เสียบบัตร แทนกัน ฝันร้าย ดับเบิล สแตนดาร์ด ตามมา หลอกหลอน

24.01.20 | 13:00 น.

พลันที่เห็น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ออกมาเปิดโปงกรณีเสียบบัตรแทนกันจาก นายฉลอง เทอด
วีระพงศ์ ลามไปยัง นางนาที รัชกิจประการ

ก็เริ่มเห็น “เค้า” แห่ง “มรสุม”

ทันทีที่กรณีเสียบบัตรแทนกันลามออกจาก นางนาที รัชกิจประการ กลายเป็นคลิปวิดีโอ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

ก็กลายเป็น “ไวรัล” โดยอัตโนมัติ

บัตรซึ่งอยู่ในมือของ ส.ส.หญิงแห่งพรรคพลังประชารัฐ มิได้มีเพียง 1 หากแต่มีมากกว่านั้น สะท้อนให้เห็นว่ามิได้มีเพียงพรรคภูมิใจไทย

Advertisement

หาก ส.ส.คุณภาพ “ดี” ระดับพรรคพลังประชารัฐก็มี

เพียงเท่านี้แนวโน้มจึงมิได้อยู่ที่การจัดการกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ หากแต่ยังจะแผ่ออกไปถึงความเป็นไปได้ทางการเมือง

1 ปรับ ครม. 1 ลาออก และ 1 ยุบสภา

มีความพยายามจาก นายวิษณุ เครืองาม เพื่อดับความปั่นป่วนในทาง “ความคิด” ที่ดำรงอยู่ในสังคม ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายค้าน

แต่ยากอย่างยิ่งที่จะยุติได้อย่างง่ายดาย

เห็นได้จากการทำเรื่องของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เห็นได้จากการทำเรื่องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอไปยังประธานสภา

สถานีสุดท้ายคือ “ศาลรัฐธรรมนูญ”

ที่เคยคิดและประเมินว่าเป็นเรื่องส่วนตัวอันเนื่องจากความแค้นฝังหุ่นของ นายพิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต่อคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทยในพัทลุง

ไม่ใช่แล้ว

เพราะอย่าลืมเป็นอันขาดว่า นี่มิได้เป็นเพียงเรื่องระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย หาก
แต่อาการได้แพร่ไปถึงพรรคพลังประชารัฐ

และมีผลโดยตรงต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ

ระหว่างความพยายามของพรรคร่วมรัฐบาล กับความพยายามของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน

ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้วินิจฉัยออกมาว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว

ฝ่ายค้านต้องการให้วินิจฉัยโดยยึดบรรทัดฐานจากเรื่องละม้ายเหมือนกันเมื่อปี 2556 และเมื่อปี 2557 นั่นก็คือ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ปัญหาจึงตกอยู่บนบ่าของ “ตุลาการ”

ในเมื่อตัวอย่างเห็นได้อย่างเด่นชัดจากกรณีของ พ.ร.บ.ที่เรียกว่ากู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ว่าต้องกลายเป็นโมฆะ

แล้วครานี้จะได้รับการยกเว้นหรือ

ลำพังต้องประสบกับ “คดีอิลลูมินาติ” รวมถึง “คดีเงินกู้” ก็ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอึดอัดอย่างยิ่งอยู่แล้ว

นี่ยังจะซ้ำมาด้วย “คดีเสียบบัตรแทนกัน” อีกละหรือ

เด่นชัดว่ากรณีเสียบบัตรแทนกันเกิดขึ้นในลักษณะอย่างที่โบราณสรุปว่า “น้ำผึ้งหยดเดียว” เพราะในที่สุดก็

พัวพันอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง

ลึกซึ้งไปยังอำนาจ 3 อำนาจ

มีผลไม่เพียงแต่จะต้องพิจารณาจริยธรรมของนักการเมือง หากแต่จริยธรรมนั้นพัวพันทั้งอำนาจนิติบัญญัติ

อำนาจบริหาร และที่สุดคืออำนาจตุลาการ

ฝันร้ายของ “ดับเบิล สแตนดาร์ด” ก็ตามมาหลอกหลอน