ปฏิรูปการเมือง พัฒนานักการเมือง ให้เป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม : โดย ผดุง จิตเจือจุน

ตามที่นิด้าโพลได้สำรวจความคิดเห็นจากประชาชน เกี่ยวกับตัวท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า ด้านอุดมการณ์การทำงาน มีความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน ได้คะแนนร้อยละ 47.73 ด้านความกล้าตัดสินใจมีความกล้าตัดสินใจ ในประเด็นการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ได้คะแนนร้อยละ 48.12 ด้านบุคลิกภาพผู้นำ มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ได้คะแนนร้อยละ 62.36

คนที่ติดตามสถานการณ์การเมือง เป็นกลาง และมีใจเป็นธรรม คงจะต้องเห็นใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอยู่บ้าง ในการที่ท่านปกครองบ้านเมือง และต้องบริหารคณะรัฐมนตรีที่มาจากหลายพรรค คงจะไม่สะดวกง่ายดายนักเหมือนดังที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีในยุค คสช. ที่ผ่านมา

ดังนั้น แม้ท่านจะมีอุดมการณ์ มีความตั้งใจแน่วแน่ในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองก็ตาม แต่จากการที่ท่านไม่กล้าตัดสินใจในการประกาศเลิกใช้สารพิษ พาราควอต ยาฆ่าหญ้า ที่เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพประชาชน หรือไม่มีความกล้าพอในการสั่งให้ดำเนินการกับนักการเมืองผู้บุกรุกป่าที่จังหวัดราชบุรี หรือรัฐมนตรีร่วมในคณะรัฐบาลของท่าน ที่บุกรุกที่ป่าเขาใหญ่ เป็นต้น เรื่องต่างๆ ดังกล่าว ล้วนส่งผลต่อภาพลักษณ์ของท่านเสียหาย ทำลายความศรัทธาและความเชื่อถือของประชาชนในตัวท่านลดลง

ต่างกับช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีในยุค คสช. ท่านมีอำนาจรวมศูนย์สามารถตัดสินใจได้เด็ดขาดในการใช้ มาตรา 44 ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านใช้จัดการปิดเหมืองทองคำอัคราฯ เป็นต้น เพื่อช่วยชาวบ้านที่ยู่ในบริเวณโดยรอบพื้นที่เหมืองพ้นจากความเดือดร้อนจากมลพิษและสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยต่อสุขภาพของชาวบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำจากธรรมชาติได้ ต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้จนเกิดเป็นโรคผิวหนังพุพอง

ซึ่งครั้งนั้นได้รับกระแสความนิยมชื่นชมจากประชาชนเป็นอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักการเมืองเต็มตัว และได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มีหลายพรรคการเมืองเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ท่านมีอำนาจเหนือรัฐมนตรี ดังนั้น ท่านจะต้องไม่เกรงใจนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีประพฤติผิดมิชอบ การบริหารประเทศ ท่านต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลัก และประชาชนเป็นตัวตั้ง

ท่านจะต้องกล้าหาญเด็ดเดี่ยว อย่ายอมให้นักการเมืองครอบงำ จะต้องไม่ให้นักการเมืองจากพรรคต่างๆ เข้ามาเกาะโหนอาศัยอำนาจท่านแสวงหาประโยชน์อันมิชอบ ท่านต้องกล้าตัดสินใจกำจัดนักการเมืองเลวที่เข้ามาพัวพันทำให้ภาพลักษณ์ของท่านมัวหมองเสียหายให้พ้นไป โดยไม่หวาดกลัวว่ารัฐบาลจะล้ม

ท่านนายกรัฐมนตรีคงได้เห็นนักการเมืองดังประชาชนได้เห็นแล้วว่า หลายสิบปีที่ผ่านมานักการเมืองไม่ได้มีการพัฒนาดีขึ้นมาเลย เดิมเคยเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ทั้งๆ นักการเมืองเหล่านี้ มีการศึกษาสูง ความรู้ดี แต่ยังประพฤติตนนอกรีตนอกรอย ไม่สมกับการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังจะเห็นได้จากนักการเมืองก่อความวุ่นวายในสภา มีการตีรวนกันในระหว่างประชุม นักการเมืองหลายคนเป็นงูเห่า ขายตัวอย่างไร้ยางอาย ยอมเป็นลิงถูกเลี้ยงด้วยกล้วยและนักการเมืองหลายคนไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เสียบบัตรลงคะแนนแทนคนที่ไม่ได้ร่วมประชุมในสภา ในการลงมติผ่านร่างงบประมาณแผ่นดิน 2563

จนต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างงบประมาณปี 63 เป็นโมฆะใช้ได้หรือไม่ เป็นเหตุให้รัฐบาลไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ ต้องล่าช้าออกไป ต้องรอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต้องชะงัก ส่งผลกระทบกระเทือนไปทั่ว อย่างเช่นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างคู่สัญญารัฐบาลหลายราย ที่ไม่สามารถเบิกเงินจากรัฐบาลได้ จนเดือดร้อน ต้องไปกู้เงินจากธนาคารมาจ่ายค่าวัสดุภัณฑ์ และค่าจ้างพนักงานลูกจ้างไปพลางก่อน

ถือเป็นจังหวะอันดี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะปฏิรูปการเมือง โดยเริ่มจากรัฐบาลก่อน เช่น ขจัดสิ่งที่ไม่ดี ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลออกไป จัดการกับนักการเมืองที่กระทำตนนอกลู่นอกทาง ที่ทำแต่เรื่องเลวร้ายให้พ้นไป แม้ภาพลักษณ์ของคณะรัฐบาล โดยตัวท่านจะยังถูกมองว่าเป็นทหารเข้ามาสืบทอดอำนาจอยู่ก็ตามแต่ความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ก็คงไม่แคร์กับเรื่องนี้มากนัก

เพราะประชาชนทั่วไปคงคิดไม่ต่างกันว่า การบริหารบ้านเมืองจะมาจากทหาร เผด็จการ หรือประชาธิปไตย หรือจะมาจากระบบไหนไม่สำคัญ ถ้าบริหารบ้านเมืองให้เป็นอยู่อย่างสงบ ประชาชนอยู่ดีกินดี กินอิ่ม นอนอุ่น ท่านก็จะสามารถเรียกความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนให้กลับมานิยมรัฐบาลของท่านได้เหมือนเดิม และอาจจะดีกว่าคณะรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีมาจากพลเรือนเสียอีก

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราโชวาท “….ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้….”

จึงนับเป็นโอกาสอันเหมาะสม ในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ลงมือกระทำการปฏิรูปการเมืองด้วยการส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้เข้ามาปกครองบริหารบ้านเมือง และควบคุมไม่ให้คนไม่ดีได้เข้ามามีอำนาจในบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนแก่บ้านเมืองและประชาชน

จัดการบ้านเมืองให้มีประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเสรี ให้มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ขจัดการซื้อสิทธิขายเสียงให้หมดไป ให้ประชาชนเข้าใจการเมือง มีจิตสำนึก สติปัญญาพิจารณากลั่นกรองเลือกผู้แทนราษฎรโดยไม่มีอามิส สินจ้างอย่างใด

เมื่อไหร่ที่บ้านเมืองได้ผู้แทนราษฎรเข้ามาตามวิถีประชาธิปไตย ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชน เป็น ส.ส. จากการเลือกตั้ง ที่ไม่ได้มาจากการซื้อสิทธิขายเสียง เมื่อนั้น บ้านเมืองก็เกิดความสงบสุข ได้นักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ โดยไม่มีการแก่งแย่งชิงอำนาจกัน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ต่างทำหน้าที่ บริหารประเทศด้วยซื่อสัตย์ ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนเป็นสำคัญ การบริหารบ้านเมืองจะเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยจากนักการเมืองที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และจริยธรรม ที่มาจากการเลือกตั้ง

เมื่อการเมืองเป็นระบบเรียบร้อย นักการเมืองอยู่ในแถว บ้านเมืองสงบสุข การรัฐประหารก็จะไม่มี

ท่านจะได้รับการกล่าวขานว่า เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนายทหารที่มีหัวใจประชาธิปไตย เป็นวีรบุรุษที่เข้ามาเพื่อปฏิรูปการเมือง พัฒนานักการเมืองอย่างแท้จริง จนประเทศชาติ และประชาชนได้นักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ เข้ามาบริหารประเทศ และมีความสามัคคีปรองดอง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพียงแต่แบ่งหน้าที่ทำงานเป็นฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน แม้จะเป็นนักการเมืองอยู่คนละพรรค แต่อยู่ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน คือ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความมุ่งมั่นทำเพื่อบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

ก่อนจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะมาพัฒนานักการเมืองให้มีคุณภาพดีเสียก่อน มิฉะนั้น แม้เราจะแก้รัฐธรรมนูญให้ดีเลิศอย่างไร แต่นักการเมืองไม่ได้ดีตามไปด้วย การเมืองก็จะวุ่นวายเหมือนแม่ค้าขายปลาช่อนดังเดิม

ผดุง จิตเจือจุน
วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดสมุทรปราการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิษณุ’ โว เก๋าเกมอภิปรายพอตัว ไม่หวั่นฝ่ายค้านยั่วให้โกรธ พร้อมเสมอหากประธานฯ ให้พูดแทนนายกฯ
บทความถัดไปคมคำ: ประจำวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563