อาชีวศึกษา : วิศวกรรมย้อนกลับอุดมศึกษา : โดย วุฒิชัย กปิลกาญจน์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นกระทรวงน้องใหม่ ปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารเชิงรุกโดยแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และกลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ เสริมด้วยการให้งบประมาณหมวดเงินลงทุนและเงินอุดหนุนอีก 10,250 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาตามที่กำหนดไว้ได้ เพราะเป็นการทำงานตามความสามารถและศักยภาพของตนเอง รวมถึงลดความซ้ำซ้อน และสิ้นเปลืองโดยใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ถือได้ว่าเป็นแผนงานและการดำเนินงานที่น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับกระทรวงอื่นๆ

การศึกษาของประเทศเริ่มจากขั้นพื้นฐาน การศึกษาก่อนวัยเรียน ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา 3 (ม.3) จากนั้นแยกเป็น 2 สาย คือ สายสามัญ (ม.4 ม.5 และ ม.6) และสายวิชาชีพ อาชีวศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.1 ปวช.2 และ ปวช.3) โดยทั้งหมดนี้อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ต่อด้วยสายสามัญ อุดมศึกษา ระดับปริญญาตรี (4 ปี) และบัณฑิตศึกษา ซึ่งรับผิดชอบโดยกระทรวง อว. ส่วนสายวิชาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. (2 ปี) รวมถึงการศึกษาในระดับสูง ยังคงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ

สรุปได้ว่าสายสามัญดำเนินงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ และ อว. ส่วนอาชีวศึกษา ดูแลตลอดแนว โดยกระทรวงศึกษาธิการ

ถึงแม้ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาที่ขึ้นอยู่กับผู้เรียน ผู้สอน หลักสูตร และการบริหารจัดการเหมือนกัน เริ่มดำเนินการในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ถ้านำมาเปรียบเทียบกันแล้ว ต้องยอมรับว่าปัจจุบันอุดมศึกษา มีการพัฒนาที่ก้าวหน้ามากกว่า ตลอดจนมีปัญหาที่จะต้องปรับแก้น้อยกว่าอาชีวศึกษา โดยการปรับเปลี่ยน ที่สำคัญ ได้แก่

– โครงสร้างและการบริหาร
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีการแบ่งอำนาจการบริหารและบังคับบัญชาผ่านทางสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย คณะ และภาควิชา ตามลำดับและเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้

– สถานภาพของบุคลากร
ผู้ปฏิบัติงานได้รับการเปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งมีค่าตอบแทนมากกว่าข้าราชการทั่วไป โดยการดำรงสถานภาพมีระยะเวลากำกับและต้องมีการประเมินเพื่อคงสถานภาพไว้ (ไม่ใช่ทำงานไปได้จนเกษียณอายุ)

– ที่มาของผู้บริหาร
เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานมี 2 สาย คือ วิชาการ และสนับสนุน ดังนั้น หัวหน้าภาควิชา คณบดี อธิการบดี มาจากบุคลากรสายวิชาการ ส่วนผู้บริหารหน่วยงานสนับสนุนจะมาจากผู้ปฏิบัติงานในสายวิชาชีพนั้นๆ (เช่น กองคลัง กองการเจ้าหน้าที่ ฯลฯ) บริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของสภามหาวิทยาลัย ที่มีนายกสภา เป็นประธาน ทุกตำแหน่งมาจากการสรรหาหรือคัดเลือก ดำรงตำแหน่งตามวาระที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติของสถานศึกษา

– งบประมาณ
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ยังคงได้รับงบประมาณแผ่นดินในวงเงินที่ไม่น้อยกว่าเดิม โดยสำนักงบประมาณจัดส่งงบประมาณแผ่นดินที่ได้รับในแต่ละงวดมาให้ทั้งหมดเพื่อแต่ละมหาวิทยาลัย ดำเนินการเบิกจ่ายเอง

– คุณภาพ
มีการจัดตั้งหน่วยงาน ที่รับผิดชอบในเรื่องการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการในด้านการเรียนการสอนในทุกระดับ

การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เหล่านี้ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา

การพัฒนา การปฏิรูป การประดิษฐ์ ตลอดจนการคิดทฤษฎีการบริหารจัดการ ล้วนเกิดจากการแก้ปัญหา ต้องการที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทำให้เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผ่านการใช้ความคิด การออกแบบที่ชาญฉลาดมากมาย ตัวอย่างเช่น การนำไฟมาใช้ประโยชน์ น่าจะเริ่มจากการสังเกตเห็น

ไฟป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นำไปสู่การคิดค้นประดิษฐ์ ที่จุดไฟที่ใช้หลักการเสียดสีของวัตถุ 2 ชิ้น พัฒนามาเป็นไม้ขีดไฟ ไฟแช็กและเครื่องจุดไฟประเภทต่างๆ ในที่สุดโดยวิวัฒนาการเช่นนี้ใช้เวลานานพอสมควร ต่างจากการประดิษฐ์หุ่นยนต์เลียนแบบสัตว์ เช่น แมลงปอ งู และสัตว์อื่นๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ซึ่งใช้เวลาในการออกแบบน้อยกว่าเพราะมีตัวสัตว์ของจริงเป็นต้นแบบ ให้ผู้ประดิษฐ์ได้ใช้หลักการของระบบวิศวกรรมย้อนกลับในการออกแบบ

ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการดำเนินการถอดบทเรียนหรือทำวิศวกรรมย้อนกลับการพัฒนาการอุดมศึกษาเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ในการปฏิรูปอาชีวศึกษาในภาพรวมซึ่งนอกจากจะใช้เวลาไม่นานเกินไปแล้ว ยังเป็นรูปแบบที่น่าจะเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอีกด้วย

วุฒิชัย กปิลกาญจน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประมูลคลื่น 2600 จบเร็ว กวาดรายได้ 37,164 ล้านบาท
บทความถัดไปแฟนบอลเชื่อ ‘บุรีรัมย์-ท่าเรือ’ ขับเคี่ยวแย่งแชมป์บอลไทยลีก