ไม่ว่าจะมองในเชิง “ยุทธศาสตร์” ไม่ว่าจะมองในเชิง “ยุทธวิธี” ความพยายามที่จะจัดการกับประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบให้พ้นจากตำแหน่งให้จงได้
อาจเป็นความผิดพลาด
ผิดพลาดไม่เพียงเพราะว่า ตำแหน่ง “ประธาน” เป็นโควต้าของฝ่ายค้าน และฝ่ายค้านเห็นชอบร่วมกันมอบให้กับพรรคเสรีรวมไทย
หากผิดพลาดจากการบริหารจัดการ
เหมือนกับความพยายามในการเปลี่ยนตัวกรรมาธิการเป็น น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ นายสิระ เจนจาคะ จะเป็นการรุก
แต่แล้วกระบวนการ “รุก” ก็กลายเป็น “ปัญหา”
เห็นได้จากการผลักดันระดับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เข้าไปอีกคน แต่แล้วบทบาทของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และนายสิระ เจนจาคะ นั่นแหละที่ทำให้เรื่อง “บาน”
กลายเป็นการกระหน่ำเข้าใส่ “ประธานสภา”
จากความจัดเจนในเชิงการยุทธ์ระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระดับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ย่อมอ่านทะลุว่า “พลาด” ตรงไหน
การเลเพลาดพาดไปยังบทบาทของ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” กลายเป็นความอ่อนไหวเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
เพราะเป็น นายชวน หลีกภัย
แม้ นายชวน หลีกภัย จะเป็นผู้ใหญ่และเปี่ยมด้วยความเมตตา แต่ขอให้พิจารณาบทบาทของแต่ละคนจากพรรคประชาธิปัตย์
ก็จะสัมผัสได้ในความหงุดหงิด ร้อนแรง
กรอบของเรื่องแทนที่จะเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะตำแหน่งประธาน กลับขยายไปยังประธานสภา ไปยังพรรคประชาธิปัตย์
เท่ากับเป็นการขยาย “แนวรบ”
ไม่ทราบว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะเพียงเห็นภาพของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายสิระ เจนจาคะ ระหว่างแถลงข่าว
ก็รู้กันอยู่ว่า “หนักหนา” แค่ไหน
สะท้อนให้เห็นความน่าเชื่อถือต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ต่อ นายสิระ เจนจาคะ และต่อพรรคพลังประชารัฐต่ำมาก
เมื่อความน่าเชื่อถือต่ำ คนก็ไม่เกรงใจ
เมื่อความน่าเชื่อถือต่ำ การจะเคลื่อนไหวในประเด็นใดในทางการเมืองก็ถูกทำให้ “ด้อยค่า” หมดเครดิตไปโดยอัตโนมัติ
หัวหน้าพรรครู้สึกหรือไม่ เลขาธิการพรรครู้สึกหรือไม่
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องนำไปวัดกับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในความรับผิดชอบของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายสิระ เจนจาคะ ต้องการปกป้องใคร
ชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์พลาด ชัดเจนว่ายุทธวิธีสะเปะสะปะ
เมื่อยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของระดับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ระดับ นายสิระ เจนจาคะ
ผลเป็นอย่างไร ดีหรือเสีย
หากเป็นผลดีก็แล้วไป แต่หากเป็นผลเสียความเสียหายมิได้เกิดขึ้นแต่กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หรือ นายสิระ เจนจาคะ เท่านั้น หากยังกระทบต่อพรรคพลังประชารัฐ
กระทบต่อ “3 ป.” นักการทหารผู้เจนจบอีกด้วย

