สงครามการค้าจีน-สหรัฐที่ยืดเยื้อถึงเกือบ 2 ปี บัดนี้ได้บรรลุข้อตกลงแล้ว ความกังวลที่ตราตรึงอยู่ในดวงหทัยของบรรดานักธุรกิจทั้ง 2 ประเทศได้คลายลงไปได้ระดับหนึ่ง
หากมองในมุมบวก คำประกาศของทั้ง 2 ประเทศที่ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น น่าจะเป็นนัยสำคัญเพื่อสื่อให้เห็นว่า อาจมีข้อตกลงขั้นที่ 2 เพื่อสิ้นสุดความขัดแย้งอย่างแท้จริง
หากประเด็นมีอยู่ว่า ทั้ง 2 ประเทศดำรงอยู่ในสภาพแก่งแย่งชิงดีเต็มรูปแบบ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่กระทบกระทั่งกันอาจกลายเป็นความขัดแย้งใหม่
การเลือกตั้งทั่วไปสหรัฐกระชับเข้ามาทุกขณะ กอปรกับประเด็นโดนัลด์ ทรัมป์เป็นคนหุนหันพลันแล่น เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่เขา พูดจาก็เพื่อความสะดวกไปเฉพาะคราวหนึ่งๆ เท่านั้น
ล้วนเป็นประเด็นที่อาจทำให้จีน-สหรัฐเกิดการปะทะกันขึ้นมาได้ทันทีทันใด
ดังนั้น อันข้อตกลงเบื้องต้นในครั้งนี้ จะเป็น “จุดเปลี่ยน” แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ หรือจะเป็นการ “ซื้อเวลา” สำหรับการปะทะกันในรอบใหม่นั้น ยากแก่การประเมินสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเบิกบานใจ ก็ไม่ควรชะล่าใจ
อันข้อตกลงเบื้องต้นประเด็นที่มีผลใช้ได้ทันทีก็คือ พิกัดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของจีนมีผลบังคับวันที่ 15 ธันวาคม ต้องถูกเยิกเลิกตามนัยแห่งสัญญา ส่วนรายละเอียดการตกลงยังมิได้ประกาศ เพราะนัยกฎหมายจะต้องผ่านการกลั่นกรองของนิติกรก่อน จึงจะประกาศต่อสาธารณะ
แต่ก็มีเนื้อหาสาระบางส่วนแจ้งว่า พิกัดอัตราภาษีสินค้าจีนที่ประกาศให้ปรับขึ้นจำนวน 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐในอัตราร้อยละ 15 ให้ลดลงกึ่งหนึ่งเหลือร้อยละ 7.5
ส่วนสินค้าจำนวน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐยังให้คงไว้ซึ่งร้อยละ 25 ไม่เปลี่ยนแปลง
ฝ่ายจีนตกลงภายในเวลา 2 ปี จักต้องสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้ประกอบด้วยสินค้าเกษตรประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญ
สำหรับประเด็นที่สหรัฐร้องขอให้จีนธำรงรักษาไว้ซึ่งสิทธิแห่งทรัพย์สินทางปัญญา และเปิดตลาดการเงินการคลัง ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
จากข้อมูลที่มีความจำกัด ยังไม่สามารถพินิจพิเคราะห์ได้ว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ ฝ่ายใดเป็นผู้แพ้ แต่มีสัจธรรม 1 ที่ปราศจากข้อโต้แย้งคือ ถ้าพิพาทกันต่อไป ก็จะไม่มีฝ่ายใดชนะ
แต่ดูประหนึ่งว่า บัดนี้ทั้ง 2 ฝ่ายมีความปรองดองมากขึ้น และมีเจตนาในการร่วมแก้ปัญหา
ชั่วเวลาการเจรจาอันยาวนาน สหรัฐเคยขอร้องให้บรรลุสัญญาข้อตกลงแบบครอบคลุมทุกด้าน ที่เรียกว่าฉบับ “ชั่วนิจนิรันดร์” อันเนื่องจาก
สหรัฐมีเจตนาที่จะให้แก้ปัญหาทางการค้าที่คั่งค้างทั้งหมด
แต่จีนขอร้องให้แบ่งเป็นขั้นเป็นตอน และแก้ไขปัญหาตามลำดับ
เมื่อไม่ตอบสนองเจตนาของสหรัฐ จีนก็ต้องใช้มาตรการอื่นโดยการสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐภายในระยะเวลา 2 ปีเป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าก่อนสงครามการค้าอีก 1 เท่าตัว เพื่อเป็นการเอาใจสหรัฐ
เมื่อเอาใจมิตร ก็ต้องขัดใจมิตร ขัดใจที่ต้องงดซื้อถั่วเหลืองจากหลายประเทศ
แม้ตลาดการค้าจีนกว้างใหญ่ แต่ปริมาณถั่วเหลืองที่จะนำเข้าจากสหรัฐนั้น เกินกว่าอุปสงค์ อีกประการ 1 เกษตรกรที่ปลูกถั่วเหลืองของจีน ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพ หากเปลี่ยนไม่สำเร็จก็จะเป็นการสร้างแรงกดดันให้แก่รัฐบาล
การแถลงข่าวของรัฐบาลจีนดูเหมือนเป็น script เดิม “นี่คือสัญญาข้อตกลงอันยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเสมอภาคและเคารพซึ่งกัน”
แต่ในความเป็นจริงที่ปรากฏให้เห็นคือ เป็นสัญญาที่แสดงออกถึงซึ่งการ “รักษาหน้าตา” ของแต่ละฝ่าย เพราะว่าฝ่ายจีนยังไม่สามารถช่วงชิงสิ่งที่ควรได้อีกหลายเรื่อง
1 พิกัดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีน มิได้กลับสู่มาตรฐานเดิมเฉกเช่นก่อนเกิดสงครามการค้า
1 สหรัฐได้เคยให้คำมั่นจะลดภาษีนำเข้า “สมาร์ทโฟน” จากจีน แต่ยังไม่ลด
1 ห้าม “หัวเว่ย” สั่งซื้อ chip และ software จากผู้ผลิตในสหรัฐ ก็ยังดำรงอยู่
เมื่อเป็นเช่นนี้ สมาร์ทโฟนของจีนก็ไม่มีพื้นที่ในตลาดสหรัฐ
ดังนั้น คำมั่นของสหรัฐ จึงกลายเป็น “คำมั่นปลอม”
ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อัตราภาษีสินค้านำเข้าจีนส่วนใหญ่ยังคงไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนเป็นการสะสมต้นทุนเพื่อเป็นการต่อรองในการเจรจารอบถัดไป หรือกล่าวอีกนัย 1 คือ
“โดนัลด์ ทรัมป์” แขวนกระดูกไว้ล่อหมา
แม้ข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณชนว่า จีน-สหรัฐได้บรรลุการเจรจาสงครามการค้าเบื้องต้นก็ตาม แต่สิ่งที่ประจักษ์ต่อชาวโลกอันเกี่ยวกับสหรัฐสกัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยังดำรงอยู่ รัฐบาลสหรัฐก็ดำเนินไปตามมาตรการที่กำหนดไว้ กอปรกับทรัมป์มีความแข็งกร้าวในประเด็นนี้มากทีเดียว อีกประการ 1 เพื่อผลการเลือกตั้ง ทรัมป์อาจใช้กลยุทธ์อื่นกับจีน
นอกจากนี้ทรัมป์ยังเผชิญกับปัญหาถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง
ดังนั้น ทรัมป์อาจเปลี่ยนวิธีอื่นเล่นกับจีน
เพื่อเอาใจอเมริกันชนและป้องกันมิให้วุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกันแตกแถว
แต่น่าเชื่อว่าทรัมป์คงควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะเป็นนักการเมืองที่แข็งแกร่ง วาทะดี มีความสามารถในการพูดจาโน้มน้าวให้ผู้อื่นกระทำการใดหรือไม่กระทำการใด
คนอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ คือดีแต่พูด ถ้าเป็นคำไทยโบราณเรียกว่า “ปากกำนัล”
ถ้าเป็นภาษาฝรั่ง เขาพูดกันว่า “Talk the talk” !

