หมู่นี้รัฐสภาสหรัฐอเมริกาขยันออกกฎหมายแบบให้ท้ายไต้หวันแบบไม่เกรงอกเกรงใจสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเปิดเผย จะเห็นได้จากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านกฎหมายชื่อ The Taiwan Allies International Protection and Enhancement Initiative (TAIPEI) Act เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 415-0 ซึ่งกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ได้ผ่านที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐมาแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งเนื้อหาในกฎหมายก็คือ สหรัฐอเมริกาจะสนับสนุนไต้หวันในฐานะของรัฐเอกราชที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐเอกราชอื่นๆ ทั่วโลก และจะมีการลดความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและทางการทูตกับรัฐที่ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันอีกด้วย เนื่องจากตั้งแต่ พ.ศ.2559 เป็นต้นมา มี 8 ประเทศที่ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันโดยหันไปมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแทน
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ยังยืนยันที่จะให้รัฐบาลสหรัฐช่วยเหลือไต้หวันในการเข้าเป็นสมาชิกหรือผู้สังเกตการณ์ในองค์การระหว่างประเทศ และสนับสนุนไต้หวันในกรณีที่มีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน พูดง่ายๆ ว่าถ้าสาธารณรัฐประชาชนจีนขัดแย้งในการที่ไม่ยอมให้ไต้หวันเข้ามามีส่วนร่วมในองค์การระหว่างประเทศต่างๆ สหรัฐอเมริกาจะสนับสนุนไต้หวันนั่นเอง
ชื่อกฎหมาย The Taiwan Allies International Protection and Enhancement Initiative (TAIPEI) Act เมื่อพยายามแปลเป็นภาษาไทยก็ได้ว่า “รัฐบัญญัติปกป้องระหว่างประเทศของพันธมิตรไต้หวันและการปรับปรุงความคิดริเริ่ม” ถ้าจะเอาง่ายๆ ก็ได้ว่า “กฎหมายการปรับปรุงความคิดริเริ่มเพื่อคุ้มครองพันธมิตรไต้หวันในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” เป็นกฎหมายที่ตลก แบบตลกหมู่ คือ สมาชิกรัฐสภาสหรัฐพากันลงคะแนนเสียงสนับสนุนกันอย่างพร้อมเพรียงทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายที่กลวงๆ ไม่มีความหมายอะไร ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เป็นเพียงเรื่องฝันเฟื่องตอนกลางวันของฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาเท่านั้นเอง
เพราะว่าตราบใดที่สหรัฐอเมริกายังยึดถือนโยบายจีนเดียวมาตั้งแต่ พ.ศ.2515 อยู่แล้ว โดยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนถือว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนตามประวัติศาสตร์จีน และการมองนโยบายจีนเดียวในเชิงอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ยึดขอบเขตอาณาเขตตั้งแต่ญี่ปุ่นประกาศแพ้สงครามเมื่อ พ.ศ.2488 ไต้หวันครั้งหนึ่งเป็นอาณานิคมญี่ปุ่นจึงกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนดังเดิมแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชัยชนะในสงครามกลางเมืองจีน สถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ.2492 ส่วนพวกชาตินิยมเจียงไคเช็คก็หนีไปตั้งหลักบนเกาะไต้หวันจัดตั้งรัฐบาลปกครองเป็นเอกเทศ
แต่รัฐบาลจีนถือว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน เป็นรัฐบาลเถื่อน สักวันจะต้องนำไต้หวันกลับมาอยู่ในอ้อมอกแผ่นดินแม่ให้จีนเป็นจีนโดยสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็คงลงนามผ่านให้เป็นกฎหมายอย่างแน่นอน เนื่องจากท่าทีที่รัฐบาลสหรัฐโปรไต้หวันเป็นพิเศษนี้เป็นผลมาจากการทำงานของล็อบบี้ยิสต์ไต้หวันทำงานอย่างคุ้มค่าจ้างจากรัฐบาลไต้หวันมาก (การล็อบบี้ ตามความหมายทางการเมือง หมายถึง การกระทำเพื่อมุ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล คำในภาษาอังกฤษมีที่มาจากคำว่า lobby ซึ่งหมายถึงห้องพักผ่อนหรือห้องนั่งเล่น (ของสมาชิกรัฐสภา) การวิ่งเต้นใช้กันครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อช่วง ค.ศ. 1830 เป็นต้นมา เมื่อตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์พยายามรวมตัวกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาสหรัฐในการลงมติเรื่องสำคัญๆ ปัจจุบันการวิ่งเต้นมีความหมายกว้างมากขึ้น โดยรวมถึงความพยายามมีอิทธิพลต่อการกระทำของรัฐในทุกๆ เรื่อง ด้านการเมืองระหว่างประเทศ มีการจ้างนักวิ่งเต้นเพื่อหาเสียงสนับสนุนให้แก่ประเทศของตนหรือตัดสิทธิพิเศษบางประการที่เคยให้กับประเทศของตน เป็นต้น ผู้ทำหน้าที่วิ่งเต้นเรียกว่า นักวิ่งเต้น หรือเรียกทับศัพท์ว่า ล็อบบี้ยิสต์)
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญที่น่าจะต้องกล่าวถึงเป็นผู้มีบทบาทในการที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐโปรไต้หวันเป็นอย่างมาก คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีทรัมป์ คือ นางอีเลน จ้าว เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวันผู้อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อตอนอายุได้ 8 ขวบ บิดาของเธอได้ก่อตั้งบริษัทชิปปิ้งนำเข้าส่งออกและเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งในลองไอแลนด์ นิวยอร์ก

อีเลน จ้าว ได้โอนสัญชาติเป็นอเมริกาเมื่ออายุ 19 ปี เธอสำเร็จการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์จากวิทยาลัย เมานท์ ฮัลโยค ในแมสซาชูเซตส์ และ MBA จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เธอได้เข้าทำงานในกระทรวงคมนาคมจนได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ เอช. บุช ในช่วง พ.ศ.2532-2534 ใน พ.ศ.2534 นี้เองอีเลน จ้าว ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยอาสาสมัครเพื่อสันติภาพ (Peace Corps) และขยายการทำงานของอาสาสมัคร Peace Corps ให้ไปถึงประเทศห่างไกลและพื้นที่ของสหภาพโซเวียตเดิม และใน พ.ศ.2536 อีเลน จ้าว แต่งงานกับวุฒิสมาชิกพ่อม่าย นายมิทช์ แม็คคอนเนล จากพรรครีพับลิกัน
อีเลน จ้าว ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิล ยู.บุช ตลอดทั้ง 2 สมัย คือ พ.ศ.2544-2552 ถือว่าเป็นรัฐมนตรีหญิงเชื้อสายเอเชียคนแรกและนับเป็นรัฐมนตรีแรงงานที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
เมื่อมาถึงสมัยโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี อีเลน จ้าว ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตั้งแต่ พ.ศ.2560 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีและการเป็นบุตรสาวของบริษัทขนส่งชิปปิ้งและเดินเรือทะเลรายใหญ่ มิหนำซ้ำยังแต่งงานกับผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาสหรัฐ มิทช์ แม็คคอนเนล ก็นับว่าทำให้เธอมีอำนาจโน้มน้าวทางการเมืองสูงมาก จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กฎหมายชื่อ The Taiwan Allies International Protection and Enhancement Initiative (TAIPEI) Act ได้เป็นกฎหมายของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผลดีต่อจิตวิทยาของชาวไต้หวันเป็นอย่างมากถึงแม้กฎหมายฉบับนี้จะเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้นก็ตาม
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

