หน้าแรก คอลัมนิสต์ บริษัท ลดคนงา...

บริษัท ลดคนงาน เงินโฆษณา ติดลบ เศรษฐกิจ สลบหรือฟื้น

14.07.16 | 12:15 น.

หนึ่งในข่าวเศรษฐกิจที่มีผู้ติดตามมากที่สุดตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็คือข่าวการลดคนงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในโครงการสมัครใจลาออกสำหรับพนักงานรับเหมาช่วงรวมกว่า 1,000 คน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม

โดยทางโตโยต้าระบุเหตุผลว่า การที่เศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงชะลอตัวและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อการส่งออก ซึ่งกระทบธุรกิจรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

ทำให้บริษัทต้องลดกำลังผลิตลงและมีพนักงานเกินความจำเป็นในการผลิต รวมทั้งต้องลดจำนวนชั่วโมงทำงานล่วงเวลา ทำให้รายได้รวมต่อเดือนของพนักงานลดลง

ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีทางเลือก บริษัทจึงเปิดโครงการ “จากด้วยใจ” ให้พนักงานรับเหมาช่วงเข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออก โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินชดเชยครบถ้วนตามกฎหมายแรงงาน และบริษัทยังจ่ายเงินเพิ่มพิเศษอีกด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตลาดรถยนต์ดีขึ้นทางบริษัทยินดีที่จะรับพนักงานที่สมัครใจร่วมโครงการนี้กลับเข้าทำงานเป็นลำดับแรก โดยคงอัตราค่าจ้างพร้อมสวัสดิการตามเดิม

รวมทั้งจะนับอายุงานต่อเนื่อง

ความเห็นของ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ที่ระบุว่า การลดพนักงานของโตโยต้าเป็นผลมาจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลที่แล้ว

ไม่มีเสียงขานรับอย่างที่ควรจะเป็น

เพราะความเห็นอื่นสวนทางไปในทิศอื่น

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่าโครงการสมัครใจลาออกของโตโยต้า สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว

ประกอบกับการปรับโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงทุก 10-15 ปี จนต้องปลดแรงงานที่มีทักษะไม่เหมาะสม

โดยอาจเห็นค่ายรถยนต์อื่นๆ ทยอยปลดคนในอนาคต

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า มีเพียงโตโยต้ารายเดียวที่เปิดโครงการนี้ เพราะจ้างแรงงานจำนวนมากในช่วงตลาดรถยนต์เติบโต

เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหากระทบกำลังการผลิตและยอดส่งออก

ทำให้มีแรงงานล้นระบบ ต้องปลดออกบางส่วน

ข้ามมาอีกหนึ่งสัปดาห์

บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด รายงานการใช้เม็ดเงินในการโฆษณาช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 ว่า

มีมูลค่าทั้งสิ้น 55,972 ล้านบาท ลดลง 8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยกลุ่มสื่อที่อยู่ในภาวะติดลบประกอบด้วย ทีวีอนาล็อก มูลค่า 26,023 ล้านบาท ลดลง 11% ทีวีดิจิทัล มูลค่า 9,570 ล้านบาท ลดลง 9% เคเบิลและทีวีดาวเทียม มูลค่า 2,440 ล้านบาท ลดลง 17%

โฆษณาหนังสือพิมพ์ มูลค่า 4,930 ล้านบาท ลดลง 17% นิตยสาร มูลค่า 1,506 ล้านบาท ลดลง 28% โฆษณาในร้านค้า มูลค่า 349 ล้านบาท ลดลง 23%

ส่วนโฆษณาในกลุ่มเติบโตประกอบไปด้วย วิทยุ มูลค่า 2,643 ล้านบาท เติบโต 0.5% โฆษณาในโรงภาพยนตร์ มูลค่า 2,721 ล้านบาท เติบโต 21% ป้ายโฆษณา มูลค่า 2,464 ล้านบาท เติบโต 18% สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ มูลค่า 2,477 ล้านบาท เติบโต 20%

และสื่ออินเตอร์เน็ต (จากการเก็บข้อมูล 50 เว็บไซต์) มูลค่า 849 ล้านบาท เติบโต 72%

นายภวัต เรืองเดชวรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด ในเครือมีเดีย อินเทลลิเจนซ์ (เอ็มไอ) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโฆษณาในครึ่งปีแรกติดลบ 15-20% ถือเป็นสถิติที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี

เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวลง

ส่วนแนวโน้มภาพรวมครึ่งปีหลังคาดว่าจะทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย

ตัวเลขที่ปรากฏ อาจจะไม่ถูกใจผู้บริหารนโยบายเศรษฐกิจ

แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

ประเด็นก็คือ เมื่อครึ่งปีแรกผ่านไปอย่างเหงาหงอย รัฐบาลมีความสามารถหรือมี

เครื่องมืออะไรที่จะกระตุ้นให้กิจกรรมทางธุรกิจและเศรษฐกิจกลับฟื้นตัวขึ้นมาได้ในช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งปีหลัง

ช่วงที่สารพัดปัญหาอื่นๆ ก็ดาหน้าถาโถมเข้ามาจากรอบทิศทาง