ไม่ว่าจะเป็นการหายไปของ “หน้ากากอนามัย” ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลน “เจล” ล้างมือ ไมว่าจะเป็นอัตราค่าตรวจไวรัสโควิด-19
นั่นคือ “อาการ” ของสังคม
เป็นอาการของสังคมอันสะท้อนอย่างเด่นชัดถึงความอ่อนแอจาก “โครงสร้าง” ที่ดำรงอยู่ของระบอบอันเป็นโครงครอบของประเทศ
สัมผัสได้จาก “การเคลื่อนไหว” ของแต่ละองคาพยพ
เริ่มจาก “ท่าที” ของรัฐบาล ตามมาด้วยท่าทีของ “รัฐมนตรี” ตามมาด้วยท่าที และการสำแดงออกของแต่ละ “หน่วยราชการ”
เราเห็น “กรมการค้าภายใน” ร้องทุกข์กล่าวโทษ “กรมศุลกากร”
เราเห็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีย้ายอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ได้มีการสอบสวนตามระบบปกติ
นี่คือสัญญาณแห่ง “โกลาหล”
หากถือตามบรรทัดฐานแห่งระบอบ คสช.อันสำแดงออกระหว่างหลังรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องมายังก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
“คำสั่งย้าย” ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะว่าเป็นคำสั่งย้ายของหัวหน้า คสช.ตามอำนาจของมาตรา 44 อันดำรงอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557
เพียงแต่แปรมาเป็นคำสั่ง “สำนักนายกรัฐมนตรี” เท่านั้น
เพียงแต่ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นเรื่องระหว่าง “หัวหน้า คสช.” กับ “ข้าราชการ” ซึ่งถือเป็นพวกเดียวกัน
แต่หลังจากเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562
การดำรงอยู่ของรัฐบาล การดำรงอยู่ของนายกรัฐมนตรี มิได้มีรากฐานมาจากระบอบ คสช.อย่างเดียว หากแต่มีรัฐมนตรีอันมาจาก “พรรคการเมือง”
นี่คือ องค์ประกอบอย่างใหม่ ภายใน “ระบอบ”
สภาพอันเกิดขึ้นกับ “อธิบดี” กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์สะท้อนภาวะเหลื่อมซ้อนระหว่างอำนาจของนายกรัฐมนตรีกับอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ความเป็นจริงนี้สะท้อนอะไร
1 ความจริงนี้สะท้อนว่านายกรัฐมนตรียังเป็นความต่อเนื่องระหว่างระบอบ คสช.กับระบอบหลังการเลือกตั้ง
1 ความจริงนี้สะท้อนว่าระบอบ คสช.ยังดำรงคงอยู่
เพียงแต่เป็นการดำรงอยู่ โดยที่องค์ประกอบอย่างใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ก็ร่วมในลักษณะอันเสมือนกับเป็น “ไก่รองบ่อน”
เพราะว่าอย่างเก่งก็ได้เป็น “รองนายกรัฐมนตรี”
ทั้งยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่แน่ว่าจะอยู่ในสายตา และได้รับการยอมรับจากนายกรัฐมนตรีแค่ไหน
ความเป็นจริงนี้คือ “ฐาน” แห่ง “ระบอบ” ปัจจุบัน
เราเริ่มสัมผัสได้ในอาการอย่างที่เรียกว่า PANIC อันเป็นผลสะเทือนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
ง่ายๆ คือ การเริ่มกักตุน “อาหาร”
ง่ายๆ คือ อาการโกลาหลระหว่างแต่ละหน่วยราชการ แม้ว่าจะดำรงอยู่ภายใต้โครงสร้างแห่งระบอบ “รัฐรวมศูนย์” ก็ตาม
ทำนายไม่ยากว่าอาการ PANIC จะมีมากยิ่งกว่านี้หลายเท่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

