หน้าแรก คอลัมนิสต์ ภัยใหม่จาก‘จี...

ภัยใหม่จาก‘จีน’

27.01.20 | 13:00 น.

ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ยังไม่เรียบร้อยก็เกิดสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เข้ามาสร้างผลกระทบต่อประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขเผยว่า โคโรนาไวรัสระบาดอย่างหนักที่นครอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายธันวาคม พ.ศ.2562 ประเทศไทยเฝ้าระวังตั้งแต่เดือนมกราคม คัดกรองผู้เดินทางด้วยเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่และภูเก็ต เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเพิ่มเติมที่สถานพยาบาลทั้งของภาครัฐและเอกชน ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสาธารณสุขมาตรการเฝ้าระวังโรคระดับสูงสุดอยู่ในระดับที่ 3 เพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในสนามบิน สถานพยาบาล โรงพยาบาล ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว

จากวันที่ 13 มกราคมถึงปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อที่ประเทศไทย 4 ราย ในช่วงตรุษจีนได้เพิ่มการคัดกรองเพราะคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มอีกร้อยละ 50 สำหรับการรักษายังไม่มียารักษา อาการจะเหมือนการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ที่หายเอง การรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และส่วนใหญ่ร้อยละ 30-40 เป็นการยืนยันว่าผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าประเทศจีนและไทยมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนการแพร่ระบาดอาจเกิดได้จาก 2 ทางคือ 1.การไอ จาม ที่เกิดละอองขนาดใหญ่ในระยะ 1 เมตร สามารถติดในร่างกายเสื้อผ้าของผู้อื่น แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการล้างมือให้สะอาดเพื่อไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย 2.การแพร่ทางอากาศด้วยละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะในห้องที่มีลักษณะปิด ดังนั้นผู้ที่ใกล้ชิดจะต้องสวมใส่หน้ากากและดูแลตนเอง

และเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางการจีนออกประกาศตามคำสั่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้บริษัทนำเที่ยวหยุดกิจกรรมท่องเที่ยว หยุดขายตั๋วเครื่องบินและโรงแรม เป็นมาตรการเด็ดขาดแบบเดียวกับที่เคยใช้สู้การระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2546 อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวหยุดเข้าไทยในระยะหนึ่ง ซึ่งตัวเลขปกติมีชาวจีนมาท่องเที่ยวประเทศไทย 9 แสนคนต่อเดือน ถือเป็นวิกฤตด้านสุขภาพที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลไทยไม่มีหนทางอื่นนอกจากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว คัดกรองควบคุมมิให้เกิดระบาดในประเทศไทย เพื่อสุขภาพของสังคมในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นต่อชาวต่างประเทศที่
จะเดินทางมาท่องเที่ยว