คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน ของมันต้องมี : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

“คนเจนวาย” หรือ Generation Y (The Millennial) หมายถึง ผู้ที่เกิดในยุคที่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต นักวิชาการส่วนใหญ่ระบุว่าเกิดระหว่าง พ.ศ.2524-2543 เป็นคนที่ชอบเทคโนโลยี ชอบความเร็ว ทันทีทันใด ไม่ชอบรอนาน ชอบสีสันสดใส บรรยากาศสนุกสนาน ชอบให้เอาอกเอาใจ มีลักษณะการใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ ไม่ชื่นชอบความเป็นทางการ มองโลกในแง่ดี มองทุกอย่างแบบสดใสและโลกสวย คนรุ่นนี้มีเอกลักษณ์ทางการใช้ภาษาแบบสร้างสรรค์ ฉีกกฎเกณฑ์ จึงทำให้เกิดภาษาปาก (Slang) มากมาย

ทุกวันนี้ “คนเจนวาย” เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่มีสัดส่วนร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ และจากการศึกษาวิจัยพบว่า คนเจนวายมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในชีวิตสูงกว่าคนเจนอื่น

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจของ ธนาคารทหารไทย (TMB Analytics) ได้ศึกษาพฤติกรรมการเงินจากข้อมูลโซเชียลมีเดียของคนกลุ่มเจนวาย พบว่าความใฝ่ฝันของชาวเจนวายที่อยากมีก่อนอายุ 40 ปี ส่วนใหญ่หรือ 48% ฝันถึงการมีบ้าน ส่วน 22% อยากได้รถยนต์ และ 13% ต้องการมีเงินออมทรัพย์และสินทรัพย์อื่นๆ

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าในชีวิตจริงชาวเจนวายหมดเงินไปกับการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าประเภท “ของมันต้องมี” (คือ ของหรือสินค้าที่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีหรือต้องซื้อ) ถึงร้อยละ 69 ขณะที่รายการซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่เป็นความฝันมีสัดส่วนลดลงเหลือแค่ร้อยละ 12 และ 10 ตามลำดับ ส่วนเงินออม ก็มีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นเอง

โดยเฉลี่ยแล้ว คนเจนวายหมดเงินไปกับ “ของมันต้องมี” 95,000 บาทต่อคนต่อปี หรือ 1 ใน 4 ของรายได้ 377,694 บาทต่อคนต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสมาร์ทโฟน เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ

เหตุที่คนเจนวายส่วนใหญ่หรือ 42% ซื้อสินค้าที่เรียกว่า “ของมันต้องมี” เพราะกลัวตกกระแส “อินเทรนด์” มากกว่ามองว่าเป็นของจำเป็น แถมเงินที่ซื้อก็มาจากการกู้ธนาคาร โดยใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 70% ผ่อนชำระสินค้าและบริการแบบเสียดอกเบี้ย

ข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรเจนวาย 14.4 ล้านคน มีการกู้เงิน โดยแต่ละคนมีภาระหนี้เฉลี่ย 432,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้เสีย 1.4 ล้านคน และเป็นหนี้เสีย 7.1% ของสินเชื่อผิดนัดชำระทั้งหมด ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ยังระบุว่า กลุ่มที่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงสุดอันดับหนึ่งคือชาวเจนวาย โดยเฉลี่ย 100 คน เป็นหนี้บัตรเครดิตถึง 56 คน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB แนะนำว่า หากชาวเจนวายลดพฤติกรรมใช้จ่าย “ของมันต้องมี” ลงเหลือไม่เกิน 50% ควบคู่กับการวางแผนบริหารเงินออม จะช่วยให้พวกเขามีเงินสะสมเพิ่มขึ้นปีละ 43,000 บาท และอาจช่วยให้มีความสามารถซื้อทรัพย์สินตามที่ฝันไว้ เช่น หากเก็บไว้ 10 ปี จะซื้อรถยนต์ได้ เก็บ 20 ปี เซ้งร้านขายกาแฟที่ทองหล่อได้ และถ้าเก็บ 30 ปี ก็จะซื้อคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวางได้

เรื่องที่น่าตกใจยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ งานวิจัยระบุว่าชาวเจนวายใช้เวลาหมดไปกับสื่อออนไลน์นานที่สุด (หากเทียบกับเจนอื่นๆ) คือ 7 ชั่วโมงต่อวัน จึงไม่แปลกเลยที่นอกจากพวกเขาจะหมดเงินไปกับการใช้จ่าย “ของมันต้องมี” แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายด้านโทรศัพท์มือถือ การท่องเที่ยวและการตามหาร้านอาหารที่มีการรีวิวในโซเชียลมีเดียอีกพอสมควรด้วย

ดังนั้น เพื่อให้ชาวเจนวาย “ฝันได้ไกลและไปได้ถึง” แล้ว ขอแนะนำว่า ก่อนซื้อก่อนใช้จ่ายใดๆ ขอให้เราถามตัวเองก่อนว่า สิ่งนั้นๆ ใช่ “ของมันต้องมี” จริงหรือไม่

สวัสดีปีใหม่ 2563 ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.ม้ง เผยเตรียมชงสภา แก้ไขกฎหมายสิทธิชนเผ่า ให้ได้รับสิทธิรัฐธรรมนูญ มาตรา 70
บทความถัดไปคพ.เตรียมพร้อม รับสถานการณ์ฉุกเฉินมลพิษสิ่งแวดล้อม ช่วงเทศกาลปีใหม่