ลดระดับความเข้มข้นเขม็งเกลียวพอให้หายใจหายคอกันหนึ่งสัปดาห์
กระแสการเผชิญหน้าระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผู้แจ้งข้อกล่าวหาฝ่ายหนึ่ง
กับ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่ง
ก็ยกระดับกลับขึ้นมาใหม่ โดยมีจุดหักเหสำคัญอยู่ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้
15มิถุนายน นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ร่วมประชุมตามแผนกบิล 59 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน
เพื่อเตรียมสนธิกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโยผู้ต้องหาคดีพิเศษในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ว่า
ทางเจ้าคณะผู้ปกครองไม่กังวล เพราะทางดีเอสไอแจ้งว่าจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาโดยปราศจากอาวุธ และมั่นใจว่าทางวัดพระธรรมกายจะไม่ต่อสู้ใดๆ
ในวันที่ดีเอสไอเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหานั้น พศ.มอบให้ นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) นายประทีป พูลลาภ ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ปทุมธานี ไปร่วมกับดีเอสไอในการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย
โดยล่าสุด มีรายงานข่าวว่าดีเอสไอจะเข้าจับกุมพระธัมมชโยในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 08.00 น.

แต่มิใช่ทุกคนจะมอง “โลกสวย” ว่าจะเป็นการจับกุมมือเปล่า และลูกศิษย์ลูกหาไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านอะไร
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงประเด็นที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเดินทางไปขอหมายค้นว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง หลังจากนี้เขาคงจะมารายงาน การดำเนินการของแผนกบิล 59 รายละเอียดตนก็ยังไม่ทราบ
ตนทราบเพียงว่า ดีเอสไอจะเดินทางไปประชุมร่วมกับ ตร.เท่านั้น เพราะต้องใช้หน่วยงานที่ดูแลความสงบเรียบร้อย หากเจ้าหน้าที่มีความพร้อมทั้งหมดแล้ว ก็คงจะดำเนินการเข้าตรวจค้นทันที
เมื่อมีคำถามว่าหากการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ไม่สามารถเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายได้ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ตนพูดทุกครั้งว่า ถ้าเข้าไปแล้วมีเรื่องจะเข้าไปทำไม แต่ถ้าไม่เข้าไปแล้วจะได้ตัวผู้ต้องหาได้อย่างไร
“ก็ไม่มีใครรู้สักคนว่าจะเกิดอะไร แต่ถ้าเห็นว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีก็อย่าให้มันเกิดขึ้น
สังคมไทยก็จะรับรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของพนักงานสอบสวน เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดบานปลายขึ้น
หากเกิดปัญหาก็ไม่ต้องเข้า ถ้าเข้าไปและมันมีความสูญเสียมากกว่าจะเข้าไปทำไม
ก็ฟ้องไป ก็ไปจับกันอยู่เรื่อยๆ”
ในประเด็นที่มีคนกังวลกันมากที่สุดว่า การบุกเข้าจับกุมจะเกิดเหตุชุลมุนหรือปะทะกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับลูกศิษย์วัด
รัฐมนตรียุติธรรมให้คำตอบเสียงดังฟังชัดว่า
“หากมีใครขัดขวางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ก็มีกฎหมายมาตรา 189 ก็ทำไป ก็ถ่ายรูปมา และมาตามจับกันทีหลัง ตามจับทั้งหมดนั่นแหละ
กลับบ้านเมื่อไหร่ก็ไปจับที่บ้าน หากใครขวาง เจอกลางทางก็จับกลางทาง
ก็ฟ้องศาล ส่งอัยการเป็นอีกคดีหนึ่งขึ้นมา”
ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนก็พยายามใช้หลายๆ ทาง ทั้งทางผู้ปกครองสงฆ์หรือทนายความ
และหากผู้ต้องหามาก็จบแล้ว โดยพนักงานสอบสวนก็บอกแล้วว่าให้ประกันตัวได้ จนกระทั่งผ่านมาเรื่อยๆ และตนเริ่มมองเห็นถึงการคัดค้านการประกันตัว
“หากติดคุกก็ต้องถอดผ้าเหลือง ซึ่งมันก็ต้องไปถึงขนาดนั้น”
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อถึงเส้นตายรอบใหม่ 16-17 มิถุนายน
จะเกิดการขัดขวาง จะมีการแจ้งความข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ มากน้อยเพียงใด
จะไปไกลถึงขั้นจับกุมตัวได้ต้องจับถอดผ้าเหลืองหรือไม่
จุดแตกหักมาถึงแล้วหรือจะมีใครยอมถอยให้ใครอีกครั้ง
วันนี้วันพรุ่งก็รู้ผล
……….
คลิกอ่านที่นี่ …ตร.-ดีเอสไอ ตรึงกำลัง รอลุยจับ”พระธัมมชโย” -วัดพระธรรมกาย ปิดประตู ห้ามเข้า-ออก
คลิกอ่านที่นี่ …แชร์ว่อนแผนผังธรรมกาย2.3พันไร่ ขณะจนท.ปฏิบัติการค้นตามแผน กบิล59
คลิกอ่านที่นี่ …‘คณะศิษย์ฯ’ ย้ำ ‘พระธัมมชโย’ อาพาธหนัก เผยควรเข้าสู่กระบวนการเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์

