เหมือนกับญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
จะเป็นญัตติ “เขย่าขวัญ”
อาจใช่ เพราะว่านอกจากเป็นญัตติที่ นายสุทิน คลังแสง เป็นผู้เสนอโดยมี 215 ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อรับรองแล้ว
เป้ายังพุ่งไปยัง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
และอย่างน้อยก็มีญัตติด่วนในลักษณะเดียวกันอันเสนอมาจากพรรคประชาธิปัตย์ประสานเข้ากับพรรคชาติไทยพัฒนา
แต่ยังมีญัตติด่วนที่เขย่าขวัญอีกญัตติหนึ่ง
นั่นก็คือ ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44
เพราะว่าเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ
ที่นายสุทิน คลังแสง ประมวลและสรุปอย่างรวบรัดนี้มีบทบาทเท่ากับเป็นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจ
เพียงแต่ในระดับ “มินิ”
เหตุผลสำคัญก็คือ เป็นญัตติอันรวบรวมผลงานของ คสช.นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
เหตุผลสำคัญยังมาจาก 3 องค์ประกอบ
1 เป็นกระบวนการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ 1 เป็นการประสานเข้ากับการทำงานของ “ไอลอว์” ซึ่งมี นายจอน อึ้งภากรณ์ เป็นหัวเรือใหญ่
และ 1 เป็นการนำเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล
บทบาทของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในเรื่องทางกฎหมาย ในเรื่องทางการเมือง ที่เห็นอย่างเด่นชัดในห้วงสมัยประชุมที่ผ่านมาเด่นชัดยิ่ง
เด่นชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหนื่อยแน่นอน
เมื่อเป็นการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเป็นการขับเคลื่อนโดยมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นผู้เดินอยู่หัวขบวน
ประกันได้ในความเข้มข้น
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมัวไปขัดแข้งขัดขา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมัวไปตอแยอยู่กับบทบาทของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ญัตติอันเนื่องแต่ “มาตรา 44” ต่างหากหนักหน่วงกว่า
คำถามมิได้อยู่ที่ว่าจะปกป้อง คสช. จะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร ประการเดียวหากแต่ยังอยู่ที่ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหอกในการต่อกรกับคนที่มีฐานในทางกฎหมาย ฐานในการบรรยายประเด็นทางกฎหมายระดับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้
บรรดา “ลูกแหล่งตีนมือ” ที่เห็นๆ ไม่น่าจะต่อกรได้
วันที่ 7 พฤศจิกายนจึงเท่ากับเป็นวันเปิดศึกระดับบิกเบิ้มในทางการเมือง เป็นการคิดบัญชี คสช.นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 เป็นต้นมา
เป้าหมายใหญ่อยู่ที่ หัวหน้า คสช.
เป้าหมายใหญ่อยู่ที่การออกคำสั่ง คสช. การนำเอามาตรา 44 มาเป็นเครื่องมือในการปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับการสืบทอดอำนาจ
อำนาจในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

