ประวัติศาสตร์บาดหมาง สร้างบาดแผล ถ้าไทยไม่แก้ไข ก็เหมือนภูเขาไฟรอวันปะทุคุระเบิดจะเกิดอีกเมื่อไรก็ได้
ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เป็นประวัติศาสตร์แนวตั้งของ “ชน (เชื้อ) ชาติไทย” กลุ่มเดียว โดยกีดกันและมองข้ามความสำคัญของคนกลุ่มอื่น ถ้าจะมีกล่าวถึงคนกลุ่มอื่น ก็ในแง่เป็นศัตรูผู้ร้าย มีลำดับจากบนลงล่าง หรือจากเหนือลงใต้ ดังต่อไปนี้
1.มีแหล่งกำเนิดบริเวณเทือกเขาอัลไต (ปัจจุบันอยู่ในมองโกเลีย)
2.ถูกจีนรุกราน ต้องอพยพถอนรากถอนโคนลงทางใต้ ไปสถาปนาน่านเจ้า (ปัจจุบันอยู่ทางเหนือของมณฑลยูนนาน)
3.กุบไลข่านตีน่านเจ้าแตก ต้องอพยพถอนรากถอนโคนหนีลงทางใต้ ถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องยอมเป็นขี้ข้ามอญและขอม (เขมร)
4.ปลดแอกจากขอม แล้วสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก มีอำนาจแผ่ลงไปถึงปัตตานีและมาเลเซีย ฯลฯ
ปัจจุบันทางการไทยยังใช้งานประวัติศาสตร์ไทยฉบับแนวตั้งอย่างนี้ในสถานศึกษาทุกระดับ
แม้บางประเด็นยกเลิกไปแล้ว เพราะไม่มีหลักฐานสนับสนุน แต่ยังเป็นที่นิยมฝังรากลึกมากของครูอาจารย์และคนมีเครื่องแบบในกองทัพ ใช้ปลุกระดมมวลชน
ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยที่ใช้ทุกวันนี้ ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่บอกไว้นานแล้วว่าเป็นประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง เพื่อธำรงอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำตามจารีตกลุ่มเล็กๆ ไว้ในรัฐชาติสมัยใหม่
จึงมีลักษณะกีดกันคนกลุ่มต่างๆ ออกไปจากความทรงจำร่วมกันของคนในชาติ แล้วทำให้คนส่วนใหญ่ในชาติไม่มีที่ยืนในประวัติศาสตร์
ซ้ำความทรงจำที่สร้างขึ้นในนามของประวัติศาสตร์แห่งชาติ ยังอาจทำลายหรือเหยียดอัตลักษณ์ของคนบางกลุ่มให้ด้อยเกียรติภูมิอีกด้วย
ล้วนเป็นประวัติศาสตร์บาดหมางที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อสันติภาพของอาเซียน และเคยเป็นเหตุให้ฆ่ากันตายเป็นก่ายกองหลายครั้งแล้ว

