เดินหน้าชน : ความรับผิดชอบ : โดย ศุกร์ มังกร

เหตุการณ์ “จ่าคลั่ง” จ่อยิงผู้บังคับบัญชา บุกค่ายทหารยิงทหารกองรักษาการณ์เสียชีวิตและบาดเจ็บ

พร้อมชิงอาวุธปืนสงคราม กระสุน รถตรวจการณ์ทหาร ออกจากค่ายไปกราดยิงดะสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ ทั้งที่วัด ชุมชน และจบลงที่ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

นับเป็นครั้งแรกในสังคมไทย!

เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ก่อเหตุคือ “จ่า” เพียงคนเดียว ที่อาจเจอปัญหารุมเร้า บีบคั้น เกิดความกดดันหลายด้านทั้งส่วนตัว การทำงาน และกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง จนกลายมาเป็นความคับแค้นสะสมต่อเนื่อง

กระทั่งอารมณ์ระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง เสมือนคนเสียสติ ขาดความยับยั้งชั่งคิด กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ซึ่งสังคมจำเป็นต้องถอดบทเรียน หาทางป้องกัน มิให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีกในอนาคต

โดยเฉพาะ “กองทัพบก” ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม อย่าลืมว่า “ต้นตอ” มาจากทหารจนทำให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวงจะอ้างว่า

“ณ วินาที ที่ผู้ก่อเหตุได้ลั่นไกสังหารคู่กรณี เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว”

เสมือนเป็นการปัดความรับผิดชอบหรือไม่?!

จนเกิดคำถามตามมามากมาย

หนึ่ง กองทัพบกปล่อยให้มีการนำอาวุธสงครามร้ายแรงและรถตรวจการณ์ทหารออกมาก่อเหตุได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร?

มาตรการป้องกันหละหลวมหรือไม่!

หนึ่ง เกิดเหตุในค่ายทหาร มีทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ถูกยิงเสียชีวิต บาดเจ็บ คลังแสงถูกทำลาย นำอาวุธสงครามร้ายแรงออกมาใช้งาน ทหารที่เข้าเวรยาม ไล่ตั้งแต่ กองรักษาการณ์ นายทหารเวร นายทหารเวรชั้นผู้ใหญ่ และผู้บัญชาการค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ทำไมไม่ดำเนินการสั่งการหรือจัดการกับปัญหาปล่อยให้เกิดเหตุบานปลาย จนผู้บริสุทธิ์ต้องมาสังเวยชีวิตจำนวนมาก

หนึ่ง ระบบโครงสร้างทหารมีความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาถ่างกว้างเกินไปหรือไม่?

หนึ่ง ปัญหาระหว่าง “นาย” กับ “ลูกน้อง” ที่เป็นมูลเหตุและแรงจูงใจมาจากเรื่องอะไร สามารถสะสางแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรมได้หรือไม่อย่างไร?

และหนึ่ง ใครบ้างที่ต้องแสดงสปิริตยืดอกรับผิดชอบกับปัญหาที่บานปลายครั้งนี้ แบบไหน อย่างไร?

นี่เป็นคำถามจากสังคมที่พุ่งเข้าใส่กองทัพบกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้?

ขณะเดียวกันฟากฝั่ง “ตำรวจ” เองก็ต้องมีการทบทวนถอดบทเรียนยุทธวิธีในการปฏิบัติ เข้าระงับเหตุ สกัดกั้น ตอบโต้ อาวุธยุทโธปกรณ์ มีความพร้อมในสภาพใช้งานได้จริงหรือไม่?

หรือจะปล่อยกันตามยถากรรม!?

อย่าลืมว่า หลังคนร้ายก่อเหตุยิงกราดที่วัด จนตำรวจเองก็เสียชีวิตพร้อมชาวบ้าน จากนั้นจ่าขับรถจี๊ปตรวจการณ์มุ่งหน้าห้างเทอร์มินอล 21 นั้น ต้องผ่านแยกไฟแดงใหญ่ถึง 6 แยก และการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ใช้เวลาเดินทางนานนับชั่วโมง

ถามว่า ถ้าบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ทั้งแผนเผชิญเหตุ สกัดกั้น ตอบโต้ อาวุธยุทโธปกรณ์ ผู้ปฏิบัติ พร้อม “จ่าคลั่ง” เพียงคนเดียวจะฝ่าด่านเข้าไปถึงห้างได้เลยละหรือ?

ดังนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งทหาร-ตำรวจจำเป็นต้องถอดบทเรียนเพราะไม่มีใครการันตีได้ว่าในอนาคตจะไม่เกิดขึ้นอีก เพื่อให้การปฏิบัติได้ผลจริง?

ไม่ใช่ “เก่ง” แค่ “ซ้อม”!?

ศุกร์ มังกร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ใช้ Galaxy Z Flip เจอหน้าจอร้าวตรงรอยพับ ซัมซุงขอข้อมูลตรวจสอบ-เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้
บทความถัดไปTube Gallery 20th Anniversary ‘The World of Tube Gallery’ Fashion Exhibition @River City Bangkok Opening Party 21 Feb 2020 and Opening for Public from 22 Feb- 20 Mar 2020