หน้าแรก คอลัมนิสต์ อนิจจัง การเม...

อนิจจัง การเมือง สภาวธรรม ประชามติ ตถตา เป็นเช่นนั้น

28.06.16 | 12:35 น.

ลักษณะแห่ง “อนิจจัง” ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน ของกระบวนการ “ประชามติ” เริ่มสำแดงออกมาเรื่องแล้ว กรณีเล่า สรุปตามสำนวนของท่านพุทธทาสภิกขุก็ต้องว่า

เป็นไปอย่าง “ไหลเรื่อย”

บางคนอาจทอดตามองไปยังผลการวินิจฉัยที่จะออกมาจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

วันที่ 29 มิถุนายน จึง “ระทึก” อย่างยิ่ง

หากไม่บังเกิดความหวั่นไหว “ไอเดีย” ที่จะนำเอามาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาเป็น “อาวุธ” จะเผยแสดงออกมาหรือ

Advertisement

ยิ่งผลสะเทือนจาก “ประชามติ” ของ สหราชอาณาจักร ยิ่ง “กว้างไกล”

ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบหมัดต่อหมัดระหว่างสถานการณ์ในสหราชอาณาจักรกับสถานการณ์ในประเทศไทย

หากที่สำคัญคือ “สปิริต” อันมาจาก นายเดวิด คาเมรอน

การรีบออกมาปกป้องโดย สปท.ระดับ นายวันชัย สอนศิริ ถือได้ว่า “รู้งาน” อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็เข้ากับอาการเพียงเห็นอีกาบินผ่าน วัวก็บังเกิดความหวาดพรั่นอย่างเห็นได้ชัด

หากวัวไม่มี “จุดอ่อน” จำเป็นหรือที่ นายวันชัย สอนศิริ จะต้องออกโรง

 

อาการไหลเรื่อยของสถานการณ์นับแต่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” เปิดตัวเมื่อวันที่ 29 มกราคมเป็นต้นมา สัมผัสได้จากการออกโรงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

หากมั่นใจว่า “ผ่าน” จำเป็นอะไรหรือที่จะต้อง “ออกโรง”

เพราะว่า กรธ.ก็คึกคักด้วย ครู ก. ครู ข. ครู ค. เพราะว่า สนช.ทั้ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และ นายสมชาย แสวงการ ก็เอาการเอางาน เพราะว่า รด.จิตอาสา เมื่อเดินสายไปพร้อมกับหน่วย ปจว.ของแต่ละกองทัพภาค มีอะไรที่จะเอาไม่อยู่

แล้วทำไมต้องดัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมา

กระนั้น การผลักดันให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมา “สถานการณ์” ก็ดำเนินไปอย่างแยกไม่ออก จากธรรมชาติแห่งการเคลื่อนไหว

นั่นก็คือ มีลักษณะ 2 ด้าน

เป็น 2 ด้านที่กล่าวในด้านของ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ อาจสามารถควบคุมได้ แต่กระบวนการสัมพัทธ์อันดำรงอยู่ภายในทุกสรรพสิ่งอย่างที่พระท่านเรียกว่า “สภาวธรรม” นั้นยากแก่การควบคุมเป็นอย่างยิ่ง

ผลก็คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็เฟซบุ๊กไลฟ์เหมือนกัน ผลก็คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็เฟซบุ๊กไลฟ์ เหมือนกัน

ตถตา เป็นเช่นนั้นเอง

 

เหมือนกับการงัดเอาคำสั่ง คสช.ออกมาเป็น “มาตรการ” ควบคุมทั้งๆ ที่เพิ่งประกาศและบังคับใช้ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 เมื่อเดือนเมษายน

นั่นเป็นผลพวงแห่งรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

นั่นเป็นผลพวงแห่งมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 อันสืบทอดมาจากมาตรา 17 ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ผลก็คือ มีการจับกุมนักศึกษาแม้กระทั่งเคลื่อนไหวรำลึก 84 ปี 24 มิถุนายน

ผลก็คือ มีการเงื้อง่าราคาแพงที่จะจัดการกับแกนนำ 17 คนของ นปช. เพียงแต่คนเหล่านั้นต้องการเปิดสิ่งที่เรียกว่า “ศูนย์ปราบโกงประชามติ”

บังเอิญที่เกิดขึ้นระหว่าง นางออง ซาน ซูจี เดินทางมาเป็น “แขก”

บังเอิญที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกันกับที่ประชาชนแห่งสหราชอาณาจักรกำลังคึกคักกับบรรยากาศ “ประชามติ” อันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นประชาธิปไตย

ภาพเหล่านั้นจึงขัดหูขัดตาอย่างยิ่ง

ขัดหูขัดตากระทั่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติไม่อาจนิ่งดูดายได้ ขัดหูขัดตากระทั่งองค์การนิรโทษกรรมสากล ไม่อาจนิ่งดูดายได้

เห็นหรือยังในเรื่องผล “ข้างเคียง” ของการไหวเคลื่อนทาง “การเมือง”

เห็นหรือยังในความเป็นจริงที่ประเทศไทยมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย หากเป็นสมาชิก 1 ภายในครอบครัวใหญ่แห่ง “ประชาคมโลก”

“โลก” จึงล้อม “ประเทศไทย” โดยประการละฉะนี้

 

ปฏิกิริยาอันเกิดขึ้นตลอด 2 รายตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม เรื่อยมาจนกว่าจะถึงการทำประชามติวันที่ 7 สิงหาคม

1 สะท้อนธรรมชาติแห่งความเป็นสภาวธรรมของ “ร่างรัฐธรรมนูญ” 1 สะท้อนธรรมชาติแห่งความเป็นสภาวธรรมของกระบวนการ “ประชามติ”

โลกนี้มิได้อยู่ด้วย มณี เดียวนา ทรายและสิ่งอื่นมี ร่วมสร้าง