จีนมีความชอบธรรม ที่จะจัดการกับฮ่องกง : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

จีนมีความชอบธรรม ที่จะจัดการกับฮ่องกง : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

จีนมีความชอบธรรม ที่จะจัดการกับฮ่องกง : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

สถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงยังคงดำรงอยู่และดูจะยืดเยื้อต่อไป เพราะจากการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นฮ่องกง ที่ฝ่ายต่อต้านปักกิ่งหรือจีนได้รับคะแนนเสียงชนะอย่างท่วมท้น ความจริงไม่ควรเรียก 2 ฝ่ายในฮ่องกงว่าฝ่ายนิยมจีนหรือฝ่ายนิยมปักกิ่งกับฝ่ายประชาธิปไตย เพราะฮ่องกงเป็นมณฑลหนึ่งของจีนหรือเป็นเพียงจังหวัดหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง

รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งได้มีสนธิสัญญากับอังกฤษก่อนได้รับเอกราชว่า จีนจะยอมให้ฮ่องกงดำรงระบบเศรษฐกิจไว้ได้ 50 ปี ส่วนระบบการเมืองจะดำรงอยู่ต่อไปแบบเดิมไม่ได้ เพราะแบบเดิมเป็นระบอบการปกครองอาณานิคม มีผู้สำเร็จราชการเป็นตัวแทนสมเด็จพระราชินีนาถ มาทำการปกครอง ประชาชนเป็นพลเมืองชั้นสอง subjects ในบังคับของอังกฤษ ไม่มีสิทธิมีเสียงเท่ากับคนอังกฤษ ที่เป็นข้าราชการระดับสูงและรับราชการกับอังกฤษ

กองกำลังตำรวจก็เป็นตำรวจรับจ้างจากปากีสถานหรือกรูข่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็เป็นชาวอังกฤษที่กินเงินเดือนจากภาษีอากรที่เก็บจากชาวฮ่องกง ชาวฮ่องกงไม่มีสิทธิมีเสียงอะไร เกาะฮ่องกงรวมกับเกาะเกาลูนนั้นเป็นเมืองขึ้นโดยตรง ไม่มีกำหนดเวลา แต่อยู่เองไม่ได้เพราะไม่มีน้ำไม่มีไฟ ต้องอาศัยจากแผ่นดินใหญ่ กับอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า “อาณาเขตใหม่” หรือดินแดนใหม่ New Territory ที่อังกฤษบังคับเช่ามาจากราชสำนักที่ปักกิ่ง

ฮ่องเต้โดยพระนางซูสีไทเฮาจำใจต้องลงนามในสัญญา เพราะแพ้สงครามฝิ่นเป็นเวลา 99 ปี เมื่อครบ 99 ปีแล้ว อังกฤษก็ต้องส่งมอบฮ่องกงให้เป็นจังหวัดหนึ่งของจีน ไปขึ้นอยู่กับมณฑลกวางตุ้ง เช่นเดียวกับมาเก๊าซึ่งโปรตุเกสเช่ามา 99 ปีเช่นกัน แต่มาเก๊าไม่มีปัญหา

เมื่อเกิดความไม่พอใจที่มีฆาตกรฆ่าภรรยา เหตุเกิดที่ไต้หวันแล้วหนีมาฮ่องกง ทางการฮ่องกงจะส่งไปขึ้นศาลที่แผ่นดินใหญ่ ชาวฮ่องกงทำการประท้วงไม่ยอมรับกฎหมายและระบบศาลของจีน การประท้วงบานปลายเป็นการก่อการร้าย เผาสถานที่ราชการและร้านค้า ปิดถนน เข้าขั้นก่อการจลาจลหรือก่อการร้าย แล้วเลยเถิดไปเรียกร้องให้แบ่งแยกดินแดน ขอเป็นเอกราช เป็นเขตปกครองตนเองเช่นเดียวกับซินเกียงหรือกวางสีจ้วงหรือทิเบต

เหตุการณ์น่าจะเข้าขั้นก่อกบฏโดยการก่อการร้าย ขณะเดียวกันประเทศตะวันตก เช่น อังกฤษและอเมริกา แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยว่าสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เท่ากับเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน

ถ้าฮ่องกงจะมีประชาธิปไตย ก็เป็นประชาธิปไตยโดยการหยิบยื่นให้จากรัฐบาลกลาง เพราะฮ่องกงไม่ใช่ “รัฐ” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีน ไม่มีอำนาจอธิปไตย รัฐบาล สภาและศาลของฮ่องกง เป็นรัฐบาลเป็นสภาและศาลท้องถิ่นของจีน มีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับการแบ่งอำนาจ decentralize มาจากปักกิ่ง

สมัยเป็นอาณานิคม อำนาจเช่นว่าไม่เคยมี ฮ่องกงเป็นเหมือนเทศบาลนครที่มีผู้สำเร็จราชการเป็นนายกเทศมนตรี เหมือนๆ กับนายกเทศมนตรีเมืองลอนดอน เพียงแต่เรียกฮ่องกงว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เหมือน “นครพัทยา” หรือกรุงเทพมหานครที่มีผู้ว่าการเป็นผู้บริหาร ไม่ใช่นายกเทศมนตรี มีคนเคยคิดจะให้ภูเก็ตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่นเดียวกับฮ่องกงเหมือนกัน แต่มีคนค้านมาก

จีนให้ฮ่องกงเลือกตั้งผู้ว่าการเหมือนกัน แต่ต้องเลือกผู้ที่จีนส่งชื่อมาให้ ส่วนผู้ลงสมัครอิสระมักไม่ค่อยได้รับเลือกตั้ง จนเมื่อครั้งสุดท้ายชาวฮ่องกงเลือกผู้ที่ไม่นิยมจีน ไม่ควรใช้คำว่าฝ่ายประชาธิปไตยตามสื่อฝรั่งตะวันตกเรียก เพราะทุกฝ่ายก็มาจากการเลือกตั้ง มีแต่ฝ่ายนิยมหรือฝ่ายไม่นิยมจีน

ความจริงชาวฮ่องกงไม่มีสิทธินิยมหรือไม่นิยมจีน เพราะคำว่าจีนหมายถึง “ชาติ” หรือ “ประเทศ” แต่อาจจะไม่นิยมพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งครองอำนาจเป็น “รัฐบาล” ตั้งแต่พรรคสามารถปลดแอกประชาชนชาวจีนเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1949 เป็นต้นมา อย่างเช่นผลการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นครั้งล่าสุด ซึ่งก็ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ

การเลือกตั้งท้องถิ่นคล้ายๆ กับการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. และสภาเขต กทม. แต่สื่อมวลชนตะวันตกกระพือให้เป็นข่าวใหญ่ ทั้งๆ ที่ประชากรฮ่องกงมีน้อยกว่าประชากรในกรุงเทพฯและปริมณฑลเสียอีก ถ้าการเลือกตั้งสภา กทม. มีฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายไม่เอาไม่อยู่กับประเทศไทย กับฝ่ายเอาประเทศไทย ก็คงจะยุ่งคงจะยอมกันไม่ได้

หรือถ้าการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตเกิดมี 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกตนว่าฝ่ายประชาธิปไตยไม่เอารัฐบาลที่กรุงเทพฯ เพราะรัฐบาลที่กรุงเทพฯเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ ได้อำนาจรัฐมาจากปากกระบอกปืน เหมือนกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน กับอีกพรรคหนึ่งหรืออีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารที่กรุงเทพฯ

ผลการเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยไม่เอาเผด็จการสืบทอดอำนาจชนะอย่างท่วมท้น แล้วประกาศเรียกร้อง 5-6 ประการ รวมทั้งขอแยกภูเก็ตเป็นเอกราช กรุงเทพฯก็ยอมไม่ได้ หากจัดเดินขบวนประท้วงเผาบ้านเผาเมือง นักเรียนหยุดโรงเรียน ข้าราชการ ห้างร้านปิดทำการ แม้จะทำโดยสมัครใจก็ทำไม่ได้ มีความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักร

ถ้าอเมริกาหรืออังกฤษออกกฎหมายมาก้าวก่ายอธิปไตยของประเทศอื่น ซึ่งรัฐสภาได้ทำไปแล้ว ประธานาธิบดีลงนามแล้วก็เป็นการละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างโจ่งแจ้ง เพียงเพราะอเมริกาและอังกฤษค้าขายสู้จีนไม่ได้ เป็นลูกหนี้จีนจำนวนมหาศาล จึงมีลักษณะ “ขี้แพ้ชวนตี” เป็นกฎหมายที่ขัดข้อบังคับขององค์การค้าโลกและกฎบัตรสหประชาชาติ

ตัวเป็นคนผลักดันให้โลกมีการค้าเสรี แต่พอเป็นการค้าเสรีแล้วตัวแพ้เพราะมือไม่ถึง ทำตัวโอ้อวดเกินไป ใช้เงินทำสงครามในที่ต่างๆ จนขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมหาศาล กลับลำจะมาต่อต้านการค้าเสรี จะย้อนไปเป็นอเมริกาตามวาทะของมอนโรเมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ถ้าจะให้พยากรณ์ อเมริกา ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษผู้เย่อหยิ่งจองหอง คงจะแพ้จีนในทางเศรษฐกิจอย่างราบคาบ ไม่แน่ว่าจะมีปัญญาใช้หนี้มหาศาลของประเทศจีนหรือไม่

อเมริกาเป็นครูวิชาเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน พวกเรานักเศรษฐศาสตร์ไทยก็เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยในอเมริกา แต่เมื่อถึงภาคปฏิบัติ ประธานาธิบดีอเมริกาทุกยุคทุกสมัยไม่สนใจเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ เอาผลประโยชน์ทางการเมืองของตนนำหน้า หลอกประชาชนให้กลัวรัสเซียจนรัสเซียล่มสลาย ขณะนี้กำลังหลอกประชาชนอเมริกันให้กลัวจีนเหมือนหลอกให้กลัวคอมมิวนิสต์ เพราะจีนเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามมาก กลัวจีนจะมาก่อนมากกว่า China First ไม่ใช่ America First

รัฐบาลอเมริกันทุกยุคทุกสมัยอยู่ได้ด้วยการหลอกประชาชนของตน ด้วยการใช้ “แพะ” สร้าง “แพะ” ขณะนี้แพะที่อเมริกาใช้คือ จีน คราวนี้เราคงไม่ยอมให้อเมริกาหลอกง่ายๆ แต่ควรหาประโยชน์จากอุปทานและความโง่ของประธานาธิบดีอเมริกาที่กำลังจะพาเศรษฐกิจของโลกลงเหว รวมทั้งเศรษฐกิจของอเมริกาเองด้วย

สมมุติว่าจีนไปแทรกแซงยุยงให้ประชาชนชาวพื้นเมืองหมู่เกาะฮาวาย แบ่งเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย”และฝ่ายนิยมวอชิงตัน ฝ่ายประชาธิปไตยลึกๆ เกลียดคนอเมริกันที่มายึดเอาเกาะฮาวาย เหยียดผิว เอารัดเอาเปรียบคนท้องถิ่น เดินขบวนเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ได้มากกว่าประชาชนอเมริกันที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ บานปลายไปถึงขอแยกเป็นประเทศเอกราช จีนออกกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีจีนคว่ำบาตรการค้าและการท่องเที่ยวกับฮาวาย หากเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นจะให้รัฐบาลวอชิงตันและคนอเมริกันคิดอย่างไร

ถ้าเหตุการณ์อย่างที่สมมุตินี้เกิดขึ้นที่เกาะฮาวาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ไม่ได้เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษเท่านั้น สหรัฐอเมริกาย่อมมีความชอบธรรมที่จะส่งเสริมให้ผู้ว่าการมลรัฐฮาวายจัดการ และถ้าเอาไม่อยู่สหรัฐก็มีความชอบธรรมที่จะส่งกองกำลังเข้าปราบ และมีความชอบธรรมที่จะประณามจีนถ้าสภาประชาชนจีนออกฎหมายส่งเสริมสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยที่เรียกร้องให้ปลดผู้ว่าการมลรัฐฮาวายและแยกตัวเป็นเอกราช

การรวมตัวกันเรียกร้องขอรวมเป็นประเทศกับประเทศใดประเทศหนึ่งย่อมทำได้ แต่การเรียกร้องขอแยกประเทศโดยไม่ได้รับความยินยอมจากรัฐสภาส่วนกลาง ย่อมทำไม่ได้

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐสภาอังกฤษมีมติให้รัฐบาลท้องถิ่น แคว้นหรือมณฑลสกอตแลนด์ จัดทำประชามติว่าชาวสกอตแลนด์ต้องการแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร เป็นเอกราชหรือไม่ รัฐบาลท้องถิ่นสามารถจัดให้มีการทำประชามติในมณฑลสกอตแลนด์ได้ ก็เพราะรัฐสภาอังกฤษหรือ British Parliament ผ่านกฎหมายอนุญาตให้สกอตแลนด์ทำได้ สกอตแลนด์จะทำเองโดยพลการไม่ได้ ถ้าขืนทำก็เป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน การจัดทำประชามติขอรวมกับประเทศใดประเทศหนึ่งได้ แต่จะทำประชามติขอแยกจากประเทศที่ตนดำรงอยู่ ทำไม่ได้

เช่นเดียวกับประชาชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ จะเรียกร้องประชาธิปไตย จัดลงคะแนนออกเสียงประชามติ ขอแยกเป็นรัฐอิสระปกครองตนเองหรือเป็นเอกราชไม่ได้ ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญเสียก่อน เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ฉันใด ฮ่องกงก็เป็นเช่นนั้นโดยพื้นฐาน จึงไม่สู้จะเข้าใจว่าคนฮ่องกงที่สนับสนุนประชาธิปไตย ต่อต้านการเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน จะทำได้อย่างไร

เกาะฮ่องกงไม่ใช่เป็นของคนฮ่องกง 5-6 ล้านคนเท่านั้น เป็นของคนจีนทั้งประเทศ 1,400 ล้านคน เพียงแต่ฮ่องกงเคยถูกมหาอำนาจอังกฤษเอาไปเท่านั้นเอง บัดนี้ได้กลับมาสู่อ้อมอกของมาตุภูมิแล้ว

คนฮ่องกงต้องคิดเสมอว่าตนเป็นคนจีน ไม่ใช่ฝรั่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ธนกร”ปัด”บิ๊กตู่”ขู่ยุบสภาฯแลกเสียงโหวต
บทความถัดไปศูนย์วิจัยกสิกรคาดยอดขายรถยนต์ ปี62-63 จ่อติดลบ ผลเศรษฐกิจชะลอ-แบงก์เข้มคุมสินเชื่อ