เรื่องมาตรฐาน Animal Welfare เป็นมาตรฐานที่ว่าด้วยหลักสวัสดิภาพสัตว์ บนหลักการที่ว่าไม่ควรเลี้ยงสัตว์อย่างทรมาน ต้นคิดก็มาจากประเทศในแถบสหภาพยุโรป และผู้บริโภคชาวยุโรปก็ใช้มาตรฐานนี้เป็นตัวชี้วัดและตัดสินใจที่จะเลือกซื้อเนื้อสัตว์
ประเทศไทยของเราเป็นผู้นำด้านเนื้อไก่ส่งออกโดยมีตลาดหลักคือสหภาพยุโรป จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องผ่านมาตรฐานดังกล่าวให้ได้ และเท่าที่ศึกษามาก็พบว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ของคนไทยเรา ได้นำมาตรฐาน Animal Welfare มาปฏิบัติตั้งแต่ปี 2532 และต่อมาก็ประสบสำเร็จสามารถผ่านมาตรฐานดังกล่าวได้เป็นบริษัทแรกของโลก (ที่ไม่ได้อยู่ในเขตสหภาพยุโรป) หมายความว่าประเทศผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับต้นๆ ของโลกอย่าง บราซิล หรือสหรัฐอเมริกา ก็ยังทำได้ทีหลังเรา
หลักสวัสดิภาพสัตว์นั้น จะคำนึงถึงความเป็นอิสระของสัตว์เลี้ยง 5 ประการ ได้แก่ 1.สัตว์ที่เลี้ยงมีอิสระจากความหิว กระหาย และการให้อาหารที่ไม่ถูกต้อง 2.มีอิสระจากความไม่สะดวกสบายอันเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อม คือต้องมีการระบายอากาศในโรงเรือนที่ดีและไม่เลี้ยงเบียดเสียดหนาแน่น 3.มีอิสระจากความเจ็บปวด การบาดเจ็บ หรือเป็นโรค โดยต้องมีระบบการป้องกันโรคที่ดี มีการปฏิบัติต่อตัวไก่เป็นไปอย่างนุ่มนวล มีการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม พื้นที่การเลี้ยงที่สอดคล้องกับธรรมชาติของสัตว์ 4.มีอิสระจากความกลัวและความทุกข์ทรมาน ด้วยสภาวะการเลี้ยงดูที่ไม่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางจิตใจ เช่น ระหว่างการจับไก่ก่อนการเข้าโรงเชือดต้องทำอย่างนุ่มนวล และ 5.มีอิสระในการแสดงพฤติกรรมตามปกติของสัตว์ คือมีอิสระการเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ และมีความสบายตามชนิดของสัตว์
มาตรฐานนี้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการผลิตเนื้อไก่ ตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงภายในฟาร์ม ขั้นตอนการขนส่ง และขั้นตอน ณ โรงงานแปรรูป โดยทุกขั้นตอนต้องเป็นไปอย่างนุ่มนวล ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่สวัสดิภาพสัตว์ (Poultry Welfare Officer)
บริษัทคนไทยรายนี้ยังเป็นภาคเอกชนรายแรกของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ปีกในโลก ที่ร่วมมือกับ Bristol University UK พัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีก ให้ไทยเราสามารถสร้างเจ้าหน้าที่สวัสดิภาพสัตว์ปีก (Poultry Welfare Officer) ได้ด้วยตนเอง ไม่เพียงเท่านั้นยังร่วมมือกับภาครัฐ องค์กร และสมาคมต่างๆ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ Animal Welfare นี้ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทย เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมไก่ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
กว่า 31 ปีแล้วที่อุตสาหกรรมไก่ของประเทศไทย ยืนหยัดเป็นผู้นำในด้านสวัสดิภาพสัตว์ เมื่อผนวกกับมาตรฐานอื่นๆ ที่ทุกคนในอุตสาหกรรมนี้ช่วยกันยกระดับได้อย่างครบถ้วน ไก่ไทยจึงมีคุณภาพ ปลอดภัย ปลอดสาร ไร้ฮอร์โมนเร่งโต ฯลฯ และทำให้ไทยกลายเป็นผู้ส่งออกไก่ อันดับ 3 หรือ 4 ของโลกมาโดยตลอด รวมถึงครองแชมป์เป็นผู้ส่งออกไก่แปรรูปอันดับ 1 ของโลกมานานกว่า 15 ปี อุตสาหกรรมไก่เนื้อจึงถือเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมเกษตรหลายๆ ประเภท ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า พัฒนาการและการสรรหาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันกับนานาชาติ
หลักสวัสดิภาพสัตว์เป็นหนึ่งในมาตรฐาน ซึ่งมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กำกับอยู่ ทีมสัตวแพทย์ นักวิชาการ นักเศรฐศาสตร์ ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่รัฐ ฯลฯ ต่างก็ให้ความสำคัญและมีมุมมองต่อประเด็นนี้อย่างรอบด้านและเหมาะสม ครอบคลุมหมดทั้งในด้านความปลอดภัยทางอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ด้านปริมาณที่ต้องเพียงพอต่อจำนวนประชากรมนุษย์ ฯลฯ เพื่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนเป็นสำคัญ
หากใครคิดจะเรียกร้องในสิ่งที่เกินเลยกว่าที่ควร ซึ่งอาจจะดูดีในมุมเดียว ดูดีตาม mission ของตนเอง แต่ในอีกหลายมุม อาจส่งผลกระทบอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า เช่น ผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น สร้างมลภาวะมากขึ้น และมีผลเสียมากขึ้นในภาพรวม … จึงต้องขอฝากข้อคิดให้กับใครที่ยังคิดเรียกร้อง มาตรฐาน Animal Welfare ของไก่เนื้อไทย ขอให้ศึกษาอย่างรอบด้าน อย่ามุ่งหวังแค่เป้าหมายตามภารกิจ แต่ขอให้มององค์รวมของทั้งโลกเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

