รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานวางแผนงานเพื่อยกระดับคุณภาพของเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ภายใต้โครงการ “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้” โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อกลางในการพัฒนา ซึ่งผู้เขียนในฐานะที่อยู่ในภาคใต้และเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาในภาคใต้มายาวนานร่วมๆ 30 ปี มองว่ารัฐบาลคิดถูกที่นำโครงการนี้มาใช้ เพราะในพื้นที่ภาคใต้ ประชาชนจะชอบกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล จะเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเกือบทุกหย่อมหญ้าเลยทีเดียว
ที่ผ่านมามีการแข่งขันฟุตบอล เพื่อเป็นตัวแทนเขตฯและชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันใดที่มีการแข่งขัน จังหวัดนั้นๆ ถึงกับปิดบ้านปิดจังหวัดกันเลย มีการเหมารถ 30-50 คัน พาประชาชนมาชมมาเชียร์กัน กีฬาฟุตบอลทีมดังๆ เช่น ทีมรูสะมีแล จังหวัดปัตตานี ทีมเสือดำ จังหวัดยะลา และทีมเก้าแสน จังหวัดสงขลา เป็นต้น
โครงการนี้กระทรวงศึกษาธิการโดยท่าน รมช.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นหัวหน้าทีมแกนนำหลัก ซึ่งท่านมุ่งมั่นทุ่มเทมากๆ แทบเอาพื้นที่ภาคใต้เป็นบ้านหลังที่สองเลยทีเดียว ค่ำไหนนอนนั่นกันเลย และท่านปฏิบัติตนง่ายๆ ทั้งที่เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ เช่น กินข้าวตักอาหารเอง อาหารแบบบ้านๆ ซึ่งไม่ค่อยเจอนักที่ผู้บริหารระดับสูงปฏิบัติเช่นนี้
ท่านประเมินและติดตามโครงการอยู่สม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โครงการนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้
1.ระยะแรก “จุดประกายความฝัน” โดยการจัดมหกรรมกีฬานักเรียนชายแดนใต้ภาคฤดูร้อน เพื่อจุดประกายฝันให้นักเรียนมีความตื่นตัว หันมาสนใจในการเล่นกีฬาอย่างทั่วถึง สร้างความตระหนักให้ความสำคัญของการกีฬาที่จะนำไปพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว ตลอดจนค้นหาช้างเผือกที่มีความสามารถด้านการกีฬาเข้าร่วมโครงการ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของตนเอง และสานฝันสู่การเป็นนักกีฬาในระดับชาติโดยกิจกรรม “มหกรรมกีฬานักเรียนชายแดนใต้” ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2558 และจัดต่อเนื่องทุกปี
2.ระยะกลาง “มุ่งมั่นสู่อนาคต” นำการกีฬาสู่ระบบการศึกษาด้วยการเปิดแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-กีฬา และศิลป์ (เน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษ) -กีฬา เพิ่มเติมจากแผนการเรียนเดิมคือแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และศิลป์-ภาษา โดยใช้หลักสูตรบูรณาการวิชาสามัญกับการกีฬา ที่จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม เน้นรูปแบบที่มีความหลากหลายสอดคล้องกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้แต่ดำรงไว้ซึ่งความเป็นสากล
3.ระยะยาว “ปรากฏสู่ความสำเร็จ” เป็นการต่อยอดให้นักเรียนที่จบแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-กีฬา และแผนการเรียนศิลป์ (เน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษ) ให้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตลอดจนมีช่องทางในการเข้าสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือประกอบอาชีพอื่นๆ ตามความถนัดและความต้องการของท้องถิ่น โดยใช้ความเป็นบุคคลที่มีน้ำใจนักกีฬา มีทักษะการทำงานเป็นทีม และมีวุฒิการศึกษาเป็นใบเบิกทาง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ในการส่งเสริมให้นักเรียนในโครงการเข้ารับการศึกษาจนจบระดับอุดมศึกษา และการประกอบอาชีพ ตลอดจนจัดทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในโครงการ สามารถใช้เป็นวุฒิการศึกษา ในการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสาขาที่ตนเองมีความสนใจ ได้ทั้งสายวิทยาศาสตร์หรือศิลป์-ภาษาหรือสายกีฬา
รวมทั้งสายอาชีพ ทำให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี เป็นยุวชนต้นแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรงเรียนที่เข้าร่วมดังนี้
1.โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ยะลา
2.โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส
3.โรงเรียนนาทวีวิทยาคม จ.สงขลา
4.โรงเรียนละงูพิทยาคม จ.สตูล
5.โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา จ.ปัตตานี
6.โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาส
โครงการนี้ขับเคลื่อนมา 1 ปี ย่างเข้าปีที่ 2 ตามชนิดกีฬาต่างๆ เช่น ฟุตบอล ฟุตซอล ฮอกกี้ บาสเก็ตบอล กรีฑา ตะกร้อ วอลเลย์บอล มวยไทย ปันจักสีลัต และเทควันโด มีนักกีฬาเข้าร่วมโครงการ 480 คน ถือว่ามากทีเดียวที่เยาวชนสนใจเข้าโครงการ แต่ด้วยเงื่อนไขอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดชายแดน เช่น ความยากจน วิถีชีวิตความเป็นอยู่และความไม่เข้าใจกับภาครัฐ ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ผู้เขียนใคร่ขอเสนอแนะแนวทางวิธีการเพิ่มเติม เช่น ควรขยายพื้นที่และโรงเรียนให้มากกว่านี้ 6 โรงเรียนยังไม่เพียงพอ ควรมีผู้ฝึกสอนที่มีความรู้และความสามารถ หรืออบรมครูผู้ฝึกสอนเพิ่มขึ้น โดยใช้ครูในพื้นที่ เปิดโอกาสให้นักกีฬาในโครงการได้เรียนได้ฝึกกับโค้ชระดับชาติ เช่น ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นต้น ควรจัดกิจกรรมให้เยาวชนเหล่านี้พบนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จระดับชาติ เช่น ทีมฟุตบอลไทย, ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย, น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬา การจัดการแข่งขันปีละ 2 ครั้งยังน้อย ควรมีโปรแกรมแข่งขันมากขึ้น
ควรให้มีการแข่งขันระหว่างประเทศ เช่น มาเลเซีย หรือต่อยอดให้นักกีฬาเหล่านี้พบกับทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ สเปน เยอรมัน อีกด้านหนึ่งรัฐควรทุ่มเทสร้างสนามแข่งขัน และอุปกรณ์แข่งขันให้เพียงพอและมีมาตรฐาน มีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาพร้อมทั้งอุปกรณ์และครูฝึก ส่วนด้านการศึกษาต่อทั้งสายสามัญและสายอาชีพรัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจน ควรให้โควต้าพิเศษกับนักเรียนกลุ่มนี้สามารถเข้าเรียนต่อได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกแต่เข้าเรียนในโควต้าความสามารถพิเศษด้านกีฬา
การดูแลส่งเสริมกิจกรรมเช่นนี้ควรนำโครงการนี้ขยายผลไปยังภาคอื่นๆ ได้ด้วยจะส่งผลให้นักเรียนทั่วทุกภาคได้รับการส่งเสริมอย่างเท่าเทียมกัน ส่งผลให้นักเรียนภาคใต้มีเครือข่ายทั่วประเทศหรือสามารถจัดแข่งขันเป็นมหกรรมกีฬาระดับชาติของโครงการนี้ได้ด้วยแต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนค่อนข้างกังวลใจคือ พอเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายก็เปลี่ยน ซึ่งมีอยู่หลายโครงการที่ดีๆ แต่ถูกยกเลิกหรือทิ้งไป
ตัวอย่าง เช่น โครงการอาหารฮาลาล เริ่มต้นยิ่งใหญ่ สานฝัน สุดท้ายค่อยๆ เงียบหายไป สุดท้ายเลิกโครงการเสียเฉยๆ สิ้นเปลืองเงินหลวงไปไม่น้อย ที่ จ.ปัตตานี ตรงกันข้าม โครงการนี้กลับเติบโตก้าวหน้าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียในขณะนี้
นอกจากนั้นแล้วจะมีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ชเช่น งบประมาณก่อสร้าง, งบจัดซื้ออุปกรณ์, งบอาหารเสริม, งบอาหารกลางวัน ข้อนี้ทุกภาคส่วนควรพึงระวัง โครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลมีความตั้งใจ และจริงใจมาก ทุ่มทั้งเงินทั้งของ ดูจะช้าไปแต่ยังไม่สายได้ทำดีกว่าไม่ทำ เป็นโครงการที่สร้างความเข้าใจ ความเข้มแข็ง ด้านสุขภาพ กำลังใจให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสก็ว่าได้ ในเวลาและสถานการณ์เช่นนี้อย่าลืมนำหลักการของในหลวงมาใช้ก็แล้วกันคือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
สุดท้ายโครงการนี้ไม่ใช่โครงการแค่ฝัน แต่เป็นโครงการที่สร้างอนาคตของเยาวชนชายแดนใต้อย่างแท้จริง นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของกระทรวงศึกษาธิการ และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการและคณะอย่างแท้จริง ตื่นเถอะลูกหลานชายแดนใต้ มาเล่นกีฬากับโครงการนี้สู่เส้นทางที่ยาวไกลและแสงสว่างที่เรืองรองอยู่เบื้องหน้า
สันติสุขที่ยั่งยืนบนด้ามขวานทองของไทยกีฬาในโรงเรียนชายแดนใต้ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นทั้งจริง เป็นทั้งยาวิเศษที่จะสมานแผลให้กับคนในชาติอย่างแท้จริง

