ไวรัสปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่ เหตุการณ์ย่ำรอยประวัติศาสตร์ : โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

ภาพ AFP

บทเรียนชีวิตของมนุษย์ที่ได้รับจากประวัติศาสตร์นั้นคือ บทเรียนที่มนุษย์ยังไม่เคยได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์มาก่อน

เมื่อ 17 ปีก่อนเหตุการณ์ระบาดโรค SARS ซึ่งเมืองซุ่นเต๋อ มณฑลกวางตุ้ง เป็นจุดกำเนิดก็เพราะความหย่อนยานในด้านอุปนิสัยของคนอันเสพติดการบริโภคสัตว์ป่า

และแล้ว 17 ปีให้หลัง เมืองอู่ฮั่น ก็ย่ำรอยประวัติศาสตร์เมืองซุ่นเต๋อ

เพราะเป็นจุดกำเนิด “เชื้อไวรัสปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่ 2019”

ศูนย์การควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสจีนยืนยันเบื้องต้นว่า ต้นตอเชื้อไวรัสปอดอักเสบโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คือ “ตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานอู่ฮั่น”

แม้ชื่อตลาดระบุว่าเป็นอาหารทะเล

แต่ส่วนใหญ่จำหน่ายสัตว์ป่า

กรณีคล้ายคลึงกับสำนวนจีนที่ว่า “แขวนหัวแพะขายเนื้อหมา”

หลังจากเกิดโรคระบาดที่เมืองซุ่นเต๋อ มณฑลกวางตุ้ง รัฐบาลได้สั่งห้ามจำหน่ายสัตว์ป่าจำพวกหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งสัตว์จำพวกชะมดที่ชื่อ “อีเห็น” ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรค SARS

ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายชื่อ “อีเห็น”ว่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Viverridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวชะมดและพังพอน ลำตัวเรียวยาว ขาสั้น หางยาว ปากแหลมยาว ออกหากินในเวลากลางคืน มีต่อมกลิ่นที่ก้นทำให้ตัวมีกลิ่นแรง กินสัตว์และผลไม้

แต่ท่ามกลางภาวะการระบาดของเชื้อไวรัสอู่ฮั่น การจำหน่ายสัตว์ป่าต้องห้ามของตลาดอาหารทะเลที่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งก็ยังดำรงอยู่ ขายกันอย่างดาษดื่น และขยายกิจการใหญ่กว่าแต่ก่อน พันธุ์สัตว์ป่าที่จำหน่ายมีมากกว่าสวนสัตว์ทั่วไป

“อีเห็น” ยังเป็นสินค้าขายดีในตลาดกว่างโจว

จำนวนสัตว์ป่าต้องห้ามที่จำหน่ายในอู่ฮั่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่กว่างโจว

ร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานอู่ฮั่น มีรายการสัตว์ป่าต้องห้ามเกินกว่าร้อยชนิด รวมทั้ง อีเห็น ตัวอ้นหรือหนูอ้น และตะขาบ ฯลฯ

ก่อนหน้าที่รัฐบาลสั่งปิดตลาด ธุรกิจค้าสัตว์ป่ายังรุ่ง จระเข้ไทยก็ติดอันดับที่อู่ฮั่น

“อีเห็น” ก็เป็นสินค้าขายดีไม่น้อยหน้าเมืองกว่างโจว

แม้ตามกฎหมายของจีน มีข้อห้ามเป็นลายลักษณ์อักษรอันเกี่ยวกับการซื้อขายสัตว์ป่า แต่บริบทของกฎหมายค่อนข้างคุมเครือและหละหลวม อีกประการ 1 กฎหมายการอนุรักษสัตว์ป่าเน้นเพียงสัตว์ที่ทรงคุณค่า จำนวนน้อย และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์เท่านั้น

จึงดูประหนึ่งว่า เป็นการยอมรับให้การจำหน่ายสัตว์ป่าทั่วไปดำรงอยู่โดยปริยาย

ศูนย์การควบคุมโรคของจีนได้ทำการตรวจสอบตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานอู่ฮั่นพบว่า มีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในปริมาณที่สูงมาก อีกทั้งตรวจพบร้านค้าบางแห่งซุกซ่อนสัตว์ป่าสงวนเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยืนยันต้นตอไวรัสมาจากสัตว์ป่าในตลาดแห่งนี้

และการควบคุมเชื้อระบาดก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

น้ำลดตอจึงผุด

ในขณะเดียวกัน ความอุจาดในตลาดก็ได้ถูกเปิดเผย เป็นต้นว่า

1 ความสกปรกโสโครก ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ทำลายสิ่งแวดล้อม
1 ชนิดของของสัตว์ป่ามีครบทั้งป่า
1 มีกระดูกของสัตร์ป่าทิ้งเรี่ยราดตามทาง
1 เครื่องในสัตว์ป่าทิ้งกระจัดกระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมของตลาด
1 ทางระบายน้ำเต็มไปด้วยเลือดสัตว์และไขมันของสัตว์
1 คุณภาพการระบายอากาศค่อนข้างต่ำ
1 ไม่เคยทำความสะอาด ปราศจากหลักอนามัย

เหตุการณ์ดังกล่าวล้วนมีภาพถ่ายจากเหตุการณ์จริงก่อนเกิดโรคระบาด ซึ่งเป็นภาพประกอบการร้องเรียนของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอู่ฮั่น

แม้มีประชาชนได้ร้องขอให้ทางราชการเมืองอู่ฮั่นจัดการแก้ไขปัญหา

แต่หาได้มีการตอบสนองได้ไม่

เริ่มแรกเมื่อเกิดโรคปอดอักเสบอู่ฮั่น แพทย์ยืนยันว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจากตลาดดังกล่าว

ก็เพราะการระบายอากาศเลวร้าย และนับวันเลวร้าย จึงเป็นเหตุให้ผู้คนประสบปัญหาหายใจรดกัน ต่อมาได้รับการยืนยันจากวงการแพทย์ว่า “เชื้อไวรัสสามารถระบาดคนสู่คน”

กรณีย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้ว

มีข่าวว่า แม้มีข้าราชการไปตรวจสอบ แต่เป็นการขี่ม้าเลียบค่าย แล้วก็จบตรงนั้น

เบื้องหลังของการ “จบตรงนั้น” ย่อมหนีไม่พ้น “สัญญาต่างตอบแทน”

เป็นเบื้องหลังที่อันตรายยิ่ง

ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อชีวิตของคน “อู่ฮั่น”

ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนจีนทั่วประเทศ ฮ่องกง และไต้หวัน

ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนทั่วโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าสัตว์ป่าได้ลงโฆษณาออนไลน์แบบเย้ยฟ้าท้าดิน “รับซื้อสัตว์ป่าจำนวนมากทั้งสงวนและไม่สงวน รับจ้างฆ่าสัตว์ป่า ตลอดจนช่วยขอใบอนุญาตซื้อขายสัตว์ป่าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบริการส่งสินค้าทั่วประเทศ เป็นบริการจุดเดียวจบ”

แม้มีการร้องเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ในที่สุด การค้าขายสัตว์ป่าที่ต้องห้ามก็ยังดำรงอยู่

“ผล” ที่ชาวบ้านร้องเรียนไปยังรัฐบาล ถ้าสรุปเป็นภาษา “อีสานบ้านเฮา” ก็คือ

“มิดอิมซิม”

“มิดอิมซิม” เกิดขึ้นมิได้เป็นอันขาด ถ้าปราศจาก “สัญญาต่างตอบแทน”

ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์ไวรัสปอดอักเสบโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก พฤติกรรมแห่งความอุจาดของคน และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการเจือสมกัน ยังความเดือดร้อนแก่คนทั่วโลก

หนังสือพิมพ์ประเทศเดนมาร์กอดรนทนไม่ไหว ถึงกับลงภาพล้อเลียน ทำศัลยกรรม “ธงชาติจีน” โดยเปลี่ยนจาก “ดาว 5 ดวง” บนธงชาติเป็น “เชื้อโคโรนา 5 ตัว” คงไว้ซึ่งพื้นสีแดง

รัฐบาลจีนก็อดรนทนไม่ได้ ทำการตอบโต้โดยพลัน

เห็นว่า การที่จีนทำการตอบโต้ยังไม่ต้องด้วย “กาล” และ “การณ์”

แม้การกระทำของหนังสือพิมพ์เดนมาร์กไม่ถูกต้อง

แต่ยังมิใช่เวลาที่จีนจะต้องทำการตอบโต้

เพราะเป็นนาทีวิกฤตที่จีนต้องรีบทำการระงับ และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

การแก้ปัญหาในครั้งนี้ ไม่มีอะไรที่สำคัญกว่า “ชีวิตคน”

หากว่าตามหลักการบริหาร ระหว่าง “priority” กับ “important” ตัวเลือกคือ

PRIORITY !

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วัน’ดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่ชุด 15 ใบ บอกชุดนี้ซื้อที่ปากช่อง
บทความถัดไปภท.ย้ำ รบ.มีมาตรการเข้มเฝ้าระวัง ‘โคโรนา’ ขอประชาชนมั่นใจ ยันบินรับคนไทย 4 ก.พ.นี้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์