หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปฏิรูปประเทศ ...

ปฏิรูปประเทศ : ควรยกเลิกเกณฑ์ทหารหรือไม่… โดย เฉลิมพล พลมุข

29.11.19 | 13:00 น.

ความเป็นชาติบ้านเมืองในสมัยโบราณกาลหน้าที่สำคัญหนึ่งในความเป็นผู้นำของรัฐโดยเฉพาะบุคคลผู้มีอาชีพทหารกล้าในการปกป้องบ้านเมืองก็คือ การออกศึกสงครามสู้รบปรบมือกับข้าศึกศัตรูที่แก่งแย่งประเทศ ดินแดน ทรัพยากรและประชาชน ประวัติศาสตร์ของแต่ละชนเผ่าประเทศรัฐที่ส่งผ่านมายังเราท่านทั้งหลาย การศึกสงครามอยู่ในบริบทของการปกป้องประเทศและการแก่งแย่งอำนาจผลประโยชน์ที่รวมอยู่ในนัยสำคัญต่างๆ เป็นต้นมา

หลังจากที่ฟังคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรณีการถือหุ้นสื่อของนักการเมืองที่ได้พิจารณาให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ในช่วงเวลาบ่ายโมงเศษทำให้หัวหน้าพรรคได้สิ้นสภาพสมาชิก ส.ส. มิอาจจักทำหน้าที่ในรัฐสภาได้อีกต่อไป เวลาต่อมาเขาได้ลงพื้นที่บริเวณสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร ไปเพื่อรณรงค์การยกเลิกการเกณฑ์ทหารภายใต้แคมเปญ ท.ทหารทันสมัย ซึ่งเป็นนโยบายแรกของพรรคอนาคตใหม่ในการยืนยันในเจตนารมณ์ดังกล่าวพร้อมทั้งยืนยันว่า การลงพื้นที่ในครั้งนั้นเป็นการรณรงค์มิใช่การปลุกระดม แต่ทั้งหมดขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน…(MATICHON ONLINE)

การออกพบประชาชนทั้งการหาเสียงเลือกตั้ง การรณรงค์ในบริบทต่างๆ รวมถึงการเสวนาในเชิงวิชาการที่ได้จัดในสถานศึกษารวมถึงในสถานที่ต่างๆ ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นหนึ่งในสิบสองนโยบายหลักของพรรคดังกล่าว วาทกรรมของเขาดูเสมือนปลุกเร้าโน้มน้าวทั้งในตรรกะ เหตุผลของความที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมประเทศชาติบ้านเมือง หลายครั้งคราการพูดในวาระและโอกาสต่างๆ เป็นคดีความที่อยู่ในการพิจารณาของศาล คำถามหนึ่งที่ถูกถามไปยังพรรคดังกล่าวที่ว่า อนาคตใหม่ในอนาคตจักเป็นเช่นไร

นโยบายหลักของพรรคดังกล่าวประกอบด้วยสามนโยบายฐานรากก็คือ หนึ่ง ยุติระบบราชการรวมศูนย์กระจายอำนาจคน งบประมาณ สองไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร สามปฏิวัติการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ และแปดนโยบายเสาหลัก อาทิ ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เกษตรก้าวหน้ายกระดับด้วยเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน เปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ปฏิรูปกองทัพลดนายพล ละอาวุธ

เลิกเกณฑ์ทหารและสร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน…

Advertisement

หลังจากนั้นไม่นานนักพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้ไปลงพื้นที่โดยมิได้แจ้งให้ทราบเป็นการล่วงหน้าเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่ “ชุมชนบ้านบุ ผลิตขันลงหิน” เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงการเกณฑ์ทหารที่ว่า “มีความสำคัญเป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคม เสริมสร้างความเป็นธรรมให้กับคนทุกคน คนที่เรียนหนังสือสูงๆ ก็มีกฎเกณฑ์ผ่อนผันได้ ตรงนี้เรามีความเป็นธรรมให้อยู่แล้ว แล้วจะไม่ให้มีทหาร พอถึงเวลาแล้วจะไปเกณฑ์มามันไม่ได้ เพราะออกรบไม่ได้ จำเป็นต้องผ่านการฝึก กองหนุนต่างๆ ต้องมี จึงถือว่าวันนี้ทหารยังมีความจำเป็น ไม่เชื่อให้ถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้ ตนก็มีความกังวลตรงนี้ เป็นเรื่องการสร้างความเท่าเทียมไม่ใช่ว่าคนรวยจะไม่ต้องไปเป็น มันไม่ใช่ หลักเกณฑ์เขามีอยู่แล้ว การเตรียมกำลังที่สำคัญในการฝึกการ
เตรียมกำลังช่วงที่ไม่มีภาวะสงคราม เราก็มีขั้นตอนและความพร้อม แบ่งเป็นการเตรียมกำลังกับการใช้กำลัง มีทั้งกองเกินกองหนุน ถ้าไม่ให้เป็นทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้…” (MATICHON NEWS)

นโยบายหลักของพรรคอนาคตใหม่ที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีประเด็นมุมมองถึงสถานการณ์ของการเมืองไทยเราที่ผ่านมาเมื่อมีวิกฤตของประเทศอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการกระทำของนักการเมืองบางคนบางพรรคที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง กลุ่มบุคคลและสถาบันที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยเฉพาะในการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ก็คือคณะของนายทหารในกองทัพที่มีทั้งอำนาจในการสั่งการบังคับบัญชา อาวุธและอำนาจที่สั่งการให้มีการปฏิวัติรัฐประหารในวันเวลาที่ผ่านมา

หลากหลายคำถามที่มิอาจจักได้รับคำตอบทั้งจากรัฐบาล ทหาร และผู้ที่ดำรงตำแหน่งอำนาจต่างๆ ของพรรคฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก็คือ การเกณฑ์ทหารที่คัดเลือกชายวัยกำลังหลักของครอบครัวแรงงานสำคัญที่จะขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ไปใช้วันเวลาชีวิตในกองทัพเป็นการสูญเปล่าหรือไม่ โดยเฉพาะมิติมุมมองของการนำพลทหารในการเกณฑ์ทหารไปรับใช้กับครอบครัวนายทหารชั้นสัญญาบัตร มีความจำเป็นหรือไม่เพียงไร มิอาจจักรวมถึงการทำร้ายร่างกายทรมานของพลทหารบางคนที่ถูกกระทำอาจจักผิดต่อระเบียบวินัย และกฎหมาย การหลบหนีคดีที่ไม่ไปเกณฑ์ทหารยังคงมิสามารถเปิดเผยทั้งตัวเลขและสภาพของปัญหาต่อสาธารณะได้…

ข้อเท็จจริงหนึ่งในจำนวนอัตราของนายพลในกองทัพช่วงปี พ.ศ.2551-2554 อยู่ที่ 550-584 คน และมาเป็น 811 คนในปี พ.ศ.2555 ในปี พ.ศ.2557 มีจำนวน 1,092 คน และในปี พ.ศ.2561 มีจำนวน 935 คน ตำแหน่ง-ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ดูเสมือนว่าจะใช้พักรอคนที่เหมาะสมจะขึ้นในตำแหน่งหลักในปีถัดไป หรือใช้เป็น “เก้าอี้รองรับ” สำหรับนายพลที่หลุดจากตำแหน่งหลัก สำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนนายทหารชั้นนายพลในปี 2558 หรือเมื่อสี่ปีที่แล้วมา ระดับ น.8 (พลเอก/พลเรือเอก/พลอากาศเอก) ปรับเพิ่มระดับต่ำสุดเป็น 42,217 บาท จากเดิม 39,090 บาท

ส่วนระดับสูงสุดปรับเพิ่มเป็น 72,695 บาท จากเดิม 67,560 บาท…(thestandard.co)

ขณะเดียวกันระดับเงินเดือนของทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่กรมบัญชีกลางได้ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมได้ให้อยู่ในโครงการจ่ายตรงผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) ซึ่งทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่นิยมรับเงินเดือนเป็นเงินสด โดยจะมีเจ้าหน้าที่การเงินของกองพัน หรือกรมเป็นผู้ทำหน้าที่เบิกจ่าย ข้อมูลหนึ่งของสำนักข่าวอิศราได้มีข้อมูลหนึ่งที่ยืนยันจากอดีตทหารเกณฑ์หลายราย สังกัดกองทัพบกในค่ายกองพันทหารราบแห่งหนึ่งยืนยันว่า เงินเดือนที่พวกเขาได้รับแต่ละเดือนโดยรวมแล้วเฉลี่ยประมาณ 6,000-7,000 บาท …(isranews.org)

ตรรกะเหตุผลทั้งของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และของนายกรัฐมนตรีที่นำเสนอต่อสังคมดูเสมือนว่าจะมีความย้อนแย้งหรือเห็นต่างกันในชุดข้อมูลดังกล่าว เราท่านในฐานะประชาชนในชาติจักส่งต่อทั้งข้อเท็จจริงหรือข้อมูลต่อรุ่นลูกหลานเหลนที่วันหนึ่งเขาได้เติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ของชาติบ้านเมืองให้เขาได้รับการตัดสินใจในชีวิตระหว่างกฎหมายที่ว่าด้วยการเกณฑ์ทหาร และการเลือกไม่ต้องเกณฑ์ทหารได้ตามสิทธิเสรีภาพแห่งความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร…

ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 257 ได้กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (1) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ (2) สังคมมีความสงบสุขเป็นธรรมและมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ (3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข…

สำหรับในยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี (พ.ศ.2561-2580) ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ข้อ 4.1 การรักษาความสงบภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยและสันติสุขให้เกิดกับประเทศชาติบ้านเมือง ให้สถาบันหลักมีความมั่นคงเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจอย่างมั่นคง ประชาชนอยู่ดีมีสุข มีความมั่นคงปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความเข้มแข็ง สามัคคี ปรองดอง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันพร้อมที่จะร่วมแก้ปัญหาของชาติ…

ทหารมีความจำเป็นในสังคมไทยหรือชาติไทยหรือไม่ ข้อเท็จจริงหนึ่งเราท่านรับรู้ได้เชิงประจักษ์หนึ่งก็คือ คราใดที่บ้านเมืองประสบภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางของประเทศเมื่อปี พ.ศ.2554 และน้ำท่วมใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงหรือหรือภาคอีสานในเร็ววันมานี้ เราท่านได้เห็นพลทหาร นายทหารที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนอยู่กินรับใช้ประชาชนในทุกๆ รูปแบบ มิอาจจักรวมถึงทหารเข้าไปช่วยประชาชนที่กู้หนี้ยืมสินจนหมดตัว การช่วยในการยึดทรัพย์สินที่ดินเงินทองของนายทุน เราท่านได้พบเห็นในภาพดังกล่าวอยู่ในข้อเท็จจริง

ทหารควรเลิกการเกณฑ์หรือไม่พึงอยู่ในดุลพินิจของทั้งนักการเมืองในรัฐสภา ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและสถาบันตุลาการ สำหรับประชาชนชาวบ้านพึงปฏิบัติตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ คำกล่าวหนึ่งที่ว่า ใครมีอำนาจผู้นั้นเป็นคนเขียนกฎหมายเพื่อบังคับใช้สำหรับประชาชนจักดำรงอยู่ในสังคมไทยอย่างยั่งยืนยาวนานหรือไม่เพียงใด…