การได้ฉายา “อิเหนาเมาหมัด” มิได้เป็นเรื่องประเภทโชคช่วย มีแต่คนที่ผ่านอาการ “เมาหมัด” มาด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะคู่ควร
ถามว่า “ปฏิกิริยา” เป็นอย่างไร
ชาวบ้านที่ติดตามบทบาทของ “อิเหนา” มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 ไม่ว่าหลังเดือนพฤษภาคม 2557
แจ่มชัด ไม่มีข้อกังขา
แจ่มชัด 1 คือสวนทางกับ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา”
แจ่มชัด 1 คืออะไรที่เคยด่าคนอื่น ปรากฏว่าทำในกระสวนเดียวกัน
กระนั้น หากมองจากด้านของ “อิเหนา” น่าแปลกอย่างยิ่งที่ในเบื้องต้นปล่อยคำ “สร้างสรรค์ สร้างสรรค์” ออกมา
แต่แล้วกลับหงุดหงิด กลับไม่พอใจ
คนที่ติดตามบทบาทของ “อิเหนา” มาอย่างต่อเนื่องสามารถเข้าใจและเห็นใจในความหงุดหงิด ในความไม่พอใจ
เพียงแต่นึกไม่ถึง
นึกไม่ถึงว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้บทสรุปของนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลออกมาในแบบนี้ นึกไม่ถึงว่าบทสรุปจะทิ่มแทงหัวใจอย่างรุนแรง ล้ำลึก
จับร่องรอยจากคำว่า “อิเหนา”
เมื่อประสานคำว่า “อิเหนา” เข้ากับฉายา “ศรีธนญชัยรอดช่อง” เข้ากับ “ชายน้อยประชารัฐ” ก็จะมองเห็นความเชื่อมโยง สัมพันธ์
เป็นอิทธิพลของ “วรรณคดี” เป็นอิทธิพลของ “วรรณกรรม”
เมื่อนำเอาพื้นฐานในทางความคิด พื้นฐานในทางประเพณีและวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานและมูลฐานที่ “อิเหนา” สั่งสมมาอย่างยาวนาน
ก็จะตอบได้ถึงสาเหตุที่ “อิเหนา” โกรธ
ปฏิบัติการของนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล มิได้เป็นการนำเอามรดกทางวัฒนธรรมและประเพณีมาเป็นเครื่องมือในการสำแดงออก
หากแต่ดำเนินไปแบบ “ครูพักลักจำ”
ดำเนินไปอย่างเข้าใจต่อธรรมชาติและความเป็นจริงของ “อิเหนา” ดำเนินไปอย่างเข้าใจต่อธรรมชาติและความเป็นจริงของ “ศรีธนญชัย”
และมีอารมณ์ขันอย่างยิ่งยวดต่อ “ชายน้อย”
ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มี “บันทึกวรรณคดี” ในยุคของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม มี “สโมสรวันนคดี”
แล้วจะแปลกอะไรที่จะมีอิเหนา ศรีธนญชัย ชายน้อย ณ วันนี้
ตัวละครเหล่านี้ได้รับการฟื้นคืนชีพมาอย่างสดใส เปี่ยมด้วยชีวิต วิญญาณ เดินเหินอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ร่วมประชุม ครม.
ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพื่อรับกับ “ปีชวด” 2563
หากมองจากมุมของทหาร หากมองจากมุมของนักการเมือง หากมองจากมุมของนักการตลาด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลึกในทางความคิด
ประมวล สรุปจากความเป็นจริง
ความเป็นจริงอันเกิดขึ้นหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ความเป็นจริงอันสามารถขมวดและจัดระบบภายหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
เท่ากับเป็นการ “ปักธง” ใน “ความคิด”อย่างมีนัยสำคัญในทาง “การเมือง”

