เขาหยอกกัน : ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับไต้หวัน : โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เรื่องเล่นหยอกกันแบบถึงตายนั้นจากพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาได้เขียนไว้ว่าเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ซึ่งผนวชอยู่ที่วัดโคกแสง เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศผู้เป็นพระเจ้าอายิ่งนัก ทำให้กรมขุนเสนาพิทักษ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) พระราชโอรสองค์โตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศระแวงว่าราชบัลลังก์ที่ควรจะเป็นของพระองค์นั้นอาจคืนกลับไปให้เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ ผู้มีสิทธิในราชบัลลังก์ไม่น้อยกว่าพระองค์ เพราะต่างก็เป็นพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน เมื่อพระราชบิดาทรงประชวรและเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เสด็จมาทรงเยี่ยม พระองค์จึงตรัสให้พระองค์เจ้าชื่นและพระองค์เจ้าเกิดไปนิมนต์เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เข้ามายังพระราชวังหน้า เมื่อเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เสด็จมาถึง พระองค์ได้ใช้พระแสงดาบฟันเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ แต่ไม่ทรงได้รับบาดเจ็บเพียงถูกแต่ผ้าจีวรขาดเท่านั้น เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงเกรงพระราชอาญาแล้วจึงเสด็จหนีไปซ่อนตัวที่ตำหนักกรมหลวงอภัยนุชิต พระมารดาของพระองค์

หลังจากนั้น เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และพระองค์ตรัสถามว่า เหตุใดผ้าจีวรจึงขาด เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ถวายพระพรว่ากรมขุนเสนาพิทักษ์หยอกท่าน

ในครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระพิโรธกรมขุนเสนาพิทักษ์มาก มีพระราชดำรัสให้ค้นหาตัวจนทั่วพระราชวัง แต่พบเพียงพระองค์เจ้าชื่นและพระองค์เจ้าเกิดที่สมรู้ร่วมคิดเท่านั้น จึงมีพระราชดำรัสให้นำตัวทั้ง 2 พระองค์ไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์

เมื่อเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ถวายพระพรลาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแล้ว กรมหลวงอภัยนุชิตได้เสด็จมาอ้อนวอนเจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ให้ช่วยเหลือกรมขุนเสนาพิทักษ์ แล้วกรมหลวงอภัยนุชิตจึงพากรมขุนเสนาพิทักษ์เสด็จออกผนวชทันทีที่วัดโคกแสง มีพระนามฉายาว่า “สิริปาโล” ต่อมากรมหลวงอภัยนุชิตป่วยหนักใกล้จะสิ้นพระชนม์จึงทูลขออภัยโทษเจ้าฟ้ากุ้งต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศผู้เป็นพระราชสวามี ทำให้เจ้าฟ้ากุ้งรอดอาญาหลวงไปได้

ครับ ! ที่เกริ่นเรื่องพงศาวดารเกี่ยวกับการหยอกกันจนถึงตายนั้นเพื่อที่จะเล่าเรื่องการหยอกกันของ “นโยบายจีนเดียว” ที่ถือมีเพียงหนึ่งรัฐเท่านั้นที่เรียกว่า “ประเทศจีน” เนื่องจากประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) ต้องยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และในทางกลับกันหากสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีนก็ต้องยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

นโยบายจีนเดียวต่างจาก “หลักการจีนเดียว” ซึ่งหลักการนั้นถือว่าทั้งไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่คือจีนทั้งหมด หลักการจีนเดียวดัดแปลงมาจากฉันทามติ 1992 ของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนในขณะนั้นกับข้อกำหนดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของพรรคภายใต้ฉันทามติทั้งสองรัฐบาลเห็นด้วยที่มีเพียงที่เดียวที่มีอำนาจอธิปไตยที่รวมทั้งสองแผ่นดินใหญ่จากจีนไปไต้หวัน แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องของรัฐบาลว่าใครคือผู้ถูกต้องตามกฎหมายที่จะเป็นรัฐบาลของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันกับประเทศเกาหลีที่แบ่งออกเป็นประเทศเกาหลีเหนือและประเทศเกาหลีใต้นั่นแหละ

ปัจจุบันมีประเทศในโลกที่มีประมาณ 200 ประเทศ สำหรับประเทศที่รับรองว่าไต้หวันเป็นประเทศจีนเพียงประเทศเดียวมีอยู่ 15 ประเทศ ดังนี้คือ ในทวีปแอฟริกามีเพียง 1 ประเทศ คือเอสวาตินี ที่แต่เดิมชื่อสวาซีแลนด์ ในยุโรปมี 1 ประเทศ และเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกคือ นครรัฐวาติกัน ในทวีปอเมริกามี 9 ประเทศคือ เบลีซ, กัวเตมาลา, เฮติ, ฮอนดูรัส, นิการากัว, ปารากวัย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (3 ประเทศหลังเป็นหมู่เกาะขนาดจิ๋วในทะเลแคริบเบียน มีประชากรแค่หลักหมื่นหรือหลักแสนเท่านั้น) ส่วนภูมิภาคโอเชียเนียคือกลุ่มของหมู่เกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก หมายถึง หมู่เกาะพอลินีเซีย (รวมนิวซีแลนด์) หมู่เกาะเมลานีเซีย (รวมนิวกินี) และหมู่เกาะไมโครนีเซีย มีอยู่ 4 ประเทศเกาะจิ๋วเช่นเดียวกับประเทศเกาะจิ๋วในทะเลแคริบเบียนคือ ประเทศคิริบาส, นาอูรู, ปาเลา และตูวาลู

ครับ ! ประเทศในภูมิภาคโอเชียเนียนี่แหละครับเป็นตัวแสบที่หยอกทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไต้หวันได้อย่างสนุกสนาน กล่าวคือประเทศคิริบาส ชื่อเดิมในภาษาอังกฤษคือ “หมู่เกาะกิลเบิร์ต” มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐคิริบาส เป็นหมู่เกาะปะการัง 33 เกาะ ตั้งในมหาสมุทรแปซิฟิก กระจายทั่วพื้นที่ 3,500,000 ตารางกิโลเมตร ใกล้เส้นศูนย์สูตร รวมพื้นที่ทั้งหมด 811 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 117,000 คน เป็นตัวอย่างของความแสบในเกมนโยบายจีนเดียว

กล่าวคือเมื่อประเทศคิริบาสได้เอกราชจากอังกฤษใน พ.ศ.2523 ก็ประกาศรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเพียงจีนเดียวจนกระทั่ง พ.ศ.2546 ปรากฏว่านายอาโนเต ตอง ผู้มีเชื้อสายจีนได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เขาจึงประกาศรับรองไต้หวันว่าเป็นเพียงจีนเดียวเป็นเวลาซึ่งนับเวลาได้ 8 ปีจากการเป็นประธานาธิบดี 2 สมัยของเขาด้วยการสนับสนุนทางการเงินอย่างออกนอกหน้าของรัฐบาลไต้หวัน แต่ในปี พ.ศ.2559 นายทาเนติ มามัว สามารถเอาชัยชนะจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเหนือ นายอาโนเต ตอง ด้วยการช่วยเหลือทางการเงินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ดังนั้นประเทศคิริบาสจึงเปลี่ยนข้างทันทีไปรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเพียงจีนเดียวอีกครั้งหนึ่ง

คราวนี้มาที่ประเทศนาอูรูซึ่งเป็นประเทศเกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศนาอูรูตั้งอยู่ใกล้กับเกาะบานาบาของประเทศคิริบาสมากที่สุด โดยอยู่ห่างกัน 300 กิโลเมตร ไปทางตะวันออก ประเทศนาอูรูเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกและเป็นประเทศที่เล็กเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากประเทศโมนาโกและนครรัฐวาติกัน โดยมีพื้นที่ 21 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรทั้งสิ้น 13,649 คน สำหรับประเทศจิ๋วที่แสบสันต์นี้ยิ่งเล่นเกมสนุกไปใหญ่

คือหลังจากได้รับเอกราชแล้วเมื่อ พ.ศ.2523 ก็รับรองไต้หวันเป็นจีนเดียวมาตลอดจนถึง พ.ศ.2545 ก็เปลี่ยนไปรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนเพราะได้รับเงินช่วยเหลือจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเงิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เพียง 3 ปีต่อมาใน พ.ศ.2548 ก็หันกลับมารับรองจีนไต้หวันอีกด้วยจำนวนเงินช่วยเหลือที่ไม่เปิดเผยตัวเลข

สรุปแล้วเกมการหยอกกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับไต้หวันคงต้องเล่นกันต่อไปจากประเทศจิ๋วๆ เหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกนานละครับ

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิเชียร’แจงปวด’ริดสีดวงทวารหนัก’ขั้นเลือดตกยางออกขอย้ายไปผ่าตัด-อยากอยู่ใกล้ครอบครัว
บทความถัดไปอินฟราฟัน : กางแผนเปิดรถไฟฟ้าทั่วกรุง : นายขันตี