ปีศาจในร่างของมนุษย์จำพวกนี้…รักการฆ่าเป็นชีวิตจิตใจ…มันมีความสุขที่ได้ลงมือฆ่าคน ฆาตกรที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ปรากฏในหลายประเทศทั่วโลก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานนับร้อยปี มีการบันทึก และผลวิเคราะห์ทางการแพทย์ที่น่าสนใจ…
ภาพเก่า..เล่าตำนาน ตอนนี้ ขอเกาะกระแสเรื่องของ “ฆาตกรต่อเนื่อง” ที่เป็นข่าวสะเทือนใจสังคมไทยอยู่ในช่วงเวลานี้ เหนือสิ่งอื่นใดที่ต้องชื่นชม คือ พลเมืองดีบนรถไฟ ที่ใส่ใจกับเหตุการณ์รอบๆ ตัว ไม่เพิกเฉย เธอสามารถจำภาพคนร้ายได้อย่างมีหลักการแล้วรีบแจ้งตำรวจเมื่อพบเห็น และก็ต้องชมว่า ตำรวจไทยรวดเร็ว..เก่งครับ
1 ตัวอย่างในแผ่นดินจีน….
นายหยางซินไห่ ฆาตกรต่อเนื่องในแผ่นดินจีน ที่ก่อเหตุฆาตกรรม 67 คดี ข่มขืน 23 คดีและทำร้ายร่างกาย 10 คดี
หยาง ลงมือสังหารผู้คนในช่วงปี พ.ศ.2542-2546 ในมณฑลอันฉุย เหอเป่ย เหอหนาน และซานตง โดยลักษณะการก่อเหตุ เขาจะบุกเข้าไปในบ้านของเหยื่อในเวลากลางคืน และฆ่าคนที่อยู่ในบ้านโดยใช้อาวุธคือ ขวาน ค้อน และพลั่ว ทุบและฟันไปบนร่างของเหยื่อ โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวนา และถูกฆาตกรรมยกครอบครัว
จำนวนเหยื่อมากที่สุดในการสังหาร 1 ครั้งคือ 5 ราย และเหยื่อที่เป็นผู้หญิงมักจะถูกข่มขืนด้วย มีข้อมูลที่เปิดเผยจิตใจของปีศาจรายนี้อันน่าขยะแขยงว่า…มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุฆาตกรรมของเขาคือ ความเกลียดชังที่มีต่อเพศหญิง รวมถึงความโกรธแค้นและความต้องการที่จะแก้แค้นสังคม
คำพูดของนายหยางซินไห่ ที่น่าสนใจ… “เมื่อผมฆ่าคน มันทำให้ผมเกิดความปรารถนาที่จะฆ่าอีก นี่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมฆ่าต่อไป ผมไม่สนหรอกว่าพวกเขาควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่ มันไม่เกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ ผมไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับสังคม…”
สื่อจีนยังรายงานอีกด้วยว่า หยางซินไห่ก่อเหตุเพราะเขารู้สึกสนุกกับการปล้น ข่มขืนและฆ่า เขาถูกประหารโดยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547
ใคร-ทำไม ถูกจัดว่าเป็น ฆาตกรต่อเนื่อง (serial killer)
ข้อมูลจากหลายแหล่ง (รวมทั้ง FBI) ให้คำจำกัดความของ “ฆาตกรต่อเนื่อง” หมายถึงบุคคลที่ก่อคดีฆาตกรรมขึ้น โดยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่
ฆาตกรต่อเนื่องส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่ตัดขาดจากสังคมภายนอก (Antisocial Personality Disorder) และไม่ได้เป็นบ้า ดูจากภายนอกแล้วจะเหมือนกับคนปกติทั่วไป บางครั้งจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ…
นักจิตวิทยาพบว่า ฆาตกรต่อเนื่องเป็นพวกที่ไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ ทำให้กลายเป็นพวกแปลกแยกและถูกปฏิเสธจากสังคมภายนอก อันเป็นผลทำให้บุคคลเหล่านี้ สามารถก่อคดีได้โดยที่ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย บางกรณีการถูกเยาะเย้ย หรือกดขี่ทางสังคมก็เป็นอีกเหตุจูงใจหนึ่ง
ข้อมูลทางการแพทย์ช่วยให้ความกระจ่างมากขึ้นว่า…อาชญากรที่มีอาการ “ไซโคพาธ” (Psychopaths) มักมีส่วนเกี่ยวเนื่องกันคือ ตอนเด็กไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากพ่อแม่ ถูกทอดทิ้ง ขาดความเห็นอกเห็นใจ อาจไม่ได้รับการสั่งสอนการเห็นใจเข้าใจจิตใจต่อผู้อื่น หรือการมีส่วนร่วมในด้านดีของสังคม ตัวเองอยู่ในความรุนแรงบางอย่าง มีความกระทบกระเทือนทางสมองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับความกลัว ทำให้เขาไม่เกรงกลัวอะไร…
ฆาตกรต่อเนื่อง มักเคยชินกับความรุนแรง บางทีไม่มีคนตอบสนองเขาในแง่บวก ก็หาความเห็นอกเห็นใจจากการตอบสนองด้านลบแทน เช่น ถูกตำรวจจับ ได้รับความสนใจจากตำรวจ ก็พัฒนาเป็นบุคลิกภาพต่อต้านสังคมขึ้นมา…
เมื่อเรื่องของนายสมคิด พุ่มพวง ถูกเปิดเผย สังคมไทยจึงขวนขวายใส่ใจเรื่องของมนุษย์ประเภทนี้…
17 ธันวาคม 2562 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่มีอาการไซโคพาธ ระบุว่า ไซโคพาธ (Psychopaths) เป็นหนึ่งในกลุ่มของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) เป็นภาวะที่รักษาได้ยาก ผู้ป่วยมักไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา
สำหรับสาเหตุ และอาการของผู้ป่วย ไซโคพาธ มีดังนี้
– ด้านร่างกาย : มีความผิดปกติของสมอง เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลเกี่ยวกับสารเคมีในสมอง และพันธุกรรม
– ด้านจิตใจ และสังคม : ถูกกระทำรุนแรงในวัยเด็ก ถูกเลี้ยงดูแบบละเลย
– อาชญากรรมในครอบครัว : ความแตกแยกในครอบครัว ความโหดร้ายของสภาพสังคมรอบตัว
อาการที่ปรากฏ คือ มีลักษณะจิตใจที่แข็งกระด้าง สนองความต้องการตนเองอย่างเดียว ไม่สนใจคนอื่นในสังคม มีความผิดปกติทางอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าสังคม มีพฤติกรรมความรุนแรงซ้ำๆ อันก่อให้เกิดอาชญากรรม
การรักษา – รักษาด้วยยาและปรับพฤติกรรม เน้นพัฒนาสิ่งที่สนใจในแง่ดี และให้รางวัลเมื่อประพฤติดี-การลงโทษมักไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้เนื่องจากอาการด้านชาทางอารมณ์
ขอบคุณกรมสุขภาพจิตที่ให้ข้อมูลกับสังคมไทยเพื่อการเรียนรู้
การบัญญัติคำศัพท์ ฆาตกรต่อเนื่อง ถูกจุดประกาย เปิดตัวเผยโฉมครั้งแรกๆ ในโลก เมื่อราว พ.ศ.2431 เหตุเกิดในประเทศอังกฤษ
แจ๊ก เดอะ ริปเปอร์ (Jack the Ripper) ผู้สร้างตำนานให้โลกรู้จักคำว่า ฆาตกรต่อเนื่อง ในประเทศอังกฤษ ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับคดีของนายสมคิด พุ่มพวง ในเมืองไทย ราวกลางปี พ.ศ.2431 (ตรงกับช่วงกลางรัชสมัยในหลวง ร.5) เกิดคดีฆาตกรรมสยองในอังกฤษ และโด่งดังไปทั่วโลก สื่อมวลชนตั้งชื่อว่า Jack the Ripper (แปลตรงตัวว่า แจ๊กผู้ชำแหละศพ) สถานที่เกิดเหตุ คือ ตำบลไวต์แชปเปิล (Whitechapel) ในกรุงลอนดอน
ตำรวจพบศพหญิงสาวถูกสังหาร สภาพศพถูกมีดเชือด ทิ้งบาดแผลเหวอะหวะบนลำตัวเหยื่อให้เป็นปริศนา
ข่าวชิ้นนี้ สร้างความสยดสยองสะเทือนขวัญทั่วเกาะอังกฤษ
ตั้งแต่ศพผู้หญิงคนแรกที่พบราวกลางปี พ.ศ.2431 ยังตามมาด้วยศพผู้หญิงที่ถูกชำแหละแบบเดียวกันตามมาต่อเนื่องอีก 5 ศพ
เจ้าหน้าที่สืบสวนสกอตแลนด์ยาร์ด ไม่ปฏิเสธเลยว่าทั้ง 6 ศพ ล้วนเป็นหญิงโสเภณี ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นในแหล่งเสื่อมโทรม แหล่งมั่วสุม พื้นที่คนติดยาเสพติด เป็นพื้นที่มุมอับทั้งสิ้น
ทุกศพที่พบ ล้วนถูกชำแหละแบบประณีต เพื่อให้ผู้ตายได้รับความทรมาน… โดยเหยื่อส่วนใหญ่มีสภาพถูกเชือดคอ ถูกผ่าท้อง แล้วควักอวัยวะภายในออกมาด้านนอก เหยื่อบางรายถูกเฉือนชิ้นเนื้อ อวัยวะเพศ และกระเพาะปัสสาวะออกไป
สุภาพสตรีชาวกรุงลอนดอน ระส่ำระสาย ทุรนทุราย อยู่ไม่เป็นสุข ราว 6 เดือน มีคนถูกฆ่า 6 ศพ ยังไม่มีคำตอบใดๆ จากตำรวจ
เจ้ากรมข่าวลือเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็ง …เมื่อแผลที่ปรากฏตามตัวผู้ตายมีลักษณะดังกล่าว..สังคมเลยชี้เปรี้ยงลงไปว่า…นี่ต้องเป็นฝีมือไอ้พวกหมอแหงๆ ถ้าไม่ใช่พวกหมอ..ก็น่าจะเป็นไอ้พวกคนขายเนื้อ
จนแล้วจนรอด…ผ่านไปราวกว่า 100 ปี ตำรวจอังกฤษก็ไม่สามารถจับตัวแจ๊ก เดอะ ริปเปอร์ได้ หากแต่ชื่ออันน่าสยดสยองของเขา ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ดังก้องโลกสำหรับเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง
1 ตัวอย่างในอเมริกา
มีบันทึกประวัติศาสตร์แบบไม่ปิดบังว่า ดร.Herman Webster Mudgett หรือ ดร.เฮนรี โฮเวิร์ด โฮล์ม ที่ถูกจารึกว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องรายแรกของอเมริกา
ข้อมูลช่วงวัยเด็ก คล้ายๆ กับฆาตกรคนอื่นๆ คือ มีปัญหาด้านความประพฤติ เกเร ลักเล็กขโมยน้อย โกหก ตลบตะแลง…
พ.ศ.2425 เฮนรี เข้าศึกษามหาวิทยาลัยมิชิแกนด้านการแพทย์และศัลยกรรม หลังจากผ่านการสอบ เขาไปขอทำงานในห้องแล็บกายวิภาคกับ ศ.เฮอร์แมน หัวหน้าผู้สอนวิชากายวิภาคศาสตร์ ทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการชำแหละร่างกายมนุษย์
นอกจากนั้น เขายังประกอบอาชีพขายประกันชีวิต เลยทำให้กลายเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพที่สามารถ “ตีเนียน” ใช้ศพที่รับผิดชอบในห้องแล็บฉ้อโกงบริษัทประกันชีวิตหลายครั้ง
ชายคนนี้ประกอบกิจการ ทำงานสารพัดที่ขี้ฉ้อ ขี้โกง และเป็นฆาตกรเลือดเย็น โหดเหี้ยมเฮนรี ที่มีความรู้รอบด้าน พลิกโฉมตัวเองกลายเป็นนักฉ้อโกง ต้มตุ๋น และเป็นฆาตกรที่สนุกสนานกับการสังหารผู้คนแบบ “ พิสูจน์ได้ยาก” เขาถูกจับกุมในบอสตันเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2437
เขาสารภาพว่าได้ลงมือสังหารเหยื่อมา 27 ราย แต่ตำรวจมั่นใจว่าเขาฆ่ามากกว่านั้น
เหตุฆาตกรรมที่ผ่านมา ดร.เฮนรี เอาตัวรอดมาได้เสมอ เพราะสุขุม รอบคอบไม่ทิ้งหลักฐานอะไรให้ผูกมัด สังคมอเมริกันรุมสาปแช่ง เฝ้ามองว่าเมื่อไหร่จะโดนประหาร เพราะกลัวว่าปีศาจร้ายตัวนี้จะถูกลงโทษเพียงจำคุกตลอดชีวิต
ต่อมามีข่าวลือว่า ดร.เฮนรี หนีออกจากคุกไปได้ สังคมอเมริกันเรียกร้องทางการให้พิสูจน์ว่าเขาถูกประหารจริง
ศพของ ดร.เฮนรี ได้ถูกขุดขึ้นเพื่อพิสูจน์อีกครั้งด้วยความชิงชังรังเกียจ โลงศพของเขาถูกบรรจุอยู่ในบ่อซีเมนต์ ร่างกายของเขาแทบไม่ย่อยสลาย ร่างกายถูกระบุอย่างแน่ชัดว่าเป็นของ ดร.เฮนรี ด้วยการพิสูจน์ที่ฟันของเขา เมื่อมั่นใจว่าเป็นศพของวายร้ายคนนี้แน่ๆ ศพของฆาตกรโหดก็ถูกฝังอีกครั้ง
อีก 1 ตัวอย่างในอเมริกาครับ…
ข้อมูล FBI ระบุว่า ปีศาจตัวนี้เคยสังหารเหยื่อมาแล้วมากกว่า 90 ราย เขาคือฆาตกรต่อเนื่องที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกามีนามว่า นายซามูเอล ลิตเติ้ล (Samuel Little)
ชายผิวสีคนนี้ถูกจับกุมเมื่อ 5 กันยายน พ.ศ.2555 เมื่ออายุ 79 ปี เขาสารภาพว่าได้ลงมือสังหารผู้คนต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2513 เรื่อยมาถึง พ.ศ.2555 ซึ่งตำรวจแกะรอยย้อนไป พบว่าเป็นความจริงตรงกับที่สารภาพแล้ว 50 คดี และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมอีกนับไม่ถ้วน ที่ต้องสืบต่อไป
นายซามูเอล ผู้ช่ำชองการสังหารโหดตระเวนเร่ร่อนก่อเหตุใน 19 รัฐของอเมริกา ติดคุกมานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยคดีขโมย ข่มขืน เมาสุรา ทำร้ายร่างกาย ลัก วิ่ง ชิงปล้น เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิงที่ยากจน ผู้หญิงติดยา และผู้หญิงผิวสี
FBI ให้ฆาตกรโหดรายนี้ทบทวนการก่อเหตุ โดยให้เขานั่งวาดภาพของเหยื่อในขณะต้องโทษในคุก ซึ่งเขาพอจะวาดภาพเหยื่อชะตาขาดได้ราว 30 ราย ตำรวจพยายามเค้นข้อมูลเพื่อหาแรงจูงใจ
การสังหาร…จะใช้การบีบคอให้ตายเป็นวิธีการหลัก
ฆาตกรซามูเอลให้การอย่างไม่เคยสะทกสะท้าน เหยื่อหลายรายเป็นสาวงาม พบกันในบาร์แล้วจะพาขึ้นรถไปหาที่เปลี่ยว…แล้วลงมือ
รายสุดท้ายก่อนถูกจับ คือ สังหารเหยื่อสาวในเท็กซัสโดยการกดเธอให้จมน้ำตาย…ปัจจุบันเขาถูกคุมขังที่เรือนจำในลอสแองเจลีส
1 ตัวอย่างในญี่ปุ่น…
นายฟูโตชิ มัตสุนางะ (Futoshi Matsunaga) ฆาตกรต่อเนื่องชาวญี่ปุ่น ฆาตกรรายนี้ในวัยเด็กเรียนหนังสือเก่ง มีบุคลิกภาพดี มีเสน่ห์ แต่มีปัญหาทางความประพฤติ เขาถูกย้ายไปโรงเรียนมัธยมอีกแห่งหนึ่งหลังจากมีความสัมพันธ์กับเด็กสาวมัธยมต้น เขาแต่งงานตอนอายุ 19 และมีลูกชาย
ฆาตกรเลือดซามูไรรายนี้ มีลีลาชอบทรมานเหยื่อโดยการใช้ไฟฟ้าชอร์ต และวิธีการทรมานนานๆ ชนิด จะลงมือร่วมกับเพื่อนสนิท ฆาตกรรมระหว่างปี 2539-2541 เขามีวิธีการทรมานเหยื่อที่น่ารังเกียจ น่าชิงชังผิดมนุษย์ กระทั่งสื่อในญี่ปุ่นเอง “ปิดปากเงียบ” ไม่ขอกล่าวถึง ในที่สุดเขาถูกตัดสินลงโทษใน 6 ข้อหาฆาตกรรม สังหารไป 9 ราย ระหว่างปี 1996 และปี 1998
ศาลญี่ปุ่นตัดสินประหารปีศาจรายนี้ด้วยการแขวนคอ
ผู้เขียนไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากตำราต่างประเทศ (สำนักหนึ่ง) ที่น่าจะทำให้เรา “เรียนรู้” ลักษณะนิสัยของฆาตกรต่อเนื่อง ที่ระบุ “ลักษณะ” ของคนประเภทนี้ไว้ดังนี้ครับ
เห็นแก่ตัว อวดเบ่ง ไม่เคยสำนึกผิด ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกผู้อื่น โกหกหลอกลวง เจ้ากี้เจ้าการ หุนหันพลันแล่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องการความตื่นเต้น ขาดความรับผิดชอบ มีความเป็นอยู่ในวัยเด็กที่เจ็บปวด และไม่เคยจริงใจกับใคร…
การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุฆาตกรรมเป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัส… ฆาตกรทั้งหลายพวกนี้เป็นอันตรายต่อสังคมที่สุดประการสำคัญ คือ จะไม่เคยสำนึกชั่วและไม่เกรงกลัวการลงโทษใดๆ
ข้อมูลบางส่วนจากhttp://en.wikipedia.org/wiki/Yang_Xinhai#cite_note-11 และ “The Big Book of Serial Killers: 150 Serial Killer Files of the World’s Worst Murderers” by Jack Rosewood :


