การเมืองไม่มีระฆังช่วย : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

ภาวะที่มนุษย์พยายามหยุดยั้งป้องกันทั้งไม่ให้เกิดขึ้นและเมื่อเกิดขึ้นแล้วพยายามป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไปคือเรื่องของธรรมชาติและเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากเชื้อโรค

เรื่องของภัยธรรมชาติเกิดขึ้นจากดินน้ำลมไฟ คือแผ่นดินไหว น้ำท่วม ลมพายุ และไฟป่า มนุษย์พยายามเรียนกระทั่งรู้ได้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด และเกิดจากอะไร กระทั่งสามารถหลีกภัยไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเองได้

เช่นเดียวกับเหตุอันเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะที่เกิดจากการระบาดของเชื้อโรคซึ่งเกิดการระบาดผ่านอากาศคือ “ไวรัส”

กระนั้น มนุษย์พยายามเสาะหาสาเหตุและหนทางป้องกันจนยับยั้งการแพร่ระบาดในระยะเวลาหนึ่ง

มนุษย์ใช่เพียงแต่เสาะหาสาเหตุนั้น หากแต่ยังหาหนทางยับยั้งการเกิดขึ้นด้วยการควบคุมการเกิดนั้นจากการกระทำของมนุษย์ด้วยระบบการเมืองการปกครอง ซึ่งมนุษย์คิดค้นวิธีการของมนุษย์ด้วยกันเอง

กระทั่งวันนี้เห็นจะมีวิถีการหลัก 2 วิถี คือวิถีทางการเมืองในรูปแบบประชาธิปไตยและรูปแบบสังคมนิยม และมีอีกรูปแบบหนึ่งที่แทรกซ้อนในสองวิถีนั้นคือรูปแบบเผด็จการ ไม่ว่าจะเรียกเป็นเผด็จการแบบประชาธิปไตยหรือเผด็จการแบบสังคมนิยม

การเมืองการปกครองที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในรูปแบบ “รัฐบาล” ที่มาจากการเลือกตั้งและรัฐประหาร หรือเลือกตั้งในรูปแบบจากระดับล่างสู่ระดับบน

ความดังกล่าวแล้วแต่ว่าใครจะเข้าใจอย่างไร เช่นที่เกิดขึ้นในวันนี้คือการระบาดของเชื้อโรคซึ่งเรียกว่า “ไวรัส” เป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่งชื่อว่า ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ “โควิด-19”

ประเทศไทยไม่พ้นจากการแพร่ระบาดนี้ ขณะที่ภาวะทางการเมืองในสังคมไทยเพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่การเมืองระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีรัฐบาลรัฐประหารไปอีกครั้งในห้วงเวลาที่ผ่านมา

เมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาชนปรารถนาจะเห็นคณะรัฐบาลอันเกิดจากการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตยคือมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มิใช่มีรัฐบาลมาจากพรรคการเมืองอันสืบทอดอำนาจจากคณะรัฐบาลชุดเดิมที่มีนายกรัฐมนตรีจากรัฐธรรมนูญ “เพื่อพวกเรา”

แม้รูปแบบของรัฐสภาจะมีลักษณะประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยครึ่งตัว คือมาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง จากการแต่งตั้งของอดีตหัวหน้าเผด็จการครึ่งหนึ่ง

วันนี้จึงมีการเรียกร้องของผู้มีจิตใจประชาธิปไตยตั้งแต่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร เริ่มจากการชุมนุมในลักษณะ “แฟลชม็อบ” ของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และน่าจะลุกลามเพิ่มขึ้นในห้วงเวลาต่อไป

แม้ขณะนี้ ภัยธรรมชาติจากโรค “ไวรัสโควิด-19” จะแพร่ระบาดขึ้นก็ตาม

หน้าที่ของรัฐบาลคือการควบคุมไม่ให้การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสลุกลามขึ้น และป้องกันมิให้เชื้อไวรัสขยายตัวเพิ่มพื้นที่ ทั้งต้องให้ความรู้กับประชาชนและการดูแลรักษาประชาชนให้ป้องกันรักษาตัวเองตามวิถีทางการแพทย์ และทำความเข้าใจทางการเมืองกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปตามวิถีทางการเมือง

เรื่องของวิถีทางการแพทย์เป็นหนทางวิชาการและการแพทย์ ส่วนวิถีทางการเมืองคือการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้เรียกร้องต้องการ ทั้งจากผู้เรียกร้องและผู้สนับสนุน

วิถีทางการแพทย์เป็นวิถีทางวิทยาศาสตร์ คือใช้วิชาความรู้และการดูแลรักษาที่เป็นไปตามหลักการวิชาการ

ส่วนวิถีทางการเมืองเป็นวิถีทางรัฐศาสตร์ คือการเมืองการปกครอง และกฎหมาย

ประการหลังต้องพึ่งพาหลักการประชาธิปไตย มิใช่ดันทุรังแต่หนทางชนะเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดไทม์ไลน์ ลำดับเหตุการณ์ ยอดแข้งเทพ ‘โรนัลดินโญ่’ ตกสวรรค์
บทความถัดไป‘กู้ดบอย-เฟรนชิฟ-เวอร์ซุส’ ลงดวลแข้งกระชับมิตรเชื่อมสัมพันธ์3หน่วยงาน