เป็นข่าวน่ายินดี ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เสริมสร้างหลักเกณฑ์และแนวทางสำหรับผู้ต้องหาในคดี(อาญา)ที่ไม่ยุ่งยาก สำหรับช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ยากไร้ และอยู่ห่างไกล เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาล
ทั้งนี้ โดยการนำของท่านวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล คนปัจจุบัน ได้วางแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ด้วยการกำหนดกิจกรรมการแสดงเจตจำนงสุจริตของผู้บริหารงาน พร้อมด้วยนโยบายให้บุคคลในสังกัดปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมกับได้เสริมสร้างมาตรการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งเน้นให้พนักงานอัยการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เที่ยงธรรม เสมอภาค และโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และศรัทธา ในที่สุด
จากนโยบายและแผนยุทธศาสตร์อีกทั้งเจตนารมณ์ของอัยการสูงสุดดังกล่าว สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็ว ทันต่อการแก้ไขเยียวยา และดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ดั่งภาษิตกฎหมายที่ว่า “กระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม”
ด้วยการมุ่งเน้นสร้างวัฒนธรรมทุกด้านให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ให้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายอันเกินควร และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยวิธีหาทางลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาหรือถูกดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้ประหยัดเวลาในการต้องเดินทางมาสำนักงานอัยการที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งบางสำนักงานอยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของผู้ต้องหา ยากลำบากแก่การเดินทาง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร และค่าพาหนะที่ต้องเสียไปในการเดินทางที่
ผู้ต้องหาที่มีฐานะยากจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องหาที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารย่อมได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเล็กน้อย สมควรได้รับฟ้องและการพิจารณาคดีโดยเร็ว เพื่อลดภาระการวางหลักทรัพย์ในการประกันตัว ลดความเหลี่อมล้ำ และอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
ดังนี้ เพื่อมิให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากการถูกดำเนินคดีเกินสมควรอันเป็นการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง สำนักงานอัยการสูงสุดโดยอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน และตอบโจทย์ดังกล่าว จึงได้จัดทำ โครงการและมาตรการ “ฟ้องคดีไม่ยุ่งยากในทันที”
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวทางในการฟ้อง “คดีไม่ยุ่งยากในทันที” ดังนี้
1.ให้พนักงานอัยการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วยการ ยื่นฟ้องผู้ต้องหาในคดีไม่มีข้อยุ่งยากในวันรับสำนวน ภายในหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
(1) มีคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่า
(2) เป็นผู้ต้องให้การรับสารภาพ
(3) เป็นคดีที่สอบสวนมาโดยเสร็จสิ้นกระแสความแล้ว
(4) เป็นคดีที่ไม่มีปัญหาทางกฎหมายไม่มีข้อเท็จจริงที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ไม่มีเอกสารหลักฐานเป็นจำนวนมาก
2.กรณีตามข้อ 1 หากผู้ต้องหาร้องขอให้ฟ้องโดยมีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วน เช่น มีความยากลำบากในการเดินทาง ได้รับความเดือดร้อนจากภาระค่าใช้จ่าย ไม่มีหลักทรัพย์ หรือบุคคลประกันตัว หรือต้องเดินทางไปต่างท้องที่หรือต่างประเทศที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาได้
3.เป็นบุคคลที่พนักงานอัยการสามารถตรวจพิจารณาความเห็น คำสั่ง และร่างฟ้องได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็วหากสำนวนคดีเรื่องนั้นอยู่ในวิสัยและมีเวลาเพียงพอที่สามารถดำเนินการได้ทันให้อัยการพิเศษฝ่ายหรืออัยการจังหวัดที่เป็นหัวหน้าพนักงานอัยการที่รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญาพิจารณาให้พนักงานอัยการ ดำเนินการเพื่อฟ้องคดีผู้ต้องหาในวันรับสำนวนนั้น
4.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าว ให้สำนักงานคดีที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
4.1 จัดให้มีการประชาสัมพันธ์โครงการ การจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ต้องหาที่อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวทราบและขอรับบริการให้พนักงานอัยการฟ้องคดีโดยเร็ว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแอบอ้าง เรียก รับ เอาผลประโยชน์จากผู้ต้องหา โดยให้ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดและให้แจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กลาง สำนักงานอัยการสูงสุดหมายเลขโทรศัพท์ 0-2142-2166 เพื่อรับข้อมูลในกรณีที่มีการแอบอ้างเรียกรับเอาสินบนเอาผลประโยชน์จากผู้ต้องหาหรือประชาชนด้วย
4.2 ให้มีการประสานความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการภายในเวลา 11.00 น. หรือมีเวลาที่เพียงพอ เพื่อให้พนักงานอัยการมีเวลาสั่งสำนวนและฟ้องคดีได้ภายในวันที่รับสำนวน
4.3 เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมด้วยผู้ต้องหามายังสำนักงานอัยการที่รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ให้ข้าราชการธุรการหรือบุคคลผู้มีหน้าที่ตรวจรับสำนวนการสอบสวนตรวจสอบในเบื้องต้นหากพบว่าเป็นคดีที่ไม่มีข้อยุ่งยากและอาจอยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สามารถดำเนินการได้ ให้แจ้งผู้ต้องหาให้ทราบ หากผู้ต้องหาประสงค์ให้พนักงานอัยการฟ้องคดีในวันรับสำนวน ให้จัดให้ผู้ต้องหา ทำคำขอให้พนักงานอัยการฟ้องคดีในวันดังกล่าว แล้วเสนอสำนวนและคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อหัวหน้าพนักงานอัยการดังกล่าวเพื่อพิจารณา
4.4 หากหัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณาคำร้องของผู้ต้องหาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีที่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้ ให้รับดำเนินการและมอบหมายให้พนักงานอัยการตรวจพิจารณาสำนวนมีความเห็นและร่างคำฟ้องเสนอหัวหน้าพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องผู้ต้องหาในวันเดียวกันต่อไป ทั้งนี้ หากพนักงานอัยการมีความเห็นในสำนวนเป็นประการอื่นที่ไม่สามารถดำเนินการตามคำร้องได้ ให้เสนอหัวหน้าพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา
4.5 เพื่อประโยชน์ในการมอบหมายให้ดำเนินการ ให้หัวหน้าพนักงานอัยการและพนักงานอัยการประสานความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยหัวหน้าพนักงานอัยการอาจมีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานอัยการ(เวรชี้)ดำเนินการ และในกรณีที่พนักงานอัยการดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้ได้ ให้พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สำนักงานในขณะนั้นเป็นผู้ดำเนินการ
5.ให้ประสานความร่วมมือกับศาลและสถานีตำรวจในท้องที่ เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
6.ให้สำนักงานคดีเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบคำขอร้องของผู้ต้องหาตามแบบที่กำหนดแล้วรายงานสำนักงานวิชาการทุกหกเดือน เพื่อประมวลผลการดำเนินโครงการต่อไป
การคลอดมาตรการใหม่ให้พนักงานอัยการ “ฟ้องคดีไม่ยุ่งยากในทันที” เพื่อเอื้อประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาที่ยากไร้ ห่างไกลนั้น ย่อมเป็นนิมิตหมายอันดี ซึ่งนอกจากสอดคล้องกับนโยบายในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลแล้ว ยังเป็นมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีโทษไม่มาก ในการต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางมาสำนักงานอัยการด้วยความยากลำบาก ซึ่งถือเป็นงานปฏิรูประบบงานอัยการใน “เชิงรุก” อันโดดเด่น ของสำนักงานอัยการสูงสุด อีกด้วย
ดังนั้น ถือได้ว่า การคลอดมาตรการ “ฟ้องคดีไม่ยุ่งยากในทันที” นี้ เป็นงานชิ้น “โบแดง” ที่ต้องปรบมือให้แก่ ผู้นำองค์กรอัยการยุคใหม่ที่ชื่อ “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์”…ว่าไหม?

