ทนายก็อยากรู้ : โดย วีระเชษฐ์ จรรยากูล

เป็นเรื่องการขอตรวจสอบงบประมาณการเงินในการจัดฝึกอบรมให้กับเด็กสายกฎหมาย ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนมาก หน่วยงานนี้ไม่ใช่กระทรวง กรม หรือท้องถิ่น แล้วพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เข้าไปดูแลได้ไหม

นายฎีกามีหนังสือถึงสภาทนายความ ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับงบประมาณการเบิกจ่ายเงินของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ที่จัดฝึกอบรมแก่นักศึกษาเพื่อสอบใบอนุญาตทนายความ จำนวน 6 รายการ ในช่วงเวลาที่นายอุทธรณ์เป็นนายกสภาทนายความฯ จนถึงปัจจุบัน แต่สภาทนายความปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า เป็นการบริหารภายในองค์กรตามข้อบังคับสภาทนายความฯ พ.ศ.2556 และพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 ซึ่งเอกสารที่ขอมีอยู่ในงบดุลและงบการเงินในเอกสารรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2559 และ พ.ศ.2560 ที่แจกให้สมาชิกและนายฎีกาด้วยแล้วจึงไม่ให้ตรวจดูหรือถ่ายเอกสารตามที่ขอ นายฎีกาจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ สภาทนายความมีหนังสือขอเลื่อนการส่งเอกสารไปประกอบการพิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างจัดการเลือกตั้งนายกสภาทนายความ และจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ประกอบกับเอกสารตามอุทธรณ์มีจำนวนมาก แต่ต่อมาก็ได้ส่งเอกสารไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยฯ และชี้แจงด้วยวาจาสรุปว่า ข้อมูลข่าวสารตามที่นายฎีกามีคำขอเปิดเผยให้ได้

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารรายการที่ 3 รายรับจากการรับสมัครสมาชิก และรักษาสถานภาพ รายการที่ 4 รายได้จากค่าขึ้นทะเบียนใบอนุญาตว่าความ รายการที่ 5 รายจ่ายที่ใช้จัดอบรมวิชาว่าความรุ่นที่ 46 ถึงปัจจุบัน และรายการที่ 6 รายได้จากค่าสมัครตั๋วปี และ
ค่ารักษาสถานภาพช่วงต้นเดือนธันวาคม 2559 ถึงปัจจุบัน เป็นข้อมูลข่าวสารการบริหารงานภายในของสภาทนายความ ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ จึงเป็นหน่วยงานของรัฐ และเมื่อข้อมูลข่าวสารมีอยู่ในรายงานการประชุมและส่งให้สมาชิกอยู่แล้ว ข้อมูลข่าวสารทั้ง 4 รายการ จึงไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารตาม
มาตรา 15 (2) ส่วนข้อมูลข่าวสารรายการที่ 1 หลักฐานการเบิกจ่ายเงิน รายการที่ 2 หลักฐานการนำใบเสร็จรับเงินมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดอบรมที่เบิกเงินจากสภาทนายความ เป็นการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ในการบริหารงานภายในองค์กรสภาทนายความ ไม่มีลักษณะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 การเปิดเผยจะแสดงถึงความโปร่งใสตรวจสอบได้ ข้อมูลข่าวสารนี้จึงเปิดเผยได้ ยกเว้นลายมือชื่อที่ปรากฏในเอกสารการเบิกเงิน เพราะจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร จึงวินิจฉัยให้สภาทนายความ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับงบประมาณการเบิกจ่ายเงินของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ จำนวน 6 รายการ พร้อมให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง แก่นายฎีกา เว้นแต่ลายมือชื่อในเอกสารการเบิกจ่ายเงิน ให้ปกปิดไว้แต่ให้เข้าตรวจดูลายมือชื่อได้

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 0-2283-4678 www.oic.go.th (สค 253/2562)

“ข้อมูลโปร่งใส เชื่อใจ ไร้ทุจริต”

วีระเชษฐ์ จรรยากูล

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

บทความก่อนหน้านี้ปีติ พระราชินี จะเสด็จฯ ริ้วขบวนราบ คู่เคียงพระราชยานพุดตานทอง
บทความถัดไปสมัชชาแม่น้ำฯ แถลงจุดยืน ไม่เอา ‘ทางเลียบเจ้าพระยา’ หลัง กทม.ประกาศเดินหน้า (คลิป)