เดินหน้าชน : วัดพลังปชป.ศึกกทม. : โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

30.12.19 | 12:30 น.

ชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เวลานี้น่าจะชัดเจนกว่าใครๆ ที่ประกาศพร้อมลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่สังกัดพรรคไหนทั้งสิ้น ขอลงนามอิสระ โดยไม่ได้ขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าขอร้องให้ชัชชาติกลับมาลงในสังกัดพรรคเพื่อไทย

ยังคงจำกันได้ที่ชัชชาติปัดขอมีรายชื่อในบัญชีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา แต่แพลมออกมาว่า สนใจงานผู้ว่าฯกทม.มากกว่า

จากวันนั้น “ชัชชาติ” ได้ผู้สมัครอิสระอย่างที่ต้องการที่เตรียมตัวไปต่อสู้กับพรรคใหญ่แบบเพียวๆ

ในกิจกรรม “ชัชชาติชวนคุย คนกรุงเทพฯ ช่วยคิด” เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้ขัดแย้งกับพรรคการเมืองไหน พร้อมไปหาแนวร่วมดีกว่า จากข้อมูลที่ชัชชาติแจ้งว่า ตลอดการเดินเท้าลงพบประชาชนร่วม 7 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เบื่อความขัดแย้งของบ้านเมือง ที่สำคัญ กทม.ควรได้นักบริหารที่ต้องใช้แนวร่วม ต้องการคนประสานงาน เป็นตัดสินใจในเชิงบริหาร สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนจะเป็นคนเลือกเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชื่อของชัชชาติยังคงเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย

Advertisement

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ในยุคของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ที่พยายามกู้เรตติ้งคืนกลับมาในเร็ววัน แม้จะปรับทัพใหญ่ในพรรคไปแล้ว โดยเฉพาะ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาค กทม. ต้องเจองานหนักเพื่อให้ ปชป.มีผู้ว่าฯกทม.ยืนในพื้นที่ต่อไป องอาจบอกนักข่าวก่อนหน้านี้ไปแล้วว่า ตัวชิงศึก กทม.มีอยู่แล้ว คัดไว้แล้ว ส่วนจะเป็นใครนั้น คงต้องรอจังหวะและสถานการณ์ที่เหมาะสมต่อไป

ปชป.มาคราวนี้หวังกระชากแต้มให้คน กทม.กลับมาเลือกอีกครั้ง ผลเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.2562 สื่อทุกฉบับพร้อมใจกันพาดหัวทำนองว่า ปชป.สูญพันธุ์ ไร้ ส.ส.กทม. โดยช่วงระยะเวลาที่คาดกันว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.สนามแรกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน จะตกฟากในช่วงกลางปี 2563 เป็นต้นไป

อย่าลืมว่า ส.ส.กทม.ล่าสุดอยู่ในมือพรรคพลังประชารัฐ อนาคตใหม่ เพื่อไทย ล้วนเป็นพรรคที่พร้อมส่งผู้ว่าฯกทม.ลงสนามทั้งสิ้น โดยเฉพาะเพื่อไทยที่เว้นวรรคอยู่ว่าจะสนับสนุนชัชชาติ หรือจัดหาคนลงชิง

มีตัวเลขที่น่าสนใจด้วยว่า ประชาธิปัตย์ถือเป็นมหาอำนาจสนามเลือกตั้งการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นใน กทม.มาตลอด แต่มีคะแนนเสียงจากผลเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว รวมกันได้ประมาณเกือบ 4.7 แสนเสียงเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จสูงสุดในสนาม กทม. นับตั้งแต่การเลือกตั้ง กทม.ปี 2547 “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ได้กว่า 9 แสนคะแนน ชนะ ปวีณา หงสกุล ผู้สมัครอิสระ ที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรครัฐบาลสนับสนุน ก่อนที่ปี 2551 “อภิรักษ์” จะมารักษาแชมป์ไว้ได้ เสียงปริ่มๆ เกือบ 1 ล้านคะแนน แต่บริหารงานได้ไม่นานก็แสดงสปิริตลาออกจากปัญหาโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มูลค่ารวมจำนวน 6,687 ล้านบาท ระหว่าง กทม.กับบริษัทเอกชนต่างชาติการจัดซ่อมเลือกตั้ง กทม.มีขึ้นในปี 2552 และต่อ
มาปี 2556 ล่าสุด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ของประชาธิปัตย์ เข้าป้ายอันดับ 1 ที่เกือบ 9 แสนคะแนนเศษๆ กับ 1.2 ล้านคะแนน ตามลำดับ

เป็นคะแนนที่ประชาธิปัตย์หวังจะเห็นกันอีกครั้งในปีหน้า ดังนั้นจะต้องมาเติมเต็มคะแนนที่ได้จากสนาม ส.ส.กทม.เมื่อปีที่แล้วที่มีเพียง 4.7 แสนคะแนน เรียกว่าหายไปครึ่งต่อครึ่ง

มีการคาดหวังกันว่า สนาม กทม.หนนี้ไม่น่าจะมีพรรคไหนได้เกิน 1 ล้านคะแนน เพราะคู่แข่งไม่ใช่มีเพียงสองพรรคใหญ่เดิมๆ เท่านั้น ยังมีทั้งพลังประชารัฐ ที่อาศัยความได้เปรียบในฐานะรัฐบาล ที่ออกนโยบายมากมายให้ติดลมบนตลอด ทั้งแจกเงินก็ทำมาแล้ว รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ ยังคงมีเสียงอุ้มชูอุ่นหนาฝาคั่งต่อเนื่อง

อยู่ที่ว่าบทเรียนจากเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว ส่วนหนึ่งอยู่ที่ชาว กทม.หายโกรธ ปชป.แล้วหรือยัง การส่งผู้สมัครลงชิง กทม.ครั้งนี้ ปชป.ต้องมั่นใจให้ดีว่าจะส่งใครลงมา แล้วให้มั่นใจว่าจะไม่ซ้ำรอยแบบเดิมอีก และต้องทำให้เห็นว่า ผู้สมัครที่ส่งขึ้นประกวดนั้นเหนือกว่าคู่แข่งที่เปิดตัวไปแล้วจริงๆ

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน