ

เพียงแต่ในระดับ “มินิ”

เหตุผลสำคัญก็คือ เป็นญัตติอันรวบรวมผลงานของ คสช.นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

เหตุผลสำคัญยังมาจาก 3 องค์ประกอบ

1 เป็นกระบวนการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ 1 เป็นการประสานเข้ากับการทำงานของ “ไอลอว์” ซึ่งมี นายจอน อึ้งภากรณ์ เป็นหัวเรือใหญ่

และ 1 เป็นการนำเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล

บทบาทของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในเรื่องทางกฎหมาย ในเรื่องทางการเมือง ที่เห็นอย่างเด่นชัดในห้วงสมัยประชุมที่ผ่านมาเด่นชัดยิ่ง

เด่นชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหนื่อยแน่นอน

เมื่อเป็นการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเป็นการขับเคลื่อนโดยมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นผู้เดินอยู่หัวขบวน

ประกันได้ในความเข้มข้น

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมัวไปขัดแข้งขัดขา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมัวไปตอแยอยู่กับบทบาทของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ญัตติอันเนื่องแต่ “มาตรา 44” ต่างหากหนักหน่วงกว่า

คำถามมิได้อยู่ที่ว่าจะปกป้อง คสช. จะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร ประการเดียวหากแต่ยังอยู่ที่ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหอกในการต่อกรกับคนที่มีฐานในทางกฎหมาย ฐานในการบรรยายประเด็นทางกฎหมายระดับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้

บรรดา “ลูกแหล่งตีนมือ” ที่เห็นๆ ไม่น่าจะต่อกรได้

วันที่ 7 พฤศจิกายนจึงเท่ากับเป็นวันเปิดศึกระดับบิกเบิ้มในทางการเมือง เป็นการคิดบัญชี คสช.นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 เป็นต้นมา

เป้าหมายใหญ่อยู่ที่ หัวหน้า คสช.

เป้าหมายใหญ่อยู่ที่การออกคำสั่ง คสช. การนำเอามาตรา 44 มาเป็นเครื่องมือในการปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับการสืบทอดอำนาจ

อำนาจในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา