พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนไทย : วีรพงษ์ รามางกูร

พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนไทย : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

นับเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งสำหรับชาวไทยคริสตัง ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกในปีนี้ ที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลือกเสด็จมาเยือน เพื่อโปรดคริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกและชาวไทยที่ต่างความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคริสต์ศาสนิก นิกายโปรเตสแตนต์ ชาวไทยพุทธ อิสลาม ฮินดู ซิกข์ และอื่นๆ

ภาพการถวายการต้อนรับของประชาชนคนไทยตลอดทางที่เสด็จ รวมทั้งการเข้าเฝ้าถวายพระพรพระมหากษัตริย์ไทย องค์ศาสนูปถัมภก ภาพเสด็จเยี่ยมสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ภาพพระญาติ แม่ชีภคนี อนา โรซา ซีโวรี ซึ่งมาสร้างและสอนอยู่ที่โรงเรียนคาทอลิก จังหวัดสกลนคร

แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท แต่คนไทยก็มิได้รังเกียจผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม ฮินดู พราหมณ์ พุทธมหายาน และลัทธิอื่นๆ เป็นเอกลักษณ์สำคัญของคนไทยอยู่แล้ว การแต่งงานข้ามศาสนาก็มีให้เห็นอยู่เสมอ

คนไทยทุกคนต่างก็มีเพื่อนฝูงที่รักใคร่สนิทสนมที่เป็นมุสลิม คริสต์ ฮินดู พราหมณ์ รวมทั้งเต๋าและขงจื๊อ มีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษในวันตรุษจีน วันเช็งเม้งก็ไปพบกันเพื่อทำความสะอาดสุสาน ฮวงจุ้ยของบิดามารดาปู่ย่าและบรรพชน เหมือนๆ กับคนไทยที่เซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ คนไทยนับถือไปเสียทุกอย่าง รวมทั้งผีสางนางไม้ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นตะเคียน ลงเรือก็เซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ ไม่มีอะไรผิด แม้ว่าบางครั้งจะดูแปลกสำหรับชาวต่างประเทศต่างศาสนา แต่ก็อยู่ร่วมกันได้

เคยไปต่างประเทศ เช่น ประเทศพม่า เขาก็ถือของเขาไปอีกแบบ คือถือศาสนาพุทธเถรวาทเป็นหลัก แม้พระภิกษุสามเณรจะไม่สู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยนัก แต่สำหรับประชาชนคนธรรมดาทั้งหญิงชาย แก่เฒ่า หนุ่มสาว เด็กเล็ก ต่างก็เคร่งในพระพุทธศาสนายิ่งกว่าคนไทย ถอดรองเท้าให้ความเคารพตั้งแต่เข้าเขตวัด ถือศีลกินเพล เข้าวัดฟังธรรม สวดมนต์ นอนที่วัดเต็มไปหมดจนไม่มีที่จะเดิน เมื่อเห็นเราชาวพุทธด้วยกันก็ให้การต้อนรับขับสู้ เชิญเข้าร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกันหลังจากพระฉันเสร็จแล้ว เห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งแขกจีนก็เข้าร่วมวงรับประทานอาหารในวัดด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งเราจะไม่เห็นในที่อื่น นอกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานี้ แต่ขณะเดียวกันก็นับถือผี หรือ “นัท” ที่มีระบบปกครองอีกแบบ ตั้งนัทหัวหน้าหมู่บ้าน ตำบล เมือง รัฐ ไปจนถึงนัทหัวหน้าประเทศ ปกครองเป็นขั้นลำดับตั้งแต่หมู่บ้านจนถึงประเทศ

เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขแห่งคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นศาสนาที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในโลก และเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรม ความคิดความอ่าน ปรัชญา กฎหมาย และระบอบการปกครองที่สำคัญของโลก

เป็นต้นกำเนิดของความคิดเรื่อง “อำนาจอธิปไตย” ความเป็นหนึ่งเดียวของ “ความสูงสุด” จนคลี่คลายกลายมาเป็นความคิดทางการเมือง สังคม กฎหมายและการปกครองในที่สุด สมเด็จพระสันตะปาปาในอดีตเป็นที่มาของความชอบธรรมของการเป็น “รัฐ” เป็นผู้ให้ความชอบธรรมแก่ “องค์อธิปัตย์” จักรพรรดิและพระมหากษัตริย์

แม้ว่าความคิดดังกล่าวจะพ้นยุคพ้นสมัยไปแล้ว แต่คริสตจักรก็เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบและระบอบการปกครองทั่วโลก แม้จะไม่ใช่ประเทศที่นับถือคริสต์ศาสนาก็ตาม ก็พลอยได้รับประโยชน์จากความคิดจากการบริหารจัดการในทางโลกนอกจากทางธรรมไปด้วย

คริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกได้แพร่เข้ามาสู่เมืองไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงส่งเอกอัครราชทูตมงซิเอร์ ซีมง เดอ ลาลูแบร์ อัญเชิญพระราชสาส์นของพระองค์มาเจริญสัมพันธไมตรี พร้อมกับพระในคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก มาเมื่อปี พ.ศ.2212 ทางราชสำนักไทยได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี คงจะด้วยคำแนะนำของคอนสแตนตินฟอลคอน เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฝรั่งชาติกรีกที่มาทำราชการกับสมเด็จพระนารายณ์อยู่ก่อนแล้ว

ขณะเดียวกันทางราชสำนักไทยก็ส่งคณะอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็ม นำโดย ออกญาพระวิสูตรสุนทร ซึ่งเดิมเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดี เสนาบดีกรมพระคลังพร้อมทั้งคณะ อัญเชิญพระราชสาส์นจารลงบนแผ่นทองคำพร้อมกับเครื่องราชบรรณาการ ไปถวายสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งจักรวรรดิ ฝรั่งเศส พระราชสาส์นแผ่นทองคำคงอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังลูฟจนทุกวันนี้

ส่วนเครื่องราชบรรณาการที่เป็นเครื่องทอง เพชรนิลจินดา พระเจ้าหลุยส์ทรงแจกจ่ายกับพระราชวงศ์และข้าราชการชั้นสูง เมื่อเร็วๆ นี้มีการประมูลภาชนะทองคำที่สมเด็จพระนารายณ์ถวายเป็นราชบรรณาการเมื่อครั้งเจ้าพระยาโกษาปานเดินทางไปเจริญพระราชไมตรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชด้วย

ศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิกจึงได้เข้ามาถึงประเทศไทยโดยคณะมิชชันนารี และมีการแต่งตั้งมิสซังสยามหรือ Mission Siam ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2212 มาถึงบัดนี้ครบ 350 ปีพอดี ขณะนี้มีคริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกถึง 850,000 คน นับเป็นศาสนาที่สำคัญของประชาชนชาวไทย มีวัดวาอารามโรมันคาทอลิกให้เห็นทั่วทุกภาคในประเทศไทย พวกเราเด็กๆ คนไทยต่างก็เฉลิมฉลองวันคริสต์มาสกันทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืนวันที่ 24 ธันวาคม จะพากันไปร้องเพลงสดุดีพระเจ้าพร้อมๆ กับขอพรพระเจ้าให้คุ้มครองให้มีความสุขตลอดปีใหม่ด้วย พิธีกรรมของชาวคริสต์ที่เด็กๆ ชาวพุทธรับไว้เต็มๆ

ที่น่าสังเกตอย่างยิ่งก็คือบิดามารดาชาวไทยพุทธ ต่างก็นิยมส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นโดยคริสตจักร ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนคาทอลิกหรือโปรเตสแตนต์ ส่วนมากจะเป็นโรงเรียนของคาทอลิกมากกว่า เช่น โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนมาแตร์เดอี โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ก่อนที่จะมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และมักจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในหน้าที่การงาน เพราะอ่านเขียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส รวมทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดีกว่าโรงเรียนมัธยมสามัญของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งๆ ที่ใช้หลักสูตรเดียวกัน ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเก่าแล้ว แย่พอๆ กัน ไม่ใช่ดีพอๆ กัน

แม้ว่าศาสนาคริสต์จะไม่ใช่ศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ แต่ก็เป็นศาสนาที่คนไทยได้พบเห็นกิจกรรม ได้เห็นวัดวาอาราม สถาปัตยกรรมต่างๆ ไม้กางเขน รูปพระเยซูคริสต์ รูปแม่พระมารีอา พิธีขอบคุณพระเจ้าหรือมิสซา มากพอๆ กับได้เห็นพิธีกรรมของศาสนาพุทธ

คติทำงาน 6 วันหยุด 1 วันคือวันอาทิตย์ เพราะพระเจ้าทรงสร้างโลกและจักรวาล 6 วัน และทรงหยุดสร้างหรือทรงหยุดทำงานในวันอาทิตย์ วันอาทิตย์จึงเป็นวันหยุดราชการและเป็นวันหยุดของบริษัทธุรกิจห้างร้านไปด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปวัดเพื่อสวดมนต์บูชาพระเจ้า

พระสันตะปาปาพระองค์แรกที่เสด็จมาเยือนประเทศไทยและเข้าเฝ้าถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 จำได้ว่าเป็นที่ปีติโสมนัสยินดีกับประชาชนคนไทยทุกเพศทุกวัยทุกศาสนาเป็นที่ยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่ประชาชนคนไทยที่ได้สัมผัสและพบเห็นองค์พระสันตะปาปาด้วยตนเอง จากที่เคยแต่ได้ยินได้อ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์ เคยเฝ้าดูการถ่ายทอดการประชุมพระคาร์ดินัลเพื่อเลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปา ติดตามดูปล่องควันของโบสถ์อันเป็นที่ประทับขององค์พระสันตะปาปาในนครรัฐวาติกัน ที่เป็นสัญลักษณ์แสดงความสำเร็จในการเลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่

ภาพการเสด็จเยือนประเทศไทยทั้ง 2 วันทุกภาพ เช่นภาพเสด็จเยี่ยมสมเด็จพระสังฆราช ภาพเสด็จเข้าเฝ้าถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภาพเสด็จให้นายกรัฐมนตรีพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ภาพเสด็จเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ถนนสาทร

พิธีขอบคุณพระเจ้าหรือพิธีมิสซาที่จัดขึ้นที่สนามศุภชลาศัย ที่มีประชาชนชาวคาทอลิกไทยและประชาชนชาวคาทอลิก เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า จีน มาร่วมด้วยจำนวนหลายพันคน เป็นพิธีที่สวยงามศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

ตลอดเวลาตั้งแต่เสด็จมาถึงประเทศไทยในวันที่ 20 พฤศจิกายน จนถึงเสด็จออกจากประเทศไทยเพื่อเยือนประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 23 พฤศจิกายน จึงเป็นภาประวัติศาสตร์ของประชาชนคนไทยที่ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าต้อนรับ ได้ร่วมพิธีมิสซาขอบคุณพระเจ้าที่นำโดยพระองค์ จึงเป็นความปีติยินดีอย่างยิ่งสำหรับประชาชนคนไทยคริสต์คาทอลิกและคนไทยพุทธ คนไทยที่นับถือศาสนาอื่นๆ ย่อมได้รับพรจากพระองค์ทั้งสิ้น

Viva Il Papa !

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.มอริเตเนีย เนื่องในวันเอกราช
บทความถัดไปสิระ โผล่เป็นประธานงานศพ’น้องกาย’คดีหั่นศพยัดตู้เย็น