การประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีพฤติกรรมบางอย่างส่อให้เห็นความจงใจและเจตนา เป็นเหตุให้บรรดาสมาชิกไม่พอใจ บวกกับนายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด ได้กล่าวหัวเราะเยาะ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งหน้า ภาพนั้นได้ถูกถ่ายคลิป และส่งต่อในโซเชียลมีเดีย จึงเป็นเหตุให้
การประชุมกลายเป็น “Soap Opera” ทางการทูต
เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนา “นาโต” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม สหราชอาณาจักรซึ่งเป็นเจ้าภาพได้จัดงานเลี้ยงรับรองผู้นำประเทศสมาชิก ณ พระราชวังบักกิงแฮม
“ทรัมป์” มาร่วมงานเลี้ยงสายถึง 40 นาที นายกรัฐมนตรีแคนาดาจัสติน ทรูโด ได้พูดจาในเชิงหัวเราะเยาะเย้ยซึ่งหน้า “ทรัมป์” สวนกลับทันที โดยพรรณนาว่า “ทรูโด” คือคน “ตีสองหน้า”
แต่ “ทรัมป์” ก็ได้แสดงถึงความใจกว้าง โดยกล่าวว่า ก็เพราะ “ทรูโด” ไม่พอใจที่ถูกเขาตำหนิเรื่องจ่ายเงินสนับสนุนทางการทหารให้แก่นาโตไม่ถึงเกณฑ์กำหนดร้อยละ 2 ของจีดีพีประเทศ จึงมีปฏิกิริยาดังกล่าว
อันเรื่องเงินสนับสนุนทางการทหารนาโตนั้น ได้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับบรรดาประเทศสมาชิกนาโตมาโดยตลอด
สมาชิกนาโตมี 29 ประเทศ ปี 2019 ได้ใช้จ่ายแล้ว 9.870 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สหรัฐรับผิดชอบเกือบร้อยละ 70 และมีเพียง 7 ประเทศที่จ่ายตามเกณฑ์คือร้อยละ 2 เท่านั้น
และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกประเทศจ่ายเต็มตามเกณฑ์ เพราะยังมีประเทศที่สภาพเศรษฐกิจอ่อนแอ เช่น เบลเยียม สเปน และลักเซมเบิร์ก ปัจจุบันจ่ายต่ำกว่าร้อยละ 1 เท่านั้น
แต่การจ่ายเงินสนับสนุนทางการทหารไม่ครบตามเกณฑ์ ยังมิใช่ประเด็นความขัดแย้งที่ใหญ่ที่สุด หากเป็นประเด็นที่สหรัฐมิได้ให้ความสำคัญอันเกี่ยวกับที่ยุโรปกำลังเผชิญกับการคุกคามความมั่นคง ทั้งที่เป็นความสำคัญอันดับที่ 1
จึงไม่แปลกที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูแอล มาครง ได้กล่าวว่านาโต “สมองตายแล้ว”
และมีข้อเสนอให้ยุโรปจัดการปัญหาความมั่นคงเอง
การอันที่ยุโรปถูกมองว่ากำลังถูกคุกคามด้านความมั่นคง ก็เพราะ
1 ภัยคุกคามจากรัสเซีย
1 มีผู้อพยพเข้ายุโรปเป็นจำนวนมาก อาจเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้าย
1 ตุรกีสมาชิกนาโต ได้ซื้อขีปนาวุธกับรัสเซีย ซึ่งเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของ “นาโต”
เป็นเหตุให้เกิดความสับสนระหว่างเส้นแบ่งแห่งมิตรกับศัตรู
ปัจจุบัน สหรัฐกับสมาชิกนาโตเกิดความขัดแย้งขึ้นเป็นนิจ การประชุมครั้งนี้ “ทรัมป์” ขู่ว่า หากเงินสนับสนุนไม่ครบตามเกณฑ์ สหรัฐก็จะถอนตัวออกจากนาโต
แต่จากแถลงการณ์ลอนดอนครั้งนี้ นอกจากนาโตไม่สลายตัว หากยังจะมีการขยายตัว
ย้อนมองอดีต องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1949
เป็นผลพวงแห่งสงครามเย็น เพื่อป้องกันการคุกคามจากสหภาพโซเวียต ข้อสัญญาบัญญัติสาระสำคัญว่า เมื่อสมาชิกนาโตประเทศใดประเทศหนึ่งถูกคุกคาม ให้ถือเสมือนนาโตถูกโจมตี
แต่วันนี้สหภาพโซเวียตได้สลายตัวไปแล้ว คนกลุ่มเลือดเดียวกันเพียงเปลี่ยนชื่อประเทศ โดยใช้ขีปนาวุธขนาดกลางพุ่งเป้าไปยังยุโรป
กรณีย่อมต้องถือว่า รัสเซียคุกคามนาโตอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การที่แถลงการณ์ลอนดอนระบุว่า ไม่ว่าประเทศใดประเทศหนึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ นาโตก็ต้องตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน นั้น
จึงเป็นการชอบแล้ว
“นาโต” ได้ขยายขอบเขตมาโดยตลอด ไม่ว่าทางด้านภูมิศาสตร์ ไม่ว่าขอบเขตการป้องกันประเทศ ล้วนมีการขยายทั้งสิ้น
ในจำนวนสมาชิก 29 ประเทศ มีอยู่ 13 ประเทศในยุโรปตะวันออกกลาง เมื่อกาลอดีตได้อยู่ใต้อาณัติของสหภาพโซเวียต
การขยายขอบเขตของ “นาโต” ก็เพื่อดูดประเทศที่อยู่ในค่ายศัตรูในอดีตให้มาเป็นพวกเดียวกัน กล่าวคือเปลี่ยนจากการเป็นศัตรูให้มาเป็นมิตร
นอกจากนี้ ยังมีการขยายความเคลื่อนไหวออกไปยังประเทศที่อยู่นอกยุโรปอีกด้วย เช่น
ส่งทหารไปยังอัฟกานิสถาน อิรัก เพื่อช่วยฝึกทหาร ตลอดจนปฏิบัติการด้านทหาร ฯลฯ
กรณีย่อมถือเป็นการเคลื่อนไหวที่เกินเลยขอบเขตและวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง “นาโต”
ในแถลงการณ์ของลอนดอนมีอยู่ 2 ข้อที่น่าสนใจ
1.เกี่ยวกับประเด็นการโจมตีทางเว็บไซต์
2.เกี่ยวกับท่าทีที่มีต่อประเทศจีน
แถลงการณ์ชี้แจงว่า “นาโต” จะเพิ่มมาตรการต่อต้านการโจมตีทางเว็บไซต์ อีกทั้งสกัดกั้นและตัดกำลังในการอันทำลายความมั่นคงของนาโตและสังคมของประเทศสมาชิก
ในแถลงการณ์ลอนดอน ถือเป็นครั้งแรกที่นาโตได้กล่าวพาดพิงถึงประเทศจีน อันเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนได้ยกระดับอย่างต่อเนื่อง นโยบายของจีนที่มีต่อประชาคมโลก ได้เห็นเป็นประจักษ์ถึงโอกาสและความท้าทาย และเน้นว่า การเป็นพันธมิตรย่อมต้องร่วมมือกันสร้างอนาคต ตลอดจนการสื่อสารโทรคมนาคมระบบ 5G มีปัญหาในการโจมตีนานาประการ ฯลฯ
ชัดเจนยิ่งว่า เป็นการชี้ว่าประเทศจีนเป็นหนึ่งในจำนวนที่คุกคามความมั่นคงของนาโต
ในที่สุด “นาโต” จะไปในทิศทางใดย่อมเป็นหน้าที่ที่ประเทศที่อยู่สองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกจะต้องช่วยกันพินิจพิเคราะห์ว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร
ย้อนคิดถึงอดีตเมื่อ 1952 เลขาธิการคนแรกของนาโต Lord Ismay ได้กล่าวไว้ว่า “วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือก็เพื่อขับไล่สหภาพโซเวียตออกไป โดยให้สหรัฐอเมริกาเข้าแทนที่ และปล่อยให้เยอรมนีดำรงอยู่ใสภาพที่อ่อนแอต่อไป”
แต่วันนี้เส้นแบ่งความเป็นมิตรเป็นศัตรูยังไม่มีความชัดเจน สหรัฐก็มีพฤติการณ์แบบผีเข้าผีออก ส่วนเยอรมนียังเป็นประเทศที่มีความแข็งแรงที่สุดในทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป
ในที่สุด นาโตจะเหินห่างสหรัฐ หรือจะกลับยุโรป หรือจะขยายขอบเขตต่อไป หรือจะกลับสู่สภาพเดิม ล้วนเป็นคำถามที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม นาโตก็ได้ดำเนินมาถึง 70 ปี และมีการฉลองกันเรียบร้อย
แต่ภาพลักษณ์ที่ปรากฏออกมาให้เห็นเป็นประจักษ์ก็คือ
Soap Opera !

