อาณาจักรไทยใหญ่เป็นแผ่นดินที่ชนชาติไทยใหญ่ครอบครองอยู่ และไทยใหญ่ก็เป็นเครือญาติของไทยสยาม ซึ่งเราไม่สามารถจะนำมาร่วมเป็นประเทศเดียวกันได้ แม้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะนำรัฐแสนหวีมารวมได้ในยุคของพระองค์ ทว่าตองอูก็มายึดคืนไป พระองค์จึงยกทัพหวังไปปราบตองอูที่บังอาจมาหมิ่นพระองค์ แต่แล้วพระองค์ก็มาสวรรคตเสียที่เมืองหาง เพราะเหตุนี้เอง อาณาจักรไทยใหญ่จึงจำต้องอยู่กับพม่าตลอดมา แม้เมื่อพระองค์สวรรคตแล้วก็ยังเสด็จมาช่วย คงหวังให้ไทยใหญ่เป็นอิสระให้ได้
แต่ก็ไม่สมหวัง!
ทุกคนอ่านแล้วคงสงสัยว่า พระองค์สวรรคตไปแล้วเสด็จมาช่วยได้อย่างไร จึงขอเล่าเรื่องลึกลับที่พระองค์มาช่วยไทยใหญ่มาสนับสนุนถึงความห่วงหาของพระองค์ ตามที่ ปราณี ศิริธร จากเชียงใหม่ บันทึกไว้ในหนังสือเหนือแคว้นแดนสยาม ให้คนไทยได้ทราบทั่วกัน เรื่องโดยสรุปมีว่า ก่อนที่ไทยใหญ่จะอยู่กับพม่าครบ 10 ปี พม่าได้ส่งทหารไปประจำในเมืองต่างๆ ของรัฐฉานหมดแล้ว นั่นคือประจักษ์พยานยืนยันว่า ที่อ้อนวอนให้ไทยใหญ่อยู่ร่วมกัน 10 ปีนั้น คือการหลอกลวง พอจะครบ 10 ปีแล้วไม่มีทีท่าจะคืน แถมส่งทหารไปข่มขู่เจ้าฟ้าและหัวหน้าเผ่าต่างๆ ทุกเมือง และตอนนั้นเองที่บรรดาเจ้าฟ้าต่างๆ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก
หนุ่มศึกหาญได้ตั้งกองกำลังกู้ชาติขึ้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2501 เป้าหมายของกองกำลังนี้คือทำลายหน่วยส่งกำลังบำรุงของพม่า เพราะเมื่อพม่าส่งทหารไปประจำเมืองในรัฐฉาน ก็จำเป็นต้องส่งกำลังบำรุง ก่อนหนุ่มศึกหาญจะลงมือปฏิบัติการ เขาไปบวงสรวงพระเจดีย์ของสมเด็จพระนเรศวร ที่เมืองหาง ณ จุดที่พระองค์สวรรคตนั่นเอง ขอความคุ้มครองจากพระองค์ ช่วงนั้นหนุ่มศึกหาญมีพลพรรคเพียง 28 คน ปืนล้าสมัยเพียง 8 กระบอก งานแรกของเขาคือโยนระเบิดใส่รถขนส่งเสบียงของพม่า 3 คัน กลิ้งลงไปสู่ก้นเหว ทหารพม่าตายหมด หนุ่มศึกหาญจึงได้ขนอาวุธดีๆ ไปเก็บที่ถ้ำยาว บ้านน้ำชู เขตเมืองหาง อันเป็นค่ายพักของคณะกู้ชาติไทยใหญ่ เนวินโกรธมาก ให้หาข่าวว่าคณะกู้ชาติอยู่จุดใด เมื่อได้เค้าแล้วจึงส่งทหาร 200 นาย ไปทำการปราบ โดยหัวหน้าเป็นทหารชั้นเยี่ยมจากย่างกุ้ง
ดึกสงัดของคืนวันหนึ่งขณะที่หน่วยทหารจากย่างกุ้ง เคลื่อนกำลังโอบล้อมจุดที่สายลับรายงานว่าเป็นค่ายของหนุ่มศึกหาญ ทหารของพม่า 200 นาย ถึงกับตกตะลึง เพราะเมื่อมองฝ่าความมืดไปเบื้องหน้า พบเป็นค่ายทหาร มีป้อมค่ายสร้างด้วยไม้ไผ่แข็งแรง สามารถสกัดทหารได้พันคน ทั่วบริเวณนั้นมีขอนไม้สุมไฟไว้เป็นระยะๆ มีทหารเป็นจำนวนหลายร้อยคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อม บางคนยืนยามอย่างระมัดระวัง บางกลุ่มนั่งผิงไฟเพราะอากาศหนาว มีกองช้าง กองม้า เรียงรายอยู่นอกค่าย ส่งเสียงร้องคำรนอยู่ไม่ขาดสาย
ภายในค่ายมีเสียงทหารคุยกันเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน หัวหน้าหน่วยรีบรายงานไปยังหน่วยเหนือว่า กองทัพบกไทยได้ส่งกำลังทหารมาช่วย หน่วยกู้ชาติไทยใหญ่ โดยตั้งป้อมค่ายเหมือนสมรภูมิสงคราม ขอล่าถอยทหารออกไปก่อน เพราะไม่มั่นใจในกำลังของเราซึ่งมีเพียง 200 นาย เมื่อหน่วยเหนืออนุญาตแล้ว หน่วยทหารพม่า 200 นาย ก็ล่าถอยออกอย่างเงียบเชียบ ไปตั้งหลักอยู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งห่างจากจุดที่สายลับรายงานว่าเป็นค่ายพักหนุ่มศึกหาญ วันรุ่งขึ้นจึงไปสอดแนม ณ จุดที่พบค่ายทหารไทยเมื่อคืน แล้วทุกคนก็ตกใจ เพราะภาพที่เห็นเมื่อคืนที่เป็นค่ายทหารนั้น กลับกลายเป็นป่าทึบ ทุกคนงงงันต่อสถานการณ์ นี่คืออะไร!
แล้วทุกคนก็นึกออก นี่คือเมืองหาง เมืองที่สมเด็จพระนเรศวรมาสิ้นพระชนม์
ทหารพม่าตื่นเต้น ตามธรรมดาของมนุษย์ที่ถูกผีหลอก ทหารพม่าโจษขานกันในกองทัพ เพราะไม่สามารถระงับปากของตนได้ ข่าวนี้ได้กระจายมาถึงไทยใหญ่ ในเมืองหาง เมืองต่วน ไทยใหญ่ทุกคนปีติในพระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงให้ความคุ้มครองคณะกู้ชาติ ขณะเดียวกัน หัวหน้าหน่วยปราบของพม่ารายงานเหตุการณ์ไปยังรัฐบาล กรุงย่างกุ้ง ทางย่างกุ้งไม่สามารถนิ่งดูดายได้ เพราะมิใช่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นที่คณะกู้ชาติปลอดภัย มีอีกครั้งหนึ่งเจ้าเสือเครือบันทึกไว้ว่า พวกเราหลับอยู่ในถ้ำที่กบดาน พระองค์มาเข้าฝันว่า ให้รีบออกจากถ้ำนี้โดยด่วน! พวกเรารีบสลัดความง่วงหนีออกจากถ้ำอย่างรีบด่วน แล้วอีกประมาณสามชั่วโมงต่อมา หน่วยปราบของพม่าก็มาถึง พวกเราปลอดภัย แต่ข้าวของเราขนออกมาไม่ทัน แล้วต่อมามีอะไรเกิดขึ้น! ทางย่างกุ้งสั่งทำลายพระเจดีย์อนุสาวรีย์ของพระองค์อย่างราบเรียบ ชาวไทยใหญ่เมืองหางสะอื้นไห้! รัฐบาลไทยได้นำเศษอิฐปูนมาสร้างพระเจดีย์ใหม่ ณ บ้านเมืองงาย ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
เหตุการณ์ครั้งนี้พม่าเป็นฝ่ายพบเห็น แต่พม่าลืมคิดไปว่าการแพร่ข่าวนี้ให้ไทยใหญ่รู้เรื่อง จะเป็นการสร้างขวัญให้กับไทยใหญ่ แต่คนเราทุกคนมีสัญชาตญาณอยู่ว่า เมื่อถูกผีหลอกเข้าแล้ว ต้องเล่าสู่กันฟัง อมพะนำอยู่คนเดียวอกแตกตายแน่ และแล้วเพราะเหตุนั้น ประชาชนไทยใหญ่บริเวณนี้จึงรู้เรื่องที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมาช่วย เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ยืนยันได้แน่นอนว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ผองไทยเราเทิดทูน เพราะทรงช่วยให้ไทยได้เอกราชนั้น ทรงกำลังช่วยไทยใหญ่ให้ได้เอกราช ทั้งขณะมีพระชนม์ชีพ และทั้งที่พระองค์สวรรคตไปแล้ว คนไทยรู้อย่างนี้แล้ว ไม่คิดช่วยภารกิจของพระองค์บ้างหรือ! ผู้เขียนขอเดาว่า พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว คงไปเกิดเป็นภุมเทวดา หรือไม่ก็รุกขเทวดาในบริเวณนั้น จึงมีโอกาสช่วยคนไทยที่กำลังจะตายเหล่านั้นได้
การลุกขึ้นต่อสู้ของไทยใหญ่ ณ พ.ศ.2501-2502 นั้น ได้ผลอยู่บ้าง กล่าวคือ เจ้าเสือวัน บุตรชายเจ้าหน่อเมียะ เจ้าฟ้าเมืองใหญ่กับโม่หม่อง หัวหน้าเผ่าละว้า เดินทางไปขออนุญาตหนุ่มศึกหาญ ขอขับไล่ทหารพม่าที่เมืองตั้งยาน ทางใต้ของเมืองแสนหวี ในวันเพ็ญเดือน 12 พ.ศ.2502 หนุ่มศึกหาญอนุญาต เผอิญทหารพม่าแจ้งมาทางหัวหน้าเผ่าละว้าว่าจะมามอบอาวุธให้กลุ่มละว้า ในวัน 12 ค่ำ เดือน 12 ฝ่ายโม่หม่องหัวหน้าเผ่าละว้ารู้ว่าพม่าจะมาทำเป็นมอบอาวุธให้ แต่พอประชิดตัวแล้วจะจับโม่หม่องฆ่าเสีย จึงไม่ออกมาต้อนรับ เมื่อไม่มีละว้ามาต้อนรับ พม่าก็รู้ว่าพวกละว้ารู้ทันแผนของตน จึงถอยกำลังทหารจำนวน 62 นายกลับ ขณะถอยกลับลงจากดอยหม่อ ทหารพม่ากลับเปลี่ยนใจ เพราะคิดว่าไหนๆ ก็จะมาฆ่าโม่หม่องแล้ว ในเมื่อแผนแตกก็ฆ่ากันซึ่งหน้าเลย
การวกกลับขึ้นดอยของพม่า ทำให้ละว้ารู้ทัน จึงออกมายิงสู้กัน เสียงปืนทำให้กลุ่มเสือวันรู้ว่าพม่าแผนแตก จึงรบกับละว้า กลุ่มเสือวันจึงเปลี่ยนแผนที่จะขับไล่พม่าในวันเพ็ญ มาเป็นวัน 12 ค่ำ เที่ยงคืนของวันนั้น ขณะที่พม่าพันตูอยู่ทางดอยหม่อ กลุ่มเสือวันและพวกจึงเข้ายึดค่ายทหารเมืองตั้งยาน ทหารพม่าตั้งตัวไม่ทัน หนีกระเจิดกระเจิง จากนั้นไปยึดค่าย U.m.B. ประสบความสำเร็จ
คราวนั้นวิทยุบีบีซี (BBC) จากลอนดอน ออกข่าวว่าเมืองตั้งยานแสนหวีใต้ ตกอยู่ในอำนาจของหน่วยกู้ชาติไทยใหญ่เรียบร้อยแล้ว ไทยใหญ่ยึดเมืองไว้ได้ 15 วัน ทางพม่าส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดตลอดวัน คณะกู้ชาติจำต้องถอยออกจากเมืองเข้าป่าอีก ผู้บันทึกได้จบการบันทึกด้วยวาทะอันคมคายว่า เสียงปืนที่เมืองตั้งยานสงบแล้ว แต่เสียงปืนกลับดังทั่วอาณาจักรไทยใหญ่-และจะดังไปจนกว่าพม่าผู้รุกรานจะถอยกลับไป หรือจะดังไปจนกว่าอาณาจักรไทยใหญ่จะได้อิสรภาพ
นับจากนั้นเป็นต้นมา ไทยใหญ่ก็ต่อสู้แบบกองโจรเรื่อยมา และตลอดเวลาแห่งการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ไทยใหญ่ก็อ้างสัญญาปางโหลงอยู่ตลอดมา ทั้งๆ ที่สัญญานั้นไม่มี มีแต่รัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ว่า เมื่อร่วมกันครบ 10 ปีแล้ว ก็ให้อิสระออกไปปกครองตนเอง ความจริงสัญญาปางโหลงดังกล่าวนั้น ได้พูดกันในที่ประชุมเมืองปางโหลง ระหว่างขนกลุ่มน้อยกับพม่าในคราวแรก แต่พม่าก็ไม่ทำสัญญาดังกล่าว เพราะถ้าทำสัญญาแบบนั้น อังกฤษจะท้วงติงเอาได้ ถ้าไม่มอบอิสรภาพให้ในภายหลัง เพราะเป็นสัญญามอบอิสรภาพ พม่าจึงบัญญัติข้อความดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉีกทิ้งง่ายสำหรับผู้มีปืนอยู่ในมือ กระนั้นไทยใหญ่ก็อ้างสัญญาปางโหลงอยู่ตลอด
เพราะอะไร ?
เพราะว่าสัญญาว่าอยู่ร่วมกันครบสิบปีแล้วให้เป็นอิสระ เป็นการบ่งบอกให้ชาวโลกรู้ว่า พันธะเก่าระหว่างฉานกับพม่าหมดไปแล้ว พันธะเก่าคืออะไร? พันธะเก่าคือการเป็นเมืองขึ้นของพม่าแต่อดีตหมดไปแล้ว เพราะอังกฤษใช้กำลังยึดรัฐฉานเป็นของตนแล้ว แต่เมื่ออังกฤษให้เอกราชพม่า พม่าก็น้ำลายสออยากได้รัฐฉานมาเป็นของตนอีก แต่หมดสิทธิอ้างเป็นรัฐหนึ่งของพม่า จึงใช้วิธีหลอกลวงให้มาอยู่ด้วยกันสิบปีก่อนถึงแยกออกไปเป็นอิสระ วิธีหลอกก่อนที่อังกฤษจะให้เอกราชก็คือ ยอมให้เจ้าฟ้าไทยใหญ่ เป็นประธานาธิบดีของพม่าเป็นคนแรก นี่เป็นเหยื่อล่อชิ้นใหญ่ ไทยใหญ่ติดเบ็ดทันที สวาปามเข้าไปเต็มคำ
พม่าใช้วิธีหลอกโดยการเขียนอักษรเป็นกฎหมายว่า พม่ากับรัฐฉานมีฐานะเท่ากัน รัฐมนตรีประจำรัฐ ต้องเป็นคนเชื้อชาตินั้น เป็นผู้บริหารกิจการของรัฐนั้นๆ แต่พอการปฏิบัติจริง รัฐมนตรีของพม่าทำเองหมด พอมีเสียงประท้วงในใจจากไทยใหญ่ พม่าก็รู้ว่าไทยใหญ่ประท้วงว่าอย่างไร เพราะมองตารู้ ก็โต้ในใจว่า นั่น! มันเป็นตัวอักษรที่กูเขียนไว้หลอกพวกมึง! ถ้ากูไม่เขียนไว้อย่างนั้น พวกมึงจะมาอยู่กับกูหรือ? นี่ มึงมาอยู่กับพม่าแล้ว ช่วยไม่ได้โว้ย! พวกมึงโง่เอง
หลอกโดยการเขียนอักษรทางทหารว่า รัฐแต่ละรัฐที่ร่วมกันเป็นสหภาพพม่า ห้ามนำทหารของตนเข้าไปในรัฐอื่นเด็ดขาด แต่พอปฏิบัติการจริง พม่านำทหารพม่าเข้าไปข่มขวัญเจ้าฟ้าในอาณาจักรไทยใหญ่ทุกรัฐ รัฐคนกลุ่มน้อยอื่นๆ ก็มีทหารพม่าไปประจำเช่นกัน พอถูกประท้วงในใจจากทุกรัฐ ก็พูดในใจว่า นั่นมันเป็นตัวอักษรอยู่ในกระดาษ มึงก็น่าจะรู้ หรือมึงสงสัย ก็ถามลูกปืนกูดู!
สําหรับประชาชนพม่าปฏิบัติจริงๆ ดังต่อไปนี้ หนึ่ง นำชุมชนมาอยู่ร่วมกัน ทำกำแพงล้อม เพื่อควบคุมง่าย คนในชุมชนให้ไปทำงานให้ทหาร สองในสามต่อวัน แต่ทำเลี้ยงปากเลี้ยงครอบครัวของตนเพียงหนึ่งในสามต่อวัน ชาวฉานประท้วงในใจว่า เวลาเพียงนี้จะทำกินพอแดกหรือ? ทหารพม่าก็ตอบในใจเช่นกันว่า พวกมึงไม่ต้องแดกมากหรอก! แดกกันตายก็พอแล้ว ถ้ามึงทนไม่ไหว มึงจะหนีไปอยู่ไหนก็ไป กูจะได้เอาแผ่นดินมาเป็นของกู! ชาวฉานคนไหนไม่ออกมาอยู่ร่วมในคุก ยังอาลัยบ้านเรือนของตน หรือชาวฉานที่อยู่ในดงลึก ทหารพม่าคุมไม่ถึง ทหารพม่าจะเผาทำลายทุกสิ่งของเขา สอง ประชาชนชาวฉานเหล่านี้แหละถ้ามีการรบกัน ทหารพม่าจะนำพวกเขาไปเป็นลูกหาบขนอาวุธ ไปเป็นโล่มนุษย์ แต่ถ้าชาวฉานเหล่านี้เจ็บป่วย ทำงานไม่ไหว ก็พาไปริมเหว แล้วก็ใช้ลูกปืนส่งไปให้พญายมรักษาให้
ชาวโลกเมื่อจะยึดดินแดนคนอื่น เขาต้องเอาเลือดเนื้อของพวกเขาไปยึดดินแดนคนอื่น แต่ทหารพม่ายึดดินแดนไทยใหญ่ ด้วยวิธีหลอกลวง โดยไม่เสียเลือดเนื้อของตนเลย แถมทำลายเลือดเนื้อเจ้าของที่ดินอีกต่างหาก ขณะนี้พม่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนชาวพม่าคงไม่เป็นอย่างทหารที่เป็นเพื่อนร่วมชาติของท่าน เมื่อเคยพูดว่า จะให้เขาอยู่ร่วมสิบปีแล้วจะให้แยกปกครองกันเอง แม้ทหารจะคิดวางแผนหลอกลวงเขามาแต่แรก ก็ขอให้รัฐบาลของประชาชนเปลี่ยนความคิดเสีย ปล่อยเขาไป
ขณะนี้แว่วมาว่า เมื่อไม่นานมานี้ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มในพม่าได้มาประชุมกันที่เชียงใหม่ โดยรัฐบาลไทยช่วยเหลือ (ขอชื่นชมรัฐบาลไทย) ที่ประชุมลงมติว่า เมื่อพม่าไม่ปล่อยให้เราปกครองตนเอง พวกเราก็จะรวมกันเป็นสหภาพแล้วปกครองตนเอง ถ้าพม่าจะมาเข้าร่วมภายหลังก็ยังได้ งานนี้น่าชื่นใจมาก แต่ขอให้ระวัง พม่าจะวางแผนยุให้กลุ่มที่ประชุมกันที่เชียงใหม่นี้แตกคอกันอีก ขอให้ระวังคนไทยใหญ่ลูกครึ่งพม่าที่จะรับใช้ทหารพม่า
อีกประการหนึ่ง ขอไทยใหญ่อย่ากลัวจีน ขอให้สืบดูว่า สิบสองปันนาก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไทยใหญ่ แต่ทุกวันนี้เขาอยู่กับจีน รัฐบาลจีนได้ทำกับพวกเขา เหมือนทหารพม่าทำกับไทยใหญ่หรือไม่ เขามีความสุขไหม? เขาให้อำนาจไทยลื้อปกครองตนเองหรือไม่อย่างไร? แต่เดาว่าคนไทยลื้อมีอำนาจปกครองตนเอง
หลายปีมาแล้ว ผู้เขียนไปเยือนสิบสองปันนา ยังมีโอกาสไปยืนต้อนรับผู้ว่าฯเมืองเชียงรุ่ง ซึ่งเป็นคนไทยลื้อ และเป็นสุภาพสตรี ได้ยินพูดภาษาไทยกันชัดเจน
ก่อนจบบทความ ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยดลใจให้คนไทยช่วยเหลืออาณาจักรไทยใหญ่ให้เป็นเอกราชตามรอยบาทของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ผู้บุกเบิกไว้แต่สมัยอยุธยาโพ้น!

