นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้ที่ทราบถึงความเป็นประชาธิปไตยย่อมทราบดีว่า ประชาธิปไตยคืออำนาจอธิปไตยซึ่งมีอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ เป็นของปวงชนชาวไทย
ดังนั้น การเกิดขึ้นของอำนาจนิติบัญญัติ คือการออกกฎหมายมาใช้ในการปกครองประเทศ ใช้กับปวงชนชาวไทย ต้องออกโดยปวงชนชาวไทยที่เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา คือรัฐสภามีข้อกำหนดชัดเจนว่า ต้องไม่ขัดต่อความเป็นประชาธิปไตย
ส่วนอำนาจบริหารของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ย่อมมาจากปวงชนชาวไทยเช่นกัน คือมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาเลือกคณะผู้บริหารตั้งแต่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี อาจจะมาจากสมาชิกรัฐสภาหรือมาจากผู้ที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก
ส่วนอำนาจตุลาการ ประเทศไทยยังใช้ระบบการสอบคัดเลือกจากผู้มีคุณวุฒินิติศาสตร์และเนติบัณฑิต มาเป็นฝ่ายตุลาการคือผู้พิพากษา
เมื่อประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตยทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ซึ่งบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญยังบัญญัติหมวดพระมหากษัตริย์ไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะอย่างแท้จริง ผู้ใดจะละเมิดหรือจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆ มิได้
เมื่อประชาธิปไตยคืออำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย การปกครองจึงต้องมาจากปวงชนชาวไทยที่ผ่านการเลือกตั้งเข้ามาตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นการปฏิบัติในประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาทั้งสิ้น
การที่ยังมีประชาชนเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจอื่นอย่าใช้อำนาจนั้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นระบบอื่นเช่น ระบบเผด็จการ โดยใช้อำนาจอันมีอาวุธสงครามและกำลังทหาร เป็นต้น
ย่อมหมายถึงประชาชนไม่ต้องการให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลมามีอำนาจเหนืออำนาจประชาชน
แต่ที่ยังเกิดอำนาจนั้นขึ้นได้ เป็นเพราะประชาชนผู้ต้องการการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีระบบรัฐสภาซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่มีอาวุธสงครามและกำลังทหารมาต่อต้าน หรือมาขัดขวางไม่ให้บุคคลหรือคณะบุคคลใช้อำนาจนั้นได้ ไม่อย่างนั้นอาจต้องเกิดการต่อต้านจากการต่อสู้ด้วยอาวุธต่ออาวุธและกำลังของประชาชนที่มิได้เคยฝึกใช้อาวุธสงคราม ทำให้เกิดความสูญเสียปวงชนชาวไทย ซึ่งไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่ง
ประชาชนจึงต้องยับยั้งชั่งใจรอเวลาที่ผู้ยึดอำนาจอธิปไตยคืนกลับมาสู่ประชาชนด้วยสำนึกที่อยากเห็นประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นกัน
ณ วันนี้ เมื่อประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ความเป็นประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เนื่องจากบุคคลและคณะบุคคลซึ่งเคยยึดอำนาจอธิปไตยนั้นไว้ยังไม่คืนอำนาจอย่างแท้จริงทั้งหมด ด้วยการยอมให้มีประชาชนเลือกตั้งผู้นำอำนาจบริหารเช่นเดียวกับอารยประเทศในระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังแฝงอำนาจเผด็จการไว้ในรัฐธรรมนูญ
ประชาชนที่ต้องการอยู่อย่างสงบในสังคมประชาธิปไตยจึงต้องการปรับปรุงและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงทั้งด้วยการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชน เรียกร้องผ่านการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ด้วยการพูดจาปราศรัยให้พี่น้องประชาชนคนอื่นที่ยังไม่เข้าใจดีถึงการเรียกร้องนี้ ได้เข้าใจว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือการให้ประชาชนมีส่วนในการเมืองการปกครองอย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองก็ได้ หรืออาจจะมีพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนก็ได้
เป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องกำหนดบทบาททางการเมืองด้วยตัวเองจากการเลือกตั้ง

