แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับโรคระบาดทั้งหลาย ไม่ว่าจากประเทศไหน ยืนยันตรงกันอย่างหนึ่งว่า เมื่อมาถึงเรื่องที่เกี่ยวกับโรคระบาดนั้น ความตรงไปตรงมา โปร่งใส ไม่มีการปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เหตุผลก็คือ เพราะการรับมือกับการระบาดของโรคนั้น จะทำได้ดีที่สุด เมื่อทุกฝ่ายไว้วางใจซึ่งกันและกัน เชื่อถือซึ่งกันและกัน
การเชื่อถือไว้วางใจ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดกว้าง โปร่งใส ตรงไปตรงมาซึ่งกันและกันเท่านั้น
ถ้าจะถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับกรณีไวรัสอู่ฮั่นตรงไหน คำตอบก็คือ เกี่ยวตรงที่ว่า เริ่มมีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า แท้จริงแล้ว การระบาดครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นอย่างปุบปับในตอนปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแต่อย่างใด
นั่นคือวันที่คณะกรรมการการแพทย์และสาธารณสุขของเมืองประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง
การประกาศว่า พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อ 12 ธันวาคมก็เริ่มมีข้อเท็จจริงแพร่ออกมามากขึ้นตามลำดับว่า คนในอู่ฮั่นเริ่มระแคะระคายการระบาดมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนกันแล้ว
ผู้สื่อข่าวแนววิทยาศาสตร์อย่าง ลอรี แกร์เร็ตต์ ที่เคยได้รับรางวัลพูลิตเซอร์มาจากรายงานการระบาดของเชื้ออีโบลา บอกว่า วันนั้นวอร์ดผู้ป่วยที่ต้องแยกรักษาเพื่อกักกันโรคในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อู่ฮั่น มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอยู่มากถึง 59 รายแล้ว ไม่ได้มีผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพียงแค่ 27 รายอย่างที่แถลงกันแต่อย่างใด
ข้อเท็จจริงทั้งหมดเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในแง่ของการสืบสวนโรค การควานหาผู้ป่วยรายแรกที่เป็นต้นตอ เพื่อพิสูจน์หาความจริงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเชื้อไวรัส ว่ามาจากสัตว์ชนิดใด แหล่งใด ล้วนมีความหมายต่อการต่อสู้กับการระบาดอย่างสำคัญยิ่งทั้งสิ้น
จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง ก็สำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือเครื่องเตือนภัยให้เรารู้ว่ากำลังเผชิญอยู่กับไวรัสที่มีขีดความสามารถในการแพร่ระบาดมากแค่ไหน และอาจบ่งชี้ได้ว่ามันระบาดด้วยวิธีใด มีความร้ายแรงแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ เคยสันนิษฐานเอาไว้ตั้งแต่เมื่อตอนที่พบผู้ป่วยรายแรกในไทยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงๆ ในจีน ไม่น่าจะมีแค่ไม่ถึง 100 รายอย่างที่ทางการจีนบอก หากแต่น่าจะมีไม่น้อยกว่า 1,700 ราย จึงสามารถแพร่หลายออกไปนอกประเทศได้เช่นนั้น
แล้วก็เป็นจริงตามนั้น
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ เห็นตัวเลขการติดเชื้อที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดแล้วก็เตือนว่า อาจเกิดการระบาดจากคนสู่คนขึ้นแล้ว
ทางการจีนออกมายอมรับข้อเท็จจริงเรื่องนี้เอาเมื่อวันที่ 20 มกราคมนี่เอง
ข้อเท็จจริงสำคัญทั้งหลายที่ไล่เรียงมานี้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนเลยแม้แต่น้อยครับ
ตรงกันข้าม มีแพทย์ชาวจีนในอู่ฮั่นหลายคนบอกตรงกันว่า ที่ได้รับแจ้งจากทางการก็คือ เกิดการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ พวกเขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่มีอะไรมากกว่านั้น แต่พูดไม่ออก บอกไม่ได้
การปฏิเสธความจริงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาครับ ตัวอย่างเช่น อาจทำให้เกิดการปฏิเสธผู้ติดเชื้อที่สมควรรับตัวเข้ามาสู่เขตกักกันโรค แต่ปล่อยให้กลับบ้านไป แล้วทำหน้าที่เป็นพาหะแพร่เชื้อต่อไป
ผู้ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่กับการระบาดจึงจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องพร้อมที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยออกไปตามลำดับขั้นบังคับบัญชา
สิ่งหนึ่งซึ่งผมยังคงงุนงง หาคำตอบไม่ได้ก็คือว่า มีการปกปิดการแพร่ระบาดที่อู่ฮั่นเอาไว้เพื่ออะไร เพราะอะไร ในเมื่อจีนเคยได้รับบทเรียนสาหัสครั้งใหญ่มาแล้วจากการปกปิดทำนองเดียวกันนี้กับไวรัสโรคซาร์ส เมื่อปี 2003 ที่นอกจากจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปถึง 30 ประเทศแล้ว ยังคร่าชีวิตคนไปมากมายอีกด้วย
จะว่าปกปิดเอาไว้เพื่อตรุษจีนหรือก็ใช่ที่ เพราะถึงที่สุดแล้วก็ต้องเลิกฉลองตรุษจีนกันไปอยู่นั่นเอง
หรือเป็นเพราะความประมาท ประเมินสถานการณ์ผิดไป ต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น
ถ้าเป็นกรณีหลังนี้ ทางการจีนต้องรื้อระบบการเตือนภัยโรคระบาดยกเครื่องใหม่ทั้งหมดแล้วละครับ

